
ทางหลวงปิดทุกจุดเสี่ยงหยุดโศกนาฏกรรมท้องถนน
ทางหลวงปิดทุกจุดเสี่ยง หยุดโศกนาฏกรรมท้องถนน : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน
สงกรานต์ เป็นหนึ่งในเทศกาลแห่งความสุขของคนไทย ที่นับวันกำลังจะกลายเป็นเทศกาลแห่งความสูญเสียไปแล้ว เพราะการเดินทาง การเฉลิมฉลองต่างๆ ยิ่งนานวัน และหลากหลายเหตุปัจจัย เทศกาลสำคัญยิ่งถูกทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุบนท้องถนนที่มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก
เทศกาลสงกรานต์ ที่กำลังมาถึงในสัปดาห์นี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องเฝ้าระวัง และวางมาตรการ เพื่อลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นหมายถึงว่า จะต้องวางมาตรการทั้งเชิงโครงสร้างของการจราจรและขนส่ง และเงื่อนไขอันเกี่ยวข้องกับคนและสภาพแวดล้อมอื่นๆ ตำรวจทางหลวงนับเป็นหน่วยงานลำดับต้นๆ ที่จะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลงได้ ซึ่ง พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง บอกว่า ได้กำชับให้ตำรวจทางหลวงทุกนายดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางอย่างเต็มที่เพื่อหวังลดอุบัติเหตุบนถนนหลวงให้ได้มากที่สุด พร้อมกับได้ประสานงานกับกรมทางหลวง และฝ่ายปกครองในทุกพื้นที่เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาจุดอันตราย จุดอับ ทางโค้ง หรือทางขึ้นลงเนินเขา ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยการนำป้ายเตือนขนาดใหญ่และไฟส่องสว่างมาติดตั้งไว้ เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมา สามารถสังเกตเห็นได้ในระยะไกล
ปัญหาทางด้านกายภาพของถนนหนทางและสภาพแวดล้อม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ การศึกษาวิเคราะห์อุบัติเหตุในปีก่อนหน้าจึงถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะต้องนำมาใช้ประกอบการเฝ้าระวัง
“บทเรียนจากช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าจุดใดเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก ซึ่งได้แก้ไขโดยจุดที่เป็นจุดกลับรถเสี่ยงอุบัติเหตุก็ปิดหมดแล้ว ทางโค้ง ทางลาดชันขึ้นเขาลงเขามีการนำป้ายเตือนขนาดใหญ่และติดตั้งไฟส่องสว่างแล้ว เชื่อว่าน่าจะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่ด้วย ต้องช่วยกันขับขี่ยานพาหนะด้วยความไม่ประมาท อย่าใช้ความเร็วสูงจนเกินไป หากเมา หรือร่างกายอ่อนเพลียอย่าขับรถเป็นอันขาด” พล.ต.ต.สมชาย กล่าว
จากการตรวจสอบของตำรวจพบว่า จุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีดังนี้ จุดที่ 1 ถนนพหลโยธิน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณ กม.77-78 ซึ่งเป็นทางโค้ง -ขึ้นเหนือ จุดที่ 2 ถนนมิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กม.27-30 ทางลงเขาชัน และคดโค้ง -ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จุดที่ 3 ถนนพระราม 2 หน้าตลาดปลา จ.สมุทรสาคร จุดนี้จะมีน้ำเมือกปลาจากรถบรรทุกไหลลงถนนทำให้ถนนลื่น จุดที่ 4 ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย กม.42-48 ทางหลวงหมายเลข 304 อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ถนนขึ้นลงเขาทางลาดชันคดโค้ง จุดที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 348 กม.76-79 อรัญประเทศ-โนนดินแดง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ทางลาดชันขึ้นลงเขา จุดที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 2 กม.35-38 ถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทางขึ้นลงเนินลาดชัน รถส่วนใหญ่ใช้ความเร็วสูง และจุดที่ 7 ทางหลวงหมายเลข 2 กม.40-500 ถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บริเวณนี้มีร้านขายผลไม้ ส่งผลให้มีรถจอดพัก และจับจ่ายสินค้าจำนวนมาก ซึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องสัญจรผ่านบริเวณนี้ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะบริเวณทางต่างระดับบางปะอินกิโลเมตรที่ 51 เนินแก่งคอย หรือกลางดง เป็นทางขึ้นเนิน รถจะชะลอตัวและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวงให้ความอุ่นใจว่า จะมีตำรวจทางหลวงไปคอยอำนวยความสะดวกมากเป็นพิเศษ
พล.ต.ต.สมชายย้ำว่า ได้ระดมกำลังตำรวจทางหลวงไว้กว่า 2,300 นาย คอยดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะจุดที่เป็นเส้นทางอันตราย ทางขึ้นเนินหรือลงเนิน และทางโค้งต่างๆ จะมีทั้งการติดตั้งป้ายเตือน และตำรวจทางหลวงไปประจำตามจุดเหล่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเหตุ โดยเฉพาะถนนหนทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะมีผู้ใช้เส้นทางมากที่สุด
จากสถิติของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงวันสงกรานต์ปี 2556 พบว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 123 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 166 คน ผู้เสียชีวิต 68 ราย ขณะที่ปี 2557 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 146 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 335 คน ผู้เสียชีวิต 71 ราย ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ สาเหตุเพราะการขับรถเร็วเกินกำหนด รองลงมาคือ ผู้ขับขี่หลับในและการเมาสุรา ซึ่งในปีนี้ตำรวจทางหลวงจะตรวจเข้มความปลอดภัยจราจรมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการดื่มสุรา ซึ่งกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์บนรถโดยสาร หรือดื่มเครื่องดื่มขณะที่ใช้เส้นทางบนทางหลวงจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ซึ่งหากพบการฝ่าฝืนจะจับกุมดำเนินคดีทันที ซึ่งได้จัดเตรียมจุดบริการตำรวจทางหลวงไว้ทั่วประเทศจำนวน 196 แห่ง ไว้เป็นจุดให้บริการประชาชน ผู้ใดที่รู้สึกอ่อนเพลียสามารถแวะพักหรือขอความช่วยเหลือจากตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ประสบเหตุร้ายหรือต้องการขอความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 1193 ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน
เครือข่ายลดอุบัติเหตุหนุนตั้งด่านสกัดจุดเสี่ยง
"พรหมมินทร์ กัณธิยะ" ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้กำหนดรณรงค์ขับเคลื่อนความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ภายใต้แนวคิด “สติ วินัย น้ำใจ ปลอดภัยสงกรานต์ สืบสานประเพณี” ให้ทุกหน่วยงานคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงจากการเล่นน้ำที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และส่งเสริมให้เล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีอย่างปลอดภัย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรแต่งกายเหมาะสม ไม่โป๊เปลือย เล่นน้ำแบบสุภาพ ฟื้นวัฒนธรรมประเพณีดีงามของไทยให้กลับคืนมาดังเดิม
สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย 5 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2553-2557 พรหมมินทร์ ชี้ว่า การขับขี่ขณะเมาสุรา-รถจักรยานยนต์-ถนน อบต./หมู่บ้าน และกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 20-49 ปี ยังคงเป็นสาเหตุ และช่วงวัยของความสูญเสียอันดับสูงสุด นอกจากนี้ช่วงเวลา 16.00-20.00 น. เป็นช่วงที่เสี่ยงที่ประชานส่วนใหญ่มักมีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์ และออกมาเล่นสาดน้ำทำให้เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดเช่นเดียวกัน
มาตรการสำคัญที่จะถูกนำมาใช้เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ก็คือ การ “ตั้งด่านชุมชน” เพื่อป้องกันแก้ไขและ
ลดอุบัติเหตุทางถนน ที่สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้นำไปปฏิบัติในพื้นที่แล้วเห็นผล สคอ.จึงขอหนุนเสริมและผลักดันให้ท้องถิ่น ชุมชน นำมาตรการดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่ตามแนวนโยบายของ ศปถ. เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน
ทั้งนี้ “ด่านชุมชน” หมายถึง จุดตรวจหรือจุดสกัดบนถนนชุมชน อบต. หมู่บ้าน โดยความร่วมมือขององค์กร กลุ่มต่างๆ ในชุมชนแบบสหสาขา เพื่อสกัดกลุ่มเสี่ยงและลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ป้องกันและป้องปรามกลุ่มเสี่ยงในชุมชน ดูแลความสงบ เรียบร้อยในหมู่บ้าน เช่น การเมาสุรา การขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น ส่วนขั้นตอนการดำเนินงาน คือ 1.กำหนดจุดในการตั้งด่านชุมชน จุดสกัด เช่น ทางเข้าออกชุมชน ทางแยกที่มีความเสี่ยง 2.กำหนดหัวหน้าทีมและจำนวนเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสม เช่น จุดละ 5-10 คน หมุนเวียนกันทำงาน 3.กำหนดเวลาในการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ช่วงเวลาที่มักมีผู้เมาสุรา มีงานเลี้ยง ซึ่งควรเน้นที่เวลา 16.00-20.00 น. ไม่จำเป็นต้อง 24 ชั่วโมง
4.จัดเตรียมพื้นที่ด่านชุมชน จุดสกัด การตั้งไฟสัญญาณและกรวยจราจรให้มองเห็นอย่างชัดเจน เพื่อแสดงว่ามีด่านชุมชน จุดสกัดบริเวณดังกล่าว และ 5.กำหนดวิธีการปฏิบัติหน้าที่ของทีมที่อยู่ในจุดตรวจอย่างชัดเจน เช่น รณรงค์ให้ความรู้เรื่องการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนแก่ประชาชน สกัดคนเมาไม่ให้ขับขี่และหยุดพักให้หายเมาก่อน หรือยึดรถชั่วคราว ถ้าขัดขืนให้แจ้งตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะเดียวกันในพื้นที่เล่นน้ำควรจัดให้เป็นพื้นที่โซนนิ่ง หรือพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยและปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ลดพฤติกรรมเสี่ยงควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง (ถนน ไหล่ทาง และทางเท้า) หากฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท รวมทั้งกฎหมาย การปฏิเสธการเป่า เท่ากับเมาแล้วขับ มีโทษปรับ 1-2 หมื่นบาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ในการรณรงค์สื่อสารประชาสัมพันธ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทาง สคอ.ได้จัดทำชุดข้อมูลดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2558 ซึ่งบรรจุเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนข้อแนะนำ ข้อควรระวัง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลสงกรานต์เอาไว้ เช่น สงกรานต์เล่นน้ำปลอดภัย ต้องใส่หมวกกันน็อก, ข้อกฎหมาย บทลงโทษ เรื่องปฏิเสธเป่าเท่ากับเมาแล้วขับ, กฎหมายข้อบังคับสถานที่หรือบริเวณห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางฯ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.accident.or.th



