ข่าว

อภิสิทธิ์  ยึดอีสาน ?

อภิสิทธิ์ ยึดอีสาน ?

14 ก.ค. 2552

การเลือกพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นสถานที่ปฏิบัติภารกิจ ในห้วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อาจเป็นงานโดยปกติประจำของนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย มิใช่นายกรัฐมนตรีของคนภาคใดภาคหนึ่ง


ตามที่นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวเป็นสัจจะวาจาไว้ก่อนหน้าที่จะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากแต่การเลือกไปในพื้นที่ฐานเสียงสำคัญของนายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำเงาพรรคภูมิใจไทย และผู้บันดาลให้ความฝันของนายอภิสิทธิ์เป็นจริง ย่อมมีนัยสำคัญต่อการไหวเคลื่อนทางการเมืองจากนี้ ที่พื้นที่อีสานอันเป็นตัวแปรสำคัญในชัยชนะ  กำลังสั่นคลอนภายหลังที่พรรคเพื่อไทย สามารถปักธงลงได้ในการเลือกตั้งซ่อม

 นายอภิสิทธิ์ สวมเสื้อแจ็กเก็ต ปักข้อความ “ฉันรักประเทศไทย” ปรากฏตัวที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันเสาร์ (11) ท่ามกลางการอารักขาอย่างแน่นหนา และความพยายามที่จะบุกเข้าไปต่อต้านการมาของเขา โดยกลุ่มคนเสื้อแดง งานของนายอภิสิทธิ์ คือการเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการห้องสมุดรถไฟ ก่อนที่จะพักรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านพักของนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นั่นเป็นภารกิจเล็กๆ ที่ถูกทำให้เห็นเป็นสำคัญ เพื่อส่งสัญญาณบางประการในทางการเมือง อย่างน้อยที่สุด คือการผนึกกำลังกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ในการหยุดยั้งอิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โฟนอินของเขา สามารถแปรความหวั่นไหวในชัยชนะของ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยมาเป็นชัยชนะได้

 ไม่มีคำถามว่า หากพ้นสมัยการเลือกตั้งนี้ไปแล้ว ไม่ว่าด้วยวิธีการใด โอกาสที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะกลับมามีอำนาจอีกครั้งนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร แต่หากกระแส “ทักษิณฟีเว่อร์” ถูกลดความร้อนแรงลงโดยพรรคภูมิใจไทย ที่รู้ทางกันมากกว่าพรรคการเมืองอื่น ประชาธิปัตย์สามารถจับมือกับภูมิใจไทย ยึดเสียงส่วนใหญ่ในภาคอีสานได้ ผลักให้พรรคเพื่อไทยเป็นเสียงส่วนน้อย รัฐบาลอภิสิทธิ์ สมัยที่ 2 ก็มีสิทธิ์ที่จะคิดฝันได้ แน่นอนว่า ภาคอีสาน 19 จังหวัด มี ส.ส.มากที่สุด 135 คน หากภูมิใจไทยได้ไปเกินครึ่ง คงไม่ยอมให้ใครช่วงชิงอำนาจไปได้ง่ายๆ แต่นั่นก็ย่อมจะปลอดภัยกว่าการที่ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมายิ่งใหญ่ในภาคอีสานอีกครั้ง

 นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์ จะใช้พรรคภูมิใจไทย เป็นสาขาในภาคอีสาน จนเป็นสาเหตุนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างนายสุทัศน์ เงินหมื่น รองหัวหน้าพรรค กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เพราะประชาธิปัตย์แม้แต่ในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญ ในสมัยหน้ายังอาจถูกเบียดชิงโดยพรรคการเมืองใหม่ ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉะนั้น การขยายฐานมายังภาคอีสาน จึงประกันความเสี่ยงของประชาธิปัตย์ได้ ถึงแม้จะสร้างความร้าวฉานภายในพรรคบ้างก็ตาม นี่จึงเป็นที่มาของโปรแกรมทัวร์อีสานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีบ้านของนายเนวิน ชิดชอบ เป็นหลักกิโลเมตรแรก