ข่าว

‘นายกฯ’ลั่น!ไม่คิดปลด‘สมยศ’พ้นผบ.ตร.

‘นายกฯ’ลั่น!ไม่คิดปลด‘สมยศ’พ้นผบ.ตร.

07 เม.ย. 2558

‘ประยุทธ์’ ลั่น! ไม่คิดปลด ‘สมยศ’ พ้นตำแหน่ง ผบ.ตร. ชี้ทำงานได้ตามกรอบ เมิน ‘โหรวารินทร์’ ทำนายนั่งนายกฯยาว 3 ปี ย้ำเดินหน้าตามโรดแม็พ

 
        7 เม.ย.58 เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวจะมีการปลด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว ว่า “ใครบอกจะปลด ข่าวมาจากไหน ผมไม่ได้เป็นคนปลด ใครเป็นคนปลด นายกฯหรือเปล่า ใช่ไหม อำนาจนายกฯหรือเปล่า นายกฯไม่ได้ปลดนิ จบหรือยัง และไม่คิดจะปลดด้วย ยังไม่มีความผิดอะไรนี่นา ผบ.ตร.ก็มีการจับกุมดำเนินคดีตามนโยบายได้ตลอด อย่าไปเอาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาพันกันไปมั่ว ไม่เอา เอางานของเขาว่าทำได้หรือเปล่า วันนี้เขาทำได้ มีคดีความอะไรก็จับได้ ค้ามนุษย์ก็จับได้ ข้าราชการมีตำรวจที่เกี่ยวข้องเขาก็จับมา ตนจะปลดเขาทำไม ถ้าไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็จะปลด”
 
 
‘นายกฯ’ ไม่สนคำทำนายเป็นนายกฯ 3 ปี ขอทำตามโรดแม็พ
 
 
        7 เม.ย.58 เมื่อเวลา 13.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช.ระบุว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่บริหารต่อถึง 3 ปี ว่า “ไม่ทราบ คงต้องไปถามที่โหรเอง ส่วนผมก็มีโรดแม็พของผมเอง และผมก็ได้ส่งสัญญาณไปถึงโหรวารินทร์แล้วว่า อย่าพูดเลย ซึ่งท่านก็คงไม่พูดแล้ว เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรผมแล้วผมเองก็ไม่ต้องไปตามท่านทุกเรื่อง ผมก็เป็นตัวผม สามารถใช้สติปัญญาที่ผมมีกับความร่วมมือของทุกคน”
 
        เมื่อถามว่า แต่ถ้าหากดวงดาวกำหนดให้เป็นเช่นนั้นยินดีที่จะทำตามหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดวงดาวก็คือดวงดาว ถ้าเราทำตัวไม่ดี ไม่มีคุณธรรม ศีลธรรม ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมต่อให้ดวงดาวดีขนาดไหน จะกี่ดวงมาซ้อนกันเป็นกี่จักรก็ไปไม่ได้ เพราะคนไม่ดี เมื่อถามว่า แต่ถ้าดวงชะตากำหนดเช่นนั้นจะรับได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบทันทีว่า “ไม่ต้องมาถ้ากับผม อย่ามาถ้า ผมไม่ได้อยากจะอยู่ทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแม็พของผมก็แล้วกัน โรดแม็พว่ายังไงก็ว่าตามนั้น”
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้มีอะไรเป็นอุปสรรคในการทำงานบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อุปสรรคคือความเข้าใจ ซึ่งทุกคนที่ทำหน้าที่ต่างมีความตั้งใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สนช. สปช.ทุกคนนำบทเรียนที่ผ่านมา มาคิด มาทำ มาแก้ปัญหาในจุดต่างๆ ทั้งในส่วนของที่มา ส.ส. และส.ว. หรือการพิจารณาในการใช้อำนาจที่เหมือนจะเป็นเผด็จการรัฐสภา เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งเราเข้าใจประเด็นที่ตนเห็นต่างอย่างต่างประเทศ ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดขึ้นมาบริหารอะไรที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติก็จะทำต่อไม่ใช่พอพรรคหนึ่งขึ้นมาแล้วก็ล้มของอีกพรรคที่ทำไว้แล้วเดิมก็ต้องเริ่มใหม่กันตลอด เมื่อเปลี่ยนพรรคการเมืองไปเรื่อยๆ งานก็จะเป็นท่อนๆ ไม่ทั่วถึงเสียที อย่างเช่นกรณีการบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จ.เชียงใหม่และได้ทำบุญรวมทั้งได้รับแรงใจ มีกำลังใจมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมมีกำลังใจทุกวัน ไม่ต้องไปไหนก็มีกำลังใจ และที่ไปเชียงใหม่มีคนชื่นชมผม ผมก็ต้องขอบคุณ แต่พอกลับมาสิ่งที่ผมรู้คือ ผมจะต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม เพราะมีคนคาดหวังเช่นนั้น ก็ต้องทำทุกอย่างให้ดีอย่างที่คิดไว้ การให้กำลังใจมาเป็นการดี แต่อย่าไปเหลิงกับมัน อย่าไปเห็นว่าพอมีคนรักแล้วยินดี ถ้าผมจะทำให้คนรักมากๆ ใครขออะไรมาก็คงให้ทั้งหมด แต่พอถึงวันข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้ วันนี้เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความยั่งยืน การทุจริตต่างๆ ก็ต้องรื้อทั้งหมด”
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มพร้อมกล่าวว่าใจเย็น เมตตาทุกคน พร้อมกำมือไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายก่อนกล่าวว่า พระอยู่ในใจ
 
 
‘นายกฯ’ แจงกำลังเจรจา ‘ญี่ปุ่น-เกาหลี’ ปม ICAO
 
 
        เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้มีการติดตามปัญหาการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ตามมาตราฐานการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้ได้ภายใน 1 เดือน ซึ่งทางประเทศญี่ปุ่นนั้นได้มีการชะลอให้ แต่จะส่งคนมาตรวจสอบดูแลเรา
 
        ส่วนกรณีสาธารณรัฐเกาหลีจะไม่อนุญาตให้สายการบินที่ทำการบินแบบประจำเพิ่มเส้นทางใหม่หรือเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน และไม่อนุญาตเที่ยวบินเช่าเหมาทำการบิน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรากำลังพูดคุยกันอยู่โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็ให้ความเห็นใจเรามา ตนพูดกับนายกฯของทั้งญี่ปุ่น และประธานธิบดีเกาหลีด้วย เมื่อครั้งที่เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ท่านก็รับพิจารณา แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับ ICAO ซึ่งทางญี่ปุ่นและเกาหลีเขาก็จะส่งคนมาตรวจสอบว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งเราต้องเห็นใจเขาด้วย เพราะเป็นคำสั่งของ ICAO ถ้าเขาไม่ช่วยเราเขาก็ทำได้เพราะ ICAO เป็นคนชี้ และญี่ปุ่นกับเกาหลี ก็จะช่วยชี้แจงทานไทยด้วยว่า มาดูแล้วและไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทั้งนี้การทำอะไรก็ตามเราพูดเองคิดเองไม่ได้ แม้กระทั่งตนที่มีอำนาจขนาดนี้ก็ต้องคิดแล้วคิดอีกในหลายๆ เรื่อง ซึ่งทุกเรื่องกับมาที่ตนอยู่แล้วฉะนั้นจะไม่ปล่อยให้ประเทศชาติเสียหาย หรือประชาชนต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกัน
 
        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์นั้นมีนักท่องเที่ยวมากกว่าปีที่แล้วเยอะ คาดว่าจะมีชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวประเทศไทยถึง 2 ล้านคน เช่นเดียวกันคนของเราก็ไปเที่ยวต่าวประเทศมาก เพราะโลกวันนี้ไร้พรหมแดนคนไทยอยากเที่ยวเมืองนอก คนเมืองนอกอยากเที่ยวประเทศไทย ใครมีเงินก็ไป ไม่มีเงินก็เที่ยวประเทศไทยดีกว่า จะได้เป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้ประเทศ เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น ทั้งนี้คำว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวนั้นมีการรวมหลายอย่าง ตั้งแต่ค่าเรื่องบิน เดินทาง ที่พักแรม ค่าอาหาร จับจ่าย ทั้งหมดนั้นเป็นเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งจะกลับมาที่รัฐตรงภาษีประกอบการในทุกกิจการ
 
 
‘นายกฯ’ ชี้เปลี่ยนพนักงานสอบคดีสลายม็อบแดง เป็นเรื่องของราชการ
 
 
        เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่เพื่อคลี่คลายคดีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 จำนวน 99 ศพ เนื่องจากตำรวจนครบาลและดีเอสไอในชุดพนักงานสอบสวนชุดเก่าได้โยกย้ายและเกษียณอายุราชการ ว่า “มันเรื่องอะไรของเขาล่ะ เป็นเรื่องของราชการเขาทำ เวลารัฐบาลก่อนเปลี่ยนคนทำสำนวน เปลี่ยนตำรวจทำไมถึงทำได้ ทำไมรัฐบาลที่แล้วทำ มันไม่ถูก ทำที่ไหน มันเกิดสมัยไหน พนักงานตอนนั้นก็ต้องเป็นคนทำ ถ้าอ้างว่าไม่เป็นธรรม ก็จะอ้างอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ไม่เกี่ยว เรื่องของการสอบสวนเขาว่าด้วยหลักฐาน ด้วยวัตถุพยาน พยานบุคคลว่ามา สื่อมวลชนต้องไปช่วยเป็นพยานด้วย ไปกันเยอะเยะ ถือกล้องกันเป็นแถว เป็นร้อยเป็นพันไม่เห็นมาช่วยทหารเลย”
 
 
‘นายกฯ’ แจงตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลเพื่อสร้างรายได้คนในพื้นที่
 
 
        เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชาวบ้านรวมกลุ่มต่อต้าน คัดค้าน โครงการนิคมอุตสากรรมฮาลาล ที่ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ว่า กำลังให้เขาทำความเข้าใจ ตนก็บอกว่ามันเป็นเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยง ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ตรงนั้นเขาจะทำที่ทิ้งขยะ ก็ทำฮาลาลไม่ดีกว่าหรือ ตอนนี้กำลังสร้างความเข้าใจกันอยู่ ถ้าทำได้มันก็ดี และไม่ใช่เป็นเรื่องของศาสนาอิสลามอย่างเดียว เพราะจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ มันต้องมองความเชื่อมโยงกันนะ
 
 
‘นายกฯ’ ห่วงพายุฤดูร้อน กำชับทุกหน่วยงานป้องกันอุบัติเหตุ
 
 
        เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) กรณีข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ว่า ในที่ประชุมท่านนายกฯได้สั่งการเรื่องการเตรียมการสำหรับการรับมือกับพายุฤดูร้อน เนื่องจากทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนเรื่องพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานหามาตรการเพื่อจะลดความเสี่ยงในเชิงรุก ให้มีการตรวจสอบความแข็งแรงมั่นคง ของสิ่งปลูกสร้างในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ป้ายโฆษณาทั้งหลาย เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน
 
 
‘นายกฯ’ พร้อมให้ความเป็นธรรมข้าราชการทุจริตต่อสู้คดี
 
 
        เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมนำรายชื่อข้าราชการระดับต่างๆ ประมาณ 100 รายชื่อที่พัวพันการทุจริตคอร์รัปชั่น ว่ากำลังไล่อยู่ จับกลุ่มดูอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ถ้าส่งมาก็จะให้แต่ละกระทรวงไปดูว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันอย่างไร บางทีต้องให้เขาตรวจสอบ ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่ทำผิดก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ก็อาจจะไม่เข้าใจกันบ้าง หรือผิดจริงก็ไม่รู้ ถ้าไม่ผิดแล้วมีชื่อมาก็ต้องชี้แจงให้ได้
 
 
‘นายกฯ’ เผยส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำรับคนไทยในเยเมน
 
 
        เวลา 13.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่การอพยพคนไทยที่อาศัยอยู่ในเยเมนว่า ขณะนี้ได้สั่งการและส่งเจ้าหน้าที่ไปรับคนไทย 200 กว่าคน ที่อยู่ที่เยเมนเพื่อกลับประเทศไทยตามที่ร้องขอแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการติดตามและมีนักศึกษาไม่กี่คนที่ขอกลับ แต่ถึงวันนี้ได้ขอกลับทั้งหมด ก็ได้มีการจัดเครื่องบินไปรับโดยเช่าเหมาลำไป เช่นเดียวกับแรงงานที่เกาะอัมบน ประเทศอินโดนีเซียก็ได้ส่งเครื่องบินของกองทัพอากาศไปรับแล้วเช่นกัน
 
        อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการไปแล้วว่า เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้วจะต้องให้รายงานตัวและพาไปยังกระทรวงแรงงานเพื่อหางานให้ทำ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปดูแลว่าจะอยู่กันอย่างไร เพราะแรงงานส่วนใหญ่กู้เงินไปทั้งสิ้น กลับมาขณะนี้ก็อาจจะไม่มีเงินใช้หนี้ ก็ต้องเป็นหนี้กันต่อไป กลายเป็นทาสกันอยู่อย่างนี้ รัฐบาลจึงต้องดูแลทั้งระบบ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยาก
 
 
‘นายกฯ’ ชี้ยอดขายรถตกแต่เม็ดเงินสูงขึ้น-ต่างชาติพร้อมร่วมมือตลาดสินค้าเกษตร
 
 
        เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เรื่องสำคัญในที่ประชุม คือ ได้ติดตามเรื่องของเศรษฐกิจในภาพรวมที่บางอย่างสูงขึ้น บางอย่างลด ชะลอตัวลง ซึ่งในเรื่องของตัวเลขนั้นมีเปลี่ยนนิดหน่อย เพราะมีหลายตัวประกอบด้วยกัน ซึ่งเรื่องการขึ้นลงของราคาสิ้นค้าต้องมีการอธิบายกันยาว และช่วยกันทำความเข้าใจ อย่างเช่น ยอดขายรถยนต์ที่ลดลงมา ขายได้ 2.7 แสนคัน ซึ่งต้องขายได้มากกว่านี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่เม็ดเงินนั้นได้มากกว่าเดิม แสดงว่าราคาที่ซื้อรถยนต์นั้นสูงขึ้น และความต้องการในตลาดระดับล่างลดลง เพราะไม่มีโครงการรถคันแรก ที่ให้คนมีรายได้น้อยซื้อไปแล้วผ่อนไม่ไหว จนลำบาก เป็นภาระ
 
        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมครม.ตนได้สั่งการให้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ได้ แต่ไม่ใช่สั่งวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะทำได้ มันขึ้นอยู่กับส่วนประกอบเยอะแยะไปหมด ถ้าผู้ผลิตคือเกษตรกร ผู้ประกอบการ พ่อค้าคนกลาง การขนส่ง ตลาดในและต่างประเทศ สัดส่วนความตกลงการค้า ซึ่งมีกติกาเยอะแยะมากมาย ไม่ใช่สั่งวันนี้แล้วขายได้พรุ่งนี้ เราต้องสร้างเครือข่ายเหล่านี้ให้เข้มแข็งมานานแล้ว แต่เราไม่ได้ทำให้มันเชื่อมโยงกันเต็มที่ วันนี้ทุกคนต้องมานั่งคุยกัน เมื่อก่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผลิตได้มากที่สุด สนับสนุนปลูกยางเข้าไปสิ เกินมากว่าล้านไร่ กี่รัฐบาลแล้ว วันนี้ยุติทั้งหมด และเคลียร์ว่าตรงไหน ถูกหรือไม่ถูกกฎหมาย ถ้ามีการบุกรุกอยู่แล้วจะทำอย่างไร พอเราเข้าไปแตะก็บอกว่าเรารังแกคนจน แล้วผิดกฎหมายหรือเปล่า โดยรัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแลผู้มีรายได้น้อยอย่างไร ปรับพฤติกรรมให้มีการสนับสนุนปลูกพืชอย่างอื่นได้หรือไม่ ชี้แจงไปว่าปลูกไปแล้วก็เป็นแบบนี้ ต้องเปลี่ยนไปเป็นอ้อยหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนได้ก็จะไปแก้กฎหมายอย่างไรให้มีการตั้งโรงน้ำตาลเพิ่มขึ้น และไม่มีการแย่งสมาชิกกันทำให้ราคาต่ำ เพราะที่ผ่านมาตั้งกันไปจนมีปัญหา แล้วจะให้ปลูกข้าวปีละ 4 ครั้ง กับแค่2-3 ครั้งยังขายไม่หมดเลย
 
        นายกฯ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่รัฐบาลตน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์นั้นได้มีการคุยกัน ซึ่งที่ผ่านมาเคยคุยกัน เพื่อให้การผลิตนั้นสอดคล้องกัน กับความต้องการตลาดทั้งหมด ดินฟ้าอากาศ นำไปสู่การผลิต นอกจากนี้เมื่อมีปัญหาราคาตก กระทรวงการต่างประเทศก็ไปช่วยเดินสายทำความเข้าใจเปิดตลาดในต่างประเทศ ตนก็ไปคุยหมดทุกประเทศ เขาพร้อมที่จะรวมมือกับเรา ซึ่งเรารื้อสิ่งเหล่านี้หมด เพราะที่ผ่านมาไม่มีความต่อเนื่อง
 
 
‘นายกฯ’ หวั่นต่างชาติมองรธน.ไม่เป็นสากล รวมทั้งปชช.ไม่เข้าใจ
 
 
        เมื่อเวลา 13.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใด ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย ประเด็นสำคัญของรัฐธรรมนูญคือต้องสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับคนทั้งในและนอกประเทศ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะมีความแตกต่างจากฉบับที่ผ่านมาอย่างไร ด้วยเหตุผลอะไร และประเทศไทยต้องการการปฏิรูปหรือไม่ ที่ต้องปฏิรูปเพราะอะไร เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นหากเกิดขึ้นกับต่างประเทศ แล้วเขาจะรู้สึกอย่างไร ทั้งนี้การที่เราจะกำหนดกติกากันเองนั้น สามารถทำได้ แต่ถามว่าเมื่อรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนในประเทศไม่รับ ขณะเดียวกันคนนอกประเทศก็บอกว่าไม่เป็นสากลแล้วจะทำอย่างไร ซึ่งตนกำลังหาทางออกในเรื่องดังกล่าว เรื่องนี้ต้องเห็นใจกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย เพราะพยายามสร้างสิ่งที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในวันข้างหน้า แต่ต้องดูว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญออกมาแล้วต่างชาติจะรับได้หรือไม่ ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีจะนำข้อพิจารณาต่างๆมาดูในรายละเอียด และให้ต่างชาติได้พิจารณาด้วย โดยจะถามว่าบ้านเมืองที่มีการปฏิรูป มีการใช้รัฐธรรมนูญรูปแบบใด
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่จะพิจารณาเรื่องการทำประชามติ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ เพราะยังไม่ถึงตรงนั้น ยังไม่ถึงเวลา ถามต่อว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านการทำประชามติจะหยิบยกรัฐธรรมนูญปี 2540 หรืฉบับปี 2550 มาใช้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่มี ถ้าอย่างนั้นต้องทำใหม่ ถามว่ารัฐธรรมนูญเก่ามีปัญหาหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ไม่ได้นำมาเขียนใหม่ทุกมาตรา แต่เอามาจากรัฐธรรมนูญ2540 และ2550 มาพิจารณาควบคู่กันไป กันไหนใส่ได้ก็ใส่ ไม่ได้เขียนใหม่ เขียนจาก ก. เป็น ค. เป็น ฮ. ไม่ใช่เลย แต่เอามาจากรัฐธรรมนูญปี2540และ2550 เป็นหลัก
 
        เมื่อถามว่า ห้วงเวลาที่ร่างรัฐธรรมนูญใกล้เสร็จรัฐบาลจะสร้างความเข้าใจกับประชาชนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้มีการพูดกันอยู่ แต่บางทีคนไม่เข้าใจ คนที่มองในแง่เดียวว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง ให้เสรีภาพประชาชนอย่างเต็มอำนาจ ทุกรูปแบบ แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องของหน้าที่ของประชาชนว่าอยู่ตรงไหน อยากให้มีคนเข้ามาถามตนว่า หน้าที่ของประชาชนควรจะอยู่ตรงไหนดี ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของเด็ก ผู้ใหญ่ นักเรียน โดยจะร่วมมือกับรัฐอย่างไร หากรัฐบาลทีได้มาจากการเลือกตั้งโดยสุจริต มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล คุณธรรม จริยธรรม
 
        “อยากให้มีคนถามว่าประชาชนจะร่วมมือได้อย่างไร แต่ก็ไม่มีใครถาม มีแต่คนถามว่า เมื่อไหร่จะเลือกตั้ง เลือกตั้งทางอ้อม ทางตรง วันนี้ต้องใช้อำนาจแก้ไขปัญหา การใช้งบประมาณ ถามแต่เรื่องที่ไม่ก้าวหน้า เป็นเรื่องการแก้ปัญหาเหมือนเดิม ซึ่งวันหน้าต้องแก้ใหม่อีก แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นของต่างประเทศที่ผมดู เช่น ฝรั่งเศส ส่วนประเทศอังกฤษ เป็นจารีต ประเทศเหล่านี้ ประชาชนของเขามีความพร้อม ไม่ได้มีปัญหาอย่างพวกเรา ที่มีความเห็นต่างขัดแย้ง เมื่อมีการเมืองเข้ามา ก็แบ่งเป็นกลุ่มๆ ผลประโยชน์ทับซ้อน การเมืองประเทศไทย แม้แต่คนไทยก็ยังไม่รู้ โดยคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่มีการวิเคราะห์แล้ว ที่เด็กรุ่นใหม่บอกว่า โกงหน่อยก็ได้ แต่แบ่งกันยังดีกว่า จะคิดแบบนี้ไม่ได้รัฐบาลต้องเดินหน้าประเทศ ประชาชนต้องสนับสนุน ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ได้มีเงินมากพอที่จะมาสนับสนุน แต่ทุกเรื่องต้องแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” นายกฯ กล่าว
 
        เมื่อถามว่า จะใช้กลไกท้องถิ่นมาช่วยสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างไรในห้วงเวลาที่รัฐธรรมนูญใกล้เสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีการเปิดเวที แต่เปิดทุกที่ก็มีขัดแย้งกัน เพราะเขายังไม่ยอมรับกติกา ว่าบ้านเราเกิดอะไรขึ้น คนต่างจังหวัดอาจจะไม่เห็นว่าที่กรุงเทพฯ เกิดอะไรขึ้น หรือแม้กระทั่งสหรัฐฯ อาจจะเห็นหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่เขาคิดแต่ว่าจะให้เราเลือกตั้ง เพราะเขาลืมมาตรฐานคนแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ความเป็นอยู่รายได้ คุณภาพชีวิตการศึกษา ไม่เหมือนกัน ดังนั้นความคิดจึงแตกต่าง เมื่อทุกคนเดือดร้อนหมด ก็ต้องหารัฐบาลที่จะมาดูแล รัฐบาลที่จะดูแล ก็ต้องดูแลทุกกลุ่มทุกฝ่าย ตอนนี้รัฐบาลดุทุกเรื่อง ทั้งข้าว มันสำปะหลัง สับปะรด ปาล์มน้ำมัน ปรับโครงสร้างทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลก่อนๆไม่ค่อยคิดกัน จึงแก้ปัญหาวกไปวนมา
 
        เมื่อถามว่าเพื่อสร้างการรับรู้เรื่องรัฐธรรมนูญต้องเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศมาให้ข้อมูลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีการประชุมตั้งหลายครั้งแล้ว แต่เดี๋ยวจะทำเพื่อสร้างการรับรู้ โดยจะสั่งการในช่วงบ่อยวันนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศด้วย หากทำแบบเราคิดแบบเราแล้วเขาไม่ยอมรับแล้วจะทำอย่างไร ในประเทศตนไม่ได้ห่วงเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวก็คุยกันรู้เรื่อง แต่ต่างประเทศรับได้หรือไม่ เพราะถ้ารับไม่ได้เขาก็จะบอกว่าประเทศเราไม่มีประชาธิปไตย เหมือนอย่างกับการที่เรานำมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาใช้เพื่อประโยชน์เขายังหาว่าเราไปบังคับขู่เข็ญ
 
        “ถ้าไม่มีแล้วจะยังไง มันก็ไม่ยอมกันสักอย่าง ทุกอย่างอย่างคิดว่ามันสงบ ท่านก็รู้อยู่ว่าเป็นอย่างไร เพราะยังมีเคลื่อนไหวอยู่ทั้งคู่ สองสามฝ่าย ผมไม่ได้โทษว่าใครดีไม่ดี แต่เขามองในแง่ของการเมือง ส่วนผมไม่มีการเมือง ผมจึงรู้ว่าปัญหามีอะไรบ้าง แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดผมก็รับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ที่กุมอำนาจมา อำนาจอยู่ที่ผม จะสำเร็จหรือล้มเหลว ผมก็รับผิดชอบอีกอยู่ดี ดังนั้นผมจะไม่ตามใจใครสักคน มันชีวิตผม เข้าใจหรือยัง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
        เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองที่นายกฯพูดถึงสองสามกลุ่มนั้น เป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ดูอยู่ ทั้งหมดเคยมาคุยกันแล้ว นักการเมืองก็เคยมาคุยกันเมื่อตอนที่มีคสช.แรกๆ พอหลังๆเมื่อเขาพูดจาอะไรที่ไม่ค่อยเข้าท่า ก็เชิญมาคุยอีก เขาก็รับปากทุกที แต่พอรับปากเสร็จเขาก็ออกไปพูดข้างนอก แล้วจะให้ตนทำอย่างไร ปล่อยให้พูดไปเรื่อยๆได้หรือไม่ หรือจะใช้อำนาจอันนี้ตนไม่รู้ และยังไม่ได้ใช้ รอให้มีการพูดไปเรื่อยๆก่อนก็แล้วกัน
 
        เมื่อถามว่ากลุ่มที่เคลื่อนไหวเขาต้องการอะไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องการเลือกตั้งไง โดยใช้กติกาเดิม รัฐธรรมนูญเดิม อย่างที่บอกรัฐธรรมนูญปี40และ50 มีข้อดีและปัญหา ดังนั้นเราต้องเลือกมาท่านเคยดูหรือยัง 300กว่ามาตรา ถ้ายังไม่อ่านทั้งฉบับก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ตนอ่านทุกอันทุกฉบับ และฉบับที่ร่างใหม่อยู่นี้เอาจาก 40และ50มา แล้วก็ยกออกมาต่างหากเช่น การเมือง การใช้อำนาจ เพื่อลดปัญหา ส่วนที่ไม่ได้ข้อยุติคือประเด็นนายกฯจากคนนอก ก็เพราะเขาเห็นว่า ก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ประเทศเดินไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม รัฐบาลรักษาการ ใช้งบประมาณไม่ได้ เมื่อมันติดแล้ว จะทำอย่างไร จำเป็นต้องมีคนหรือนายกฯคนนอก หรือมีองค์กรเข้ามาตรงนี้ ใครสามารถดำเนินการไปได้ แล้วค่อยมาเลือกตั้งกันคือ ตอนนี้รักษาสภาพไป เพื่อให้ไม่ติด
 
        “ก่อนหน้านี้ ติดปัญหามา 6 เดือนแล้วผมต้องมารีบทำ งบประมาณปี2557 และ2558 ถ้าไม่ทำ ก็ประชุมไม่ได้ เพราะไม่มีเงิน งบประมาณไม่ออก นั่นคือเหตุผล เขาเลยคิดออกมาอย่างนั้น แต่มันยังไม่ได้ข้อยุติว่า ยอมรับกันไหม ถ้ายอมรับว่ามีปัญหาแบบนี้แล้วแก้ไขด้วยวิธีแบบนี้ ต้องถามต่างชาติ ว่าถ้าไม่ทำลักษณะนี้แล้วจะทำอย่างไร วันนี้ที่บอกว่า เลือกตั้งทางอ้อมบ้าง ทางตรงบ้าง ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งคนของเราเวลาที่จะทำความเข้าใจ จะเลือกแต่ที่เข้ากับตัวเอาแต่ที่ตัวเองพอใจแล้วก็พูด พูด พูด ตัวไหนไม่พอใจก็ไม่พูด มันต้องพูดถึงคนทุกพวกทุกฝ่าย ไม่ใช่เลือกเอามาแต่สิ่งที่ดีกับเรา แต่สิ่งที่ไม่ดีกลับไม่รับ วันนี้กฎหมายเหมือนกันพอลงโทษไอ้นี่ ก็บอกว่าเลือกข้าง มันอะไรกัน กฎหมายก็ยังโตไม่ได้ รัฐธรรมนูญเองก็ควรจะเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าประเทศชาติจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องเดินหน้าไปได้ ไม่ต้องลงในรายละเอียดมากนัก แต่ไปลงเรื่องการบริหารประเทศ ธรรมาภิบาล หน้าที่พลเมืองถามว่าที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องเหล่านี้หรือไม่” นายกฯ กล่าว
 
        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ต้องถามว่าวันนี้บ้านเราจำเป็นต้องปฏิรูปแล้วหรือยัง ถ้าไม่อยากปฏิรูปและอยากเลือกตั้งก็ให้บอกมา ตนก็จะไปพักผ่อน ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงควรเป็นไปเพื่อการปฏิรูป จะได้ไม่มีเรื่องของกาทุจริต มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมา มีความคลุมเครือ ว่าอาจจะถูกหรือผิด ดังนั้นจึงต้องมีความชัดเจน วันนี้เราต้องทำเรื่องใหญ่ก่อน เพราะถ้าทำเรื่องใหญ่ด้วยเรื่องเล็กด้วย คนเป็นนายกฯปวดหัวตายพอดี