ข่าว

นปช.พบดีเอสไอจี้คดี89ศพ

นปช.พบดีเอสไอจี้คดี89ศพ

07 เม.ย. 2558

นปช.ข้องใจเปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวน ทวงถามความคืบหน้าคดี 89 ศพ 'อธิบดีดีเอสไอ' ยัน ไม่มีธง สอบสวนตามกฎหมาย และพยานหลักฐาน ขอจัดงานรำลึก 10 เม.ย.ทำบุญไม่มีปราศรัย

 
                         7 เม.ย. 58  นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางเข้าพบนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อสอบถามความชัดเจน เกี่ยวกับการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชน 89 ศพ
 
                         โดยนายจตุพร กล่าวว่า แกนนำคนเสื้อแดงมีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวน โดยเฉพาะกรณีที่มีการแต่งตั้งทหารเข้าร่วมคณะพนักงานสอบสวนด้วยหลายนาย รวมถึงมีกระแสข่าวก่อนเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนว่า อาจมีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในสำนวนว่าหากพิสูจน์ว่ามีชายชุดดำทุกอย่างก็จบ ซึ่งที่ผ่านมาชายชุดดำเข้ามาเกี่ยวข้องเพียงกรณีเดียว คือ เหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 แต่ไม่มีบุคคลใดสามารถยืนยันจุดที่ชายชุดดำใช้อาวุธยิงใส่ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐได้ ส่วนภาพถ่ายชายชุดดำของอัลจาซีรา ข้อมูลในชั้นสอบสวนชัดเจนแต่ต้นว่า สำนักข่าวซื้อภาพมาจากบุคคลอื่น ซึ่งไม่มีการขยายผลว่าใครเป็นผู้นำภาพมาขาย นอกจากนี้ยังขอทราบความคืบหน้าผลการชันสูตรพลิกศพ 27 ศพ ที่ค้างอยู่
 
                         ด้านนางสุวณา กล่าวว่า ขอรับรองด้วยเกียรติว่าการสอบสวนของดีเอสไอ ไม่มีธง ไม่มีใครมามอบนโยบาย กำชับให้ทุกคนทำหน้าที่ตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่มีสิ่งใดสามารถเปลี่ยนแปลงการสอบสวนได้ ส่วนกรณีที่ระบุว่า เปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวนให้ทหารเข้ามาคุม ยืนยัน ไม่เป็นความจริง ในดีเอสไอไม่มีตำรวจ ไม่มีทหาร มีแต่พนักงานสืบสวนสอบสวน คดีการเสียชีวิต 89 ศพ เรื่องการร้องขอความเป็นธรรมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายทุกฝ่ายเข้ามายื่นเรื่อง แม้แต่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ที่รับผิดชอบการสอบสวนตั้งแต่ปี 2553 ก็ถูกร้องขอให้ปรับย้าย อย่างไรก็ตาม การตั้งพนักงานสอบสวนที่มียศทหารเข้ามาร่วมสอบสวนมีเพียง 7 คน ไม่ใช่ 20 คน ตามที่ผู้ร้องระบุ โดยทั้ง 7 คน จะมีหน้าที่ประสานข้อมูลกับฝ่ายทหาร จึงขอให้ผู้ร้องสบายใจ ส่วนกรณีที่ นพ.เหวง ต้องการให้ทีมทนายเข้าร่วมฟังการสอบสวนตามกฎหมาย ไม่สามารถกระทำได้ เพราะการสอบสวนมีชั้นความลับตามกฎหมาย แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี ก็ไม่สามารถเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนได้
 
                         ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ดีเอสไอส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพกลับไปให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พิจารณาอีกครั้ง ตามที่ผู้เสียหายขอความเป็นธรรม โดยสัปดาห์นี้ บช.น.จะส่งคืนสำนวนชันสูตรทั้งหมด 27 ศพ กลับมาให้ดีเอสไอดำเนินการ ส่วนกรณีที่ผู้ร้องมีข้อสงสัย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.เข้ามาร่วมเป็นพนักงานสอบสวนด้วยนั้น ตำรวจท้องที่ และ บช.น.เข้าร่วมเป็นพนักงานสอบสวนตั้งแต่เริ่มต้น แต่ที่ผ่านมา มีการโยกย้ายตำรวจบ่อย ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวนตามไปด้วย
 
 
 
ขอจัดงานรำลึก 10 เม.ย. แค่ทำบุญไม่มีปราศรัย
 
 
                         เมื่อเวลา 13.00 น. นายจตุพร มอบหมายให้ นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง ขออนุญาตจัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชนผู้ล่วงลับในเหตุการณ์การสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. - 19 พ.ค. 2553 ที่ผ่านมา ณ วัดพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย วันที่ 10 เม.ย. 2558 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 12.00 น.
 
                         โดยในหนังสือของนายจตุพร ระบุว่า การมายื่นหนังสือดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อเจตนาของการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชน และไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ดังนั้น ทางกลุ่มญาติวีรชนและแนวร่วม นปช. ขอชี้แจงให้ทราบว่า การจัดงานในวันดังกล่าว เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลต่อผู้ล่วงลับ โดยไม่มีนัยทางการเมืองแอบแฝง และมิได้เป็นการชุมนุมแต่อย่างใด โดยมี พล.ต.หญิง บุษบง นุตสถิตย์ หัวหน้าศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารกกองทัพบก เป็นผู้มารับมอบหนังสือ
 
                         โดยนายธนาวุฒิ กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ทางกลุ่ม นปช.ได้จัดงานทำบุญเพื่อรำลึกผู้ที่ล่วงลับทุกปี แต่เนื่องจากปีนี้มีคำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44 ตลอดจน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า จะไม่ให้มีการจัดงานดังกล่าว ตัวเองและญาติของผู้เสียชีวิตจึงเดินทางมายื่นหนังสือ 2 ฉบับ ฉบับแรก เป็นคำชี้แจงของนายจตุพร ส่วนฉบับที่ 2 เป็นคำขออนุญาตจากตัวแทนของญาติวีรชน เพื่อขอจัดงานดังกล่าว พร้อมทั้งมีการแนบกำหนดการการจัดงานดังกล่าวไว้ด้วย
 
                         "การจัดงานดังกล่าวเป็นเพียงการทำบุญ ไม่มีนัยใดๆ แอบแฝง รวมทั้งไม่มีการตั้งเวทีปราศรัย และพร้อมให้ คสช.ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าดูแลรักษาความสงบในพื้นที่จัดงาน ทั้งนี้ หัวหน้า คสช.ระบุว่า จะใช้มาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ ก็จะดูว่า สร้างสรรค์จริงหรือไม่ หรือจะเป็นการบังคับใช้ ม.44 แบบ 2 มาตรฐาน เพราะหัวหน้า คสช.เอง ยังเดินทางไปทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ ได้ ตลอดจนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังจัดงานทำบุญพรรคได้เช่นกัน แต่นี่ญาติวีรชนมาขอจัดงานทำบุญบ้าง จะไม่ได้หรืออย่างไร อย่างไรผมมองว่า คสช.ไม่น่าปิดกั้น เพราะการทำบุญเป็นการทำพิธีตามศาสนาพุทธ ซึ่งหัวหน้า คสช.เป็นคนไทย ก็น่าจะเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้จะดูท่าทีของ คสช.อีกครั้ง"