
'ผู้โดยสาร' เหยื่อ 'บอยคอต' เที่ยวบินไทย ...
06 เม.ย. 2558
'ผู้โดยสาร' เหยื่อ 'บอยคอต' เที่ยวบินไทย ... : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ลุ้นระทึกกันน่าดูว่า..ผู้โดยสารกว่า 1.2 แสนคน จะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือไม่ ?
ใครซื้อตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์ต่างหัวหมุน โทรศัพท์สอบถามตัวแทนขายตั๋วเครื่องบินว่า ใบที่ซื้อนั้นอยู่ในประเภท 4 งดที่ญี่ปุ่นสั่งห้ามหรือเปล่า นั่นคือ “งดเพิ่มเที่ยวบิน” “งดเปลี่ยนจุดบิน” “งดเปิดจุดบินใหม่” “งดเปลี่ยนขนาดเครื่องบิน” หรือไม่ ...
ย้อนเหตุการณ์เริ่มจาก วันที่บริษัทขายตั๋วเครื่องบินได้ข้อมูลว่ามีคำสั่งกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นสั่ง "บอยคอต" หรือ ห้ามเครื่องบิน "เช่าเหมาลำ" สัญชาติไทยเพิ่มเที่ยวบินเข้าญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ทำให้ "เจริญ วังอนานนท์" เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ต้องออกร้องเรียนว่าผู้โดยสาร 5 หมื่นคน กำลังเดือดร้อน สาเหตุเพราะกรมการบินพลเรือนไทยไม่ปรับปรุงมาตรฐานตามที่ "องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ" หรือ "ไอซีเอโอ" กล่าวเตือนมาหลายครั้งและไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว
"สมชาย พิพุธวัฒน์" อธิบดีกรมการบินพลเรือน ยอมรับว่า ขณะนี้มี 7 สายการบินได้รับผลกระทบ ได้แก่ จากการ "นกสกู๊ต การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ เอเชียแอตแลนติก เจ็ทเอเชีย และเอเซียนแอร์" ส่งผลให้ผู้โดยสารเส้นทางบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น อาจได้รับผลกระทบมากกว่า 1.2 แสนคน ถ้ายังไม่สามารแก้ปัญหาได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากผู้โดยสารเดินทางเดือนเมษายนมีจำนวน 7 หมื่นคน และเดือนพฤษภาคม 5 หมื่นคน ทั้งนี้ วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คือ ผู้ประกอบการสายการบินจะประสานไอซีเอโอเข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยของสายการบินโดยตรง
ส่วนการแก้ไขระบบมาตรฐานของกรมการบินพลเรือนประเทศไทยนั้น จะต้องรีบทำภายใน 8 เดือน ก่อนที่ประเทศอื่นๆ จะสั่งบอยคอตเที่ยวบินจากประเทศไทยเหมือนญี่ปุ่น
แหล่งข่าวในกระทรวงคมนาคม วิเคราะห์ให้ฟังว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไอซีเอโอ เข้ามาตรวจกรมการบินพลเรือน (บพ.) ภายใต้โครงการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัย (Universal Oversight Audit Program : USOAP) ล่าสุดมาตรวจเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตรวจเสร็จระบุเลยว่ามีข้อบกพร่องที่มี "นัยสำคัญต่อความปลอดภัย" หรือ เอสเอสซี (Significant Safety Concerns : SSC)" ดังนั้นไทยต้องรีบแก้เอสเอสซี ให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นทางไอซีเอโอจะไม่ให้การรับรองมาตรฐาน ที่สำคัญคือไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เตือนมาหลายครั้งแล้ว
"จุดที่ไอซีเอโอเตือนว่าต้องแก้ไขให้ชัดเจน สรุปได้ว่ามี 4 ส่วน คือ 1 ต้องแยกสนามบินที่ บพ.ดูแลอยู่ทั้งหมด 28 แห่ง ออกไปให้หน่วยงานอื่น เพราะเป็นไปไม่ได้ที่หน่วยงานเจ้าของสนามบิน จะเป็นผู้ให้ใบอนุญาตและตรวจสอบด้วย เหมือนอัฐยายซื้อขนมยาย แต่คำถามคือใครจะเอา เพราะ 28 สนามบินนั้นไม่ได้ทำเงิน เช่น น่าน แพร่ แม่สะเรียง สกลนคร ฯลฯ สนามบินดีๆ ส่วนใหญ่เป็นของเอโอที หรือบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มีอยู่ 6 แห่ง สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงราย เชียงใหม่ หาดใหญ่ หมายความว่าต้องหาคนมารับผิดชอบสนามบินเหล่านี้ เพราะต้องแยก ผู้กำกับดูแล (Regulator) ออกจากผู้ให้บริการ (Operator) และที่สำคัญคือ ผู้กำหนดนโยบาย (Policy Maker) ก็ต้องแยกไปให้กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ และอีกส่วนที่สำคัญคือ การสอบสวนอุบัติเหตุ (Investigation) ต้องเป็นแยกเป็นหน่วยงานต่างหากเช่นกัน"
แหล่งข่าวข้างต้นให้ข้อมูลต่อว่า ส่วนที่ 2 คือ จัดหาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งขาดแคลนในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านสำคัญได้แก่ ด้านการปฏิบัติการบิน, ด้านวิศวกรรมการบิน, ด้านใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่, ด้านช่วยเหลือสอบสวนอุบัติเหตุ, ด้านจราจรทางอากาศ, ด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน, ด้านสนามบิน ฯลฯ หมายความว่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ เหล่านี้ไม่เคยเพียงพอ มีสายการบินมาจดทะเบียนเพิ่มตลอดเวลา แต่ บพ.ไม่เคยมีงบประมาณในการเพิ่มเจ้าหน้าที่ ยิ่งไปกว่านั้น เงินเดือนราชการก็น้อย บุคลากรที่มีความสามารถถูกซื้อตัวไปอยู่เอกชนกันหมด
ส่วนที่ 3 คือเรื่องของการปรับปรุงระบบฐานข้อมูล (Database) จากเดิมยังเป็นระบบเอกสารและมีคอมพิวเตอร์บางส่วน แต่ไม่สามารถแชร์หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลทุกอย่างกับประเทศต่างๆ ได้ ไอซีเอโอจึงต้องขอให้เร่งปรับปรุงให้เป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสะดวกในการติดตามดูแลตรวจสอบข้อมูลและระบบความปลอดภัยต่างๆ ส่วนสุดท้ายคือ กลุ่มงานดูแลการให้ใบอนุญาตสายการบินทั้งหมด 60 สายการบินต้องปรับปรุงและเพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่โดยเร่งด่วน จากตอนนี้มีประมาณ 10 คน ดูแลสายการบินประมาณ 60 สายการบินของประเทศไทย
ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ฝ่ายขึ้นมาเพื่อทำตามคำแนะนำของไอซีเอโอ คือ "คณะกรรมการอำนวยการแก้ปัญหาผลกระทบ" และ "คณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบ" กำหนดกรอบเวลาทำงาน 8 เดือน แต่จะพยายามเร่งให้เสร็จภายใน 2 เดือน และจะรายงานให้ไอซีเอโอรับทราบทุก 15 วัน และ อนุมัติงบประมาณเร่งด่วน สำหรับเพิ่มบุคลากร 23 ล้านบาท และอีก 80 ล้านบาท สำหรับค่าปรับปรุงระบบฐานข้อมูล
หลังจากลุ้นระทึกหลายวัน ในที่สุดวันที่ 3 มีนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวว่าญี่ปุ่นลงนามร่วมกันกับไทยแล้ว เพื่อผ่อนคลายมาตรการให้เที่ยวบินจากไทยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) เดินทางไปลงญี่ปุ่นได้ ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน-31 พฤษภาคม
แต่ก่อนออกเดินทางฝ่ายไทยต้องตรวจสอบมาตรฐานทุกเที่ยวบิน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับความปลอดภัย และการขนส่งวัตถุอันตราย เมื่อตรวจสอบแล้วต้องมีการเซ็นรับรองจากกรมการบินพลเรือนของไทยด้วย และเมื่อถึงญี่ปุ่นก็ต้องได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยของญี่ปุ่นโดยละเอียดอีกครั้ง
ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า
“แล้วที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจสอบความปลอดภัยแบบนี้มาก่อน? ทั้งที่เป็นมาตรฐานสำหรับความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่ใช่เฉพาะเที่ยวเหมาลำ แต่ควรตรวจทุกเที่ยวบินมิใช่หรือ?”
---------------------
('ผู้โดยสาร' เหยื่อ 'บอยคอต' เที่ยวบินไทย ... : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



