ข่าว

หล่อรอยเท้าล่ามือปืนสังหารผู้ใหญ่บ้านบางสะพาน

หล่อรอยเท้าล่ามือปืนสังหารผู้ใหญ่บ้านบางสะพาน

05 เม.ย. 2558

หล่อรอยเท้าล่ามือปืนสังหารผู้ใหญ่บ้านบางสะพาน : คลี่ปมปริศนา csi-thailand ทีมข่าวอาชญากรรม

                ในคดีอาชญากรรมทุกประเภทร่องรอยหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุถือเป็นวัตถุพยานที่จะเป็นเบาะแสสำคัญในการสาวไปถึงตัวคนร้าย ไม่ว่าคนร้ายจะมีความเชี่ยวชาญในการก่อเหตุมากน้อยแค่ไหนก็มักจะทิ้งร่องรอยไว้ให้ติดตามได้เสมอ

                ซึ่งแน่นอนว่า หากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุยิ่งมีมากเท่าไหร่โอกาสที่ตำรวจจะปิดคดีได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วก็ย่อมมีความเป็นไปได้มากขึ้น ดังนั้นหากเกิดเหตุร้ายขึ้นในที่ใด ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุต้องคงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด โดยต้องกันพื้นที่ไว้ ไม่ให้ใครเข้าไปในพื้นที่ จนกว่าตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุลุล่วงแล้ว

                กรณีสังหารผู้ใหญ่บ้านสามขุม หมู่ 10 ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน เป็นกรณีตัวอย่างได้ดีที่สุดคดีหนึ่ง

                คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 8 ธันวาคม 2555 ที่หน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งในหมู่บ้านสามขุม คนร้ายอาศัยเงามืดแฝงตัวอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน ใช้ปืนลูกซองสุ่มยิงนายบุญมี กลิ่นงาม ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน เสียชีวิต โดยขณะเกิดเหตุเขานั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์

                หลังสิ้นเสียงปืนร่างผู้ใหญ่บ้านตกลงจากรถกระแทกพื้นในสภาพนอนหงาย พร้อมรถจักรยานยนต์ก็ล้มลงอยู่ตรงนั้น ส่วนคนร้ายอาศัยเงามืดหลบหนีไป โดยไม่มีใครมีโอกาสเห็น

                หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ผกก.สภ.ธงชัย (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำโดย พ.ต.อ.วิรัช ทองไทย นวท. (สบ 4) ผู้เชี่ยวชาญประจำ พฐ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐาน แกะรอยหาตัวคนร้าย โดยมี พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) คอยให้คำแนะนำการเก็บพิสูจน์หลักฐานต่างๆ

                กระสุนปืนลูกซองเข้าที่หน้าผาก โหนกแก้ม ไหล่สองข้าง หน้าท้อง และต้นขาของนายบุญมี ห่างออกไปเล็กน้อยที่บานประตูเหล็กยืดหน้าร้านค้ามีรอยกระสุนปืนทะลุ 2 รอย และพบลูกตะกั่วกระสุนปรายของลูกซองเบอร์ 12 (ขนาด 9 เม็ด/เอสจี) ติดอยู่บนผนังหน้าร้าน

                ส่วนใบปาล์มน้ำมัน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านค้ามีรอยทะลุเป็นรูเหมือนถูกกระสุนลูกซอง ห่างไปเล็กน้อยพบแว่นกระดาษปิดหัวกระสุนตกอยู่ในแนววิถีกระสุนตรงไปยังผู้ตาย จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะใช้เป็นจุดซุ่มยิง ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้กันพื้นที่ไว้รอการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดในเวลารุ่งสาง เพราะหากมีการเก็บหลักฐานในเวลากลางคืนร่องรอยที่คนร้ายทิ้งไว้อาจลบเลือน

                เมื่อรอกระทั่งสว่างจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พบหมอนรองกระสุนลูกปืนเบอร์ 12 จำนวน 2 ชิ้น และพบรอยรองเท้า 2 ข้าง ไม่เหมือนกัน ที่จุดซุ่มยิง รวมถึงในสวนยางห่างจากสวนปาล์ม ซึ่งเป็นจุดซุ่มยิงไปประมาณ 80 เมตร ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงหล่อรอยรองเท้าไว้ พร้อมกับเก็บตัวอย่างดินบริเวณที่พบรอยรองเท้าและใกล้เคียงไว้เพื่อใช้ตรวจเทียบ กรณีที่สามารถติดตามพบรองเท้าคู่ดังกล่าว

                ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ธงชัย เดินแกะรอยตามรอยรองเท้าไปสิ้นสุดที่บ้านของนายธำรง บัวนิ่ม ตรวจพบรองเท้าบู๊ท 2 คู่ จึงยึดไว้ตรวจสอบ แต่ไม่พบหลักฐานอื่น จึงเดินเลยไปยังบ้านอีกหลังซึ่งถัดออกไปเล็กน้อย เป็นบ้านของนายสมยศ บัวนิ่ม ญาติของนายธำรง

                ตรวจค้นภายในบ้านพบปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก, ปืนลูกกรด (ขนาด.22) จำนวน 1 กระบอก, ลูกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 ที่ยังไม่ได้ยิง และปลอกกระสุนลูกซองที่ยิงแล้ว 7 ปลอก

                ขณะที่ข้างบ้านพบปลอกกระสุนลูกซองเบอร์ 12 ผ่านการยิงและเพิ่งสลัดปลอกกระสุนทิ้งไว้ 1 ปลอก สอบถามนายสมยศอ้างว่า เพิ่งยิงจากปืนลูกซองที่ตำรวจพบภายในบ้าน เพื่อไล่คนร้าย โดยขณะยิงนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อนบ้าน แต่เมื่อตำรวจไปสอบถามบุคคลที่ถูกอ้างถึงกลับได้คำตอบว่า ไม่รู้เห็นกับการใช้ปืนยิงคนร้ายอย่างที่นายสมยศอ้างถึง

                ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำรองเท้าบู๊ทที่ยึดได้จากบ้านญาตินายสมยศไปตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์พบว่า รองเท้าบู๊ทดังกล่าวมีพื้นรองเท้าตรงกับรอยรองเท้าที่พบในจุดซุ่มยิง รวมถึงเศษดินที่พบในร่องพื้นรองเท้าบู๊ทตรวจสอบสภาพดินแล้วตรงกันกับดินที่จุดซุ่มยิง

                ผลการตรวจสอบปลอกกระสุนก็พบว่ายิงมาจากปืนลูกซองที่พบในบ้านของนายสมยศ เช่นเดียวกับผลตรวจค่าสารประกอบทางเคมี ของตะกั่วลูกปรายที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ กับลูกปรายจากกระสุนที่ยึดได้จากบ้านของนายสมยศ พบว่ามีคุณสมบัติของสารประกอบธาตุสอดคล้องกัน ขณะที่หมอนรองกระสุน และแว่นกระดาษปิดกระสุน เมื่อผ่านการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีแล้วก็พบว่ามีคุณสมบัติเหมือนกัน

                หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าวชี้ว่า นายสมยศน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการลอบสังหารผู้ใหญ่บุญมีอย่างแน่นอน ส่งผลให้ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ใช้ข้อมูลที่ได้ผสมกับการใช้หลักจิตวิทยาเข้าพูดคุยกับนายสมยศ โดยหยิบยกหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ที่ตรวจพบภายใต้การทำงานของตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ อีกทั้งขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเดินทางไปเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะขั้นตอนการหล่อรอยรองเท้า การหาวิถีกระสุน ร่องรอยจากจุดซุ่มยิง นายสมยศได้เฝ้าติดตามสังเกตการณ์การทำงานอยู่ทุกระยะ

                ในที่สุดนายสมยศก็เกิดความเกรงกลัวในหลักฐานที่ตำรวจตรวจพบ และสำนึกผิด ตัดสินใจให้ทนายพาเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ไพรัตน์เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2555 หลังจากเกิดเหตุเพียง 3 วัน โดยนายสมยศรับสารภาพว่า ลงมือยิงผู้ใหญ่บุญมีด้วยตัวเอง เนื่องจากโกรธแค้นที่แพ้การเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน