
ประยุทธ์เยือนเชียงใหม่เปิดข่วงพระเจ้าล้านนา
ประยุทธ์เยือนเชียงใหม่ เปิดข่วงพระเจ้าล้านนา : ทีมข่าวความมั่นคง
วันที่ 5 เมษายนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคิวเดินทางไปเยือน จ.เชียงใหม่ อีกครั้งเพื่อเป็นประธานในการเปิดงาน “ฮีดฮอย..ป๋าเวณี 100 ปี๋ เมืองเจียงใหม่” ประจำปี 2558 ในระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน ณ ข่วงพระเจ้าล้านนา ปากทางเข้าห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา หรือที่รู้จักกันในนามโหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ "โหรคมช." กล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของข่วงพระเจ้าล้านนาว่า ข่วงพระเจ้าล้านนาถือเป็นศูนย์รวมทางจิตใจแห่งใหม่ของพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่และภาคเหนือทั้งหมด
ขณะนี้การดำเนินงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งสถานที่จัดงาน การตกแต่งงานให้ย้อนอดีตเหมือนศิลปวัฒนธรรมในยุคปี 2500 การนำศิลปวัฒนธรรมทางภาคเหนือมาจัดแสดง โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น นำนักศึกษาเข้าร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการฝึกอาชีพให้ผู้ที่สนใจในด้านต่างๆ และการแสดงวัฒนธรรมทางภาคเหนือในยุคต่างๆ รวมทั้งการเชิญชวนพ่อครูแม่ครูมาให้ความรู้เชิงศิลปวัฒนธรรม และการจัดนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม 8 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน พะเยา และแม่ฮ่องสอน
ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 และตำรวจภูธรภาค 5 มาร่วมดูแลความปลอดภัย
โหรวารินทร์ เล่าถึงที่มาของพิธีเปิดข่วงพระเจ้าล้านนา ว่า เราหวังสร้างสถานที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เน้นการฟื้นฟูวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ โดยก่อนหน้านี้ได้ปรึกษาหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
กิจกรรมภายในงานจะมีการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น การเฉลิมฉลององค์พระเจดีย์ทราย ขบวนศรัทธาหัววัด (9 วัด) การเคลื่อนขบวนแห่เข้านมัสการสรงน้ำองค์พระเจดีย์ทรายแบบล้านนา กิจกรรมวิถีชีวิตคนพื้นเมือง หมู่บ้านฮีตฮอยคนเมือง, พ่อครูแม่ครู (ครูภูมิปัญญา) กาดก้อมคนเมือง การลอยสะตวงพื้นบ้าน รวมทั้งการเยี่ยมชมเฮือนหลวง (บ้านเจ้านายของหมู่บ้านพื้นเมือง)
สำหรับความเป็นมาของข่วงพระเจ้าล้านนาแห่งนี้ โหรวารินทร์ได้รับอนุญาตให้จัดสร้างขึ้นบนพื้นที่ของกองทัพบก เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2556 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้รับมอบในสมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
พล.อ.ประยุทธ์ เล็งเห็นความสำคัญของข่วงพระเจ้าล้านนาที่จะเป็นศูนย์กลางทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตตามแนวทางแห่งความพอเพียง รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญ จึงให้จัดตั้งมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนาขึ้นเพื่อดูแลรักษา พัฒนาและจัดกิจกรรมตามวัฒนธรรมทางภาคเหนือ เพื่อให้คงความเป็นวัฒนธรรม “ฮีดฮอย..ป๋าเวณี” อย่างยั่งยืน
ข่วงพระเจ้าล้านนา หรือ “พุทธมณฑลล้านนา” ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่การปักเสาต้นแรก เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 โดยมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ บนพื้นที่กองทัพบกบริเวณปากทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ข่วงพระเจ้าล้านนาเป็นอาคารสำคัญทางพุทธศาสนา จัดสร้างตามแบบศิลปะสถาปัตยกรรมล้านนา โดยมี ผศ.จุไรพร ตุมพสุวรรณ และอาจารย์อำนวย อินทจักร์ วางผังภูมิสถาปัตย์
นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่แล้ว ข่วงพระเจ้าล้านนายังเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยมี "องค์พระเจ้าล้านนา" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อทองเหลืองปางพิชิตมารหน้าตัก 99 นิ้ว เป็นพระประธาน มีซุ้มจตุรมุขสี่ด้านประดิษฐานพระประจำวันเกิด ยอดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับมาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จเกี่ยว อุปเสโณ)
ทั้งนี้ ยังมี “พุทธมหาเจดีย์ข่วงพระเจ้าล้านนา” ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอย ที่จำลองมาจากวัดพระพุทธบาทสี่รอยใน อ.แม่ริม เป็นโบราณวัตถุที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของเชียงใหม่ และเป็นที่สักการะของประชาชนทั่วไป
พระพุทธบาทสี่รอย สร้างจากความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ เสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทซ้อนกันเอาไว้ ผนังด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิดไว้จำนวน 99 พระองค์ บนฐานโดยรอบพระเจดีย์ด้านนอก จำลองพระธาตุประจำปีนักษัตรทั้ง 12 ปี
นอกจากนี้ยังมีการ "สร้างศาลาบาตร" ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนปิดทองแบบล้านนาประยุกต์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิด จำนวน 9 องค์ เดิมใช้เขตสังฆาวาสเป็นที่ตั้งบาตรของพระสงฆ์ รวมถึงศาลาธรรม และสระอโนดาต ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของผู้แสวงบุญ มีองค์พระเจ้าทันใจ ขนาด 59 นิ้วประดิษฐานอยู่ภายใน ตกแต่งทางเข้าด้วยพญานาคคู่
ด้านนอกมีสระน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า "สระอโนดาต" มีพระพุทธรูปปางรำพึง รวมทั้งมีการปลูกต้นไม้ 108 ชนิด และ "ข่วงผญาปัญญาปูจาพระเจ้าล้านนา" เพื่อเป็นสถานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต และภูมิปัญญาแบบโบราณ
ในข่วงพระเจ้าลานนา ยังมีการนำประเพณีพื้นฐานของคนภาคเหนือทั้ง 8 จังหวัด มารวมอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ด้วย โดยยึดตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวล้านนาในอดีต
เช่น การจัดสร้างผืนนา ปลูกพืชผักสวนครัว บึงเลี้ยงปลา โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ สวนไม้ผลพื้นเมือง ยาสมุน-ไพร ผักปลอดสารพิษต่างๆ กับพื้นที่อนุรักษ์การปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง โดยใช้วัวควายไถนา เกี่ยวข้าวนวดข้าวโดยไม่ใช้เครื่องจักรกลใดๆ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเกษตรกร ชาวบ้าน เยาวชน และผู้ที่สนใจทั่วไป
ข่วงพระเจ้าล้านนาใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 100 ล้านบาทจากทรัพย์สินส่วนตัว และเงินบริจาคของประชาชน เพื่อสร้างพุทธสถานเอาไว้เป็นพุทธบูชา และมรดกของแผ่นดินสืบไป และยังถือเป็นการจัดสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสฉลองพระชนมพรรษา 84 พรรษาอีกด้วย



