
'พระสุเทพ'ตรองแล้วสลายแดงปี53
03 เม.ย. 2558
'พระสุเทพ' ไม่ขอพยานสลายชุมนุมปี 53 แนะ ป.ป.ช.อย่าดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง ลั่น ออกคำสั่งเอง พร้อมรับผิดชอบ
3 เม.ย. 58 พระสุเทพ ปภากโร (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติอนุญาตให้เพิ่มพยานตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ขอมา คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรณีถูกกล่าวหา สั่งสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 ว่า หลังจากที่เราได้ไปยื่นแก้ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. เราก็ไม่ทราบว่า ป.ป.ช.จะพึงพอใจมากน้อยแค่ไหน หรือ ป.ป.ช.ตั้งใจอย่างไร ไม่กังวล
"การมาบวชก็ดีไปอย่าง เรามองทุกอย่างตามความเป็นจริง ทุกอย่างมีเหตุ มีปัจจัย ที่จะทำให้เกิดสิ่งนั้น สิ่งนี้ เราพร้อมรับสถานการณ์ทุกอย่าง ถ้า ป.ป.ช.จะคิดเห็นอย่างไร หรือตัดสินใจจะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ทางสภาฯ ถอดถอน แบบเดียวกับที่ส่งเรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกัฐมนตรี ไปให้สภาฯ ถอดถอน เราก็เตรียมตัวพร้อมแล้วที่จะไปชี้แจงในสภาฯ และถ้า ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราพร้อมที่จะไปสู้คดีในศาลอาญา ยืนยันว่า ไม่หนีไปไหน พร้อมจะไปพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม"
พระสุเทพ กล่าวว่า เอกสารที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ไปแล้วนั้น เป็นเอกสารที่พยายามรวบรวมข้อมูลที่พยายามให้เห็นในข้อเท็จจริงว่า ในปี 2553 เกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องมีการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างนั้น และแต่ละคำสั่งมีเหตุผล มีความจำเป็นอย่างไร และยังได้บอกต่อ ป.ป.ช.ด้วยว่า ป.ป.ช.ไม่สมควรที่จะไปดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง และเจ้าหน้าที่เองก็มั่นใจว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย ถ้าจะผิดก็ต้องมาเล่นงานคนออกคำสั่ง และที่ไม่อ้างใครมาเป็นพยานทั้งสิ้น เพราะทำด้วยตัวเอง ก่อนออกคำสั่งก็ต้องไตร่ตรอง ระดมสมอง ถามความเห็น ประเมินความเห็น ประมวลสถานการณ์ ชัดเจนแล้ว เห็นถึงความจำเป็น เป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ดูบ้านเมืองให้ปลอดภัยมั่นคง ให้ประชาชนอยู่อย่างปลอดภัย และเมื่อมีคนก่อการร้ายขึ้น เอาอาวุธสงครามมาฆ่าตำรวจ ประชาชน มาฆ่าทหาร เรามีหน้าที่ทำให้สถานการณ์ คืนกลับสู่ความสงบ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น
เมื่อถามว่า บุคคลที่ถูกกล่าวถึงพร้อมที่จะมาเป็นพยานหรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า เราไม่ต้องการ เพราะการไปอ้างใครมาเป็นพยาน เป็นการส่งสัญญาณสู่สาธารณชน ที่อาจทำให้คนเข้าใจผิดเกิดความสับสนได้ เพราะว่าแต่ละคนมีภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติงานเพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อส่วนรวม การที่เราทำอะไรเราต้องคำนึงด้วยว่า อย่าให้กระทบต่องานของท่านเหล่านั้น มีหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองขณะนี้ และในวันที่ 21 - 22 เมษายนนี้ ก็จะไปพบกับทาง ป.ป.ช.อีกครั้ง



