ข่าว

สั่งเอาผิดจนท.รัฐเอี่ยว‘โบนันซ่า’รุกป่าสงวน

สั่งเอาผิดจนท.รัฐเอี่ยว‘โบนันซ่า’รุกป่าสงวน

03 เม.ย. 2558

‘ผู้ว่าฯโคราช’ เล็งสืบย้อนหลังเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว ‘โบนันซ่า’ รุกป่าสงวน ลั่นใครทำผิดต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทุกราย

 
           จากกรณีที่ พันเอก สมหมาย บุษบา คณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบบริเวณสนามแข่งรถและพื้นที่ปลูกบ้านพัก ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า เขานกยูง เขาอ่างหิน บ้านโบนันซ่า รีสอร์ทเขาใหญ่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รวมพื้นที่กว่า 151 ไร่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
           ล่าสุดวันนี้ (3 เม.ย.58) นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ทุกเรื่องผลเกิดมาแต่เหตุ ดังนั้นต้องไล่เรียงมาแต่ต้นว่าที่มีผลในวันนี้เกิดมาจากเหตุอะไร ใครเป็นคนทำไว้ มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนบ้างที่เกี่ยวข้อง ส่วนคนที่ไม่ได้ทำผิด ก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลอะไร แต่คนที่เป็นต้นเหตุของการบุกรุกป่าสงวนครั้งนี้ ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายทุกราย ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา ก็เร่งดำเนินการทวงคืนผืนป่าสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 1 หมื่นไร่ 
 
           โดยเฉพาะผู้ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสาธารณะ ป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติ เมื่อใช้ภาพถ่ายทางอากาศ และใช้ระบบจีพีเอส วัดพิกัด จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าที่ไหนถูกบุกรุกบ้างแล้ว ดังนั้นเมื่อที่ดินดังกล่าวมีการออกโฉนดแล้ว หากมีผู้กล่าวอ้างว่าเอกสารของรัฐออกโดยไม่ชอบตามกฎหมาย ผู้นั้นต้องเป็นผู้นำสืบ ซึ่งกรณีนี้ทางทหารเป็นผู้ดำเนินการนำสืบ หากพบบุกรุกจริงก็ต้องทำการเพิกถอนโฉนดได้ทันที ปัจจุบันเดินทางไปที่ อ.วังน้ำเขียว และ อ.ปากช่อง แล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าจุดไหนบุกรุกหรือไม่ ก็ขอเตือนผู้ที่กำลังจะทำการบุกรุกว่าอย่าได้คิดกระทำ เพราะถึงอย่างไรก็สามารถสืบพบและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไม่วันใดก็วันหนึ่ง จึงไม่คุ้มกันแน่
 
 
นครราชสีมา - คาดปัญหาที่ดินโบนันซ่า ได้ข้อสรุป 7 เม.ย.
 
 
           ความคืบหน้ากรณี ชุดปฏิบัติการพิเศษกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกรมป่าไม้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.)กองทัพภาคที่ 2 เข้าตรวจสอบสนามแข่งรถ International Bonanza Speed Way ในโครงการ โบนันซ่า ของนายไพวงษ์ เตชะณรงค์ นักการเมืองสังกัดพรรคเพื่อไทยและนักธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งสนามแข่งรถดังกล่าวตั้งอยู่หมู่ 11 บ้านโบนันซ่า ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา และพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเสียดอ้า เขานกยูง เขาอ่างหิน
 
           นายมลศักดิ์ จงรักษ์ หัวหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในการตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวว่า ได้มีหนังสือสั่งการลงไปให้ทางสำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา สาขาปากช่อง ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์บริเวณสนามแข่งรถในโบนันซ่า เขาใหญ่รีสอร์ท จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีบางส่วนของสนามแข่งรถ ซึ่งอยู่นอกเอกสารสิทธิ์ บางส่วนมี น.ส.3 ก. ซึ่ง น.ส.3 ก.นี้ออกมาหลายปีแล้ว โดยการเดินสำรวจออกโฉนด ซึ่งในส่วนที่อยู่นอกเขต น.ส.3 ก. เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เป็นเจ้าของพื้นที่จะต้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากมีการสร้างสนามแข่งรถและบ้านพักตากอากาศบางส่วนอยู่ในพื้นที่ส่วนนั้น
 
           เรื่องนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจตนจึงสั่งการกำชับลงไปอีกครั้งว่าวันจันทร์ที่ 6 เม.ย. จะต้องมีข้อเท็จจริงเบื้องต้น ส่วนถ้ามีการตรวจพบว่ามีหลักฐานเอกสารสิทธิ์บริเวณใดของโบนันซ่า ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา จะต้องรายงานให้นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา และรายงานไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการเพิกถอนแก้ไขตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป โดยมีเจ้าพนักงานที่ดิน สาขาปากช่องเป็นประธาน และมีนายอำเภอปากช่องหรือผู้แทน และ อปท.ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งส่วนราชการเจ้าของพื้นที่ร่วมเป็นกรรมการด้วย ส่วนเอกสารที่ดินออกเป็น น.ส.3 ก. เนื่องจากสมัยก่อนเป็นการเดินสำรวจแล้วออกให้กับราษฏรผู้ถือครอง โดยเป็นชื่อของราษฏรแล้วมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ และต่อมามีการโอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโบนันซ่า ส่วนจะใช้ในนามนิติบุคคลหรือชื่อบุคคลธรรมดานั้น เบื้องต้นตนยังไม่ได้ตรวจสอบตรงนี้ เพียงแต่ตอนนี้ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกแปลง เพราะบางแปลงเป็นชื่อของนิติบุคคล ก็ต้องดูให้ละเอียดและชัดเจน เพราะที่ดินของโบนันซ่ามีเป็นจำนวนหลายพันไร่ และจุดเกิดเหตุเป็นจุดที่อยู่ในซอกเขาก็ต้องตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
 
           นายมลศักดิ์ กล่าวว่า การตรวจบริเวณนั้นได้สั่งการลงไปในรัศมี 1 กิโลเมตร จากจุดเกิดเหตุว่ามีส่วนไหนอีกที่มีปัญหา แต่เบื้องต้นเราตรวจเอกสารก่อนแล้วตรวจจากแผนที่แสดงในเขตที่ดินของรัฐ เช่น แนวเขตป่าไม้ถาวร แนวเขตป่าสงวนว่า บริเวณที่ออกโฉนดมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง ถ้าไม่มีก็จะได้ดูเฉพาะส่วนนี้ แต่ส่วนที่ลงไปตรวจพบมีการสร้างออกมาในนอกเขตของ น.ส.3 ซึ่งทางเจ้าของเองก็ยอมรับแล้วว่า 
 
           ก่อสร้างออกมานอกเขต และยินดีที่จะส่งคืนพื้นที่ โดยถ้ามีการส่งคืนที่ดินแล้วทางเจ้าของพื้นที่ทางป่าไม้หรืออุทยานจะดำเนินการต่อไปก็เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
 
           ส่วนแปลงที่นำมาแสดงมีจำนวนกว่า 40 ไร่ ทราบข่าวว่า ทางฝ่ายความมั่นคงเอาจีพีเอสลงไปจับพิกัด ซึ่งยังไม่ละเอียดพอ ส่วนระยะเวลาการตรวจสอบวันที่ 7 เม.ย. นี้  จะได้ข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานที่ดินจังหวัด สาขาปากช่อง  "  ถึงที่สุดแล้วส่วนที่อยู่นอก น.ส.3 หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ถ้าอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหรือป่าสงวนฯ ก็ต้องไปดำเนินการ ซึ่งนอกเหนือจากจะดูให้สิทธิเฉพาะมี น.ส.3 กับโฉนด เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของ โดยเบื้องต้นจะตรวจสอบ น.ส.3 ตามที่อ้างอยู่ตรงไหน และตรวจสอบที่ไปที่มาว่า เป็น น.ส.3 ที่ถูกต้องหรือเปล่า ถ้าไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ให้เป็นไปตามระเบียบตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนพื้นที่ดังกล่าวสามารถออกเป็น น.ส.3 หรือโฉนดได้นั้น ถ้าอยู่นอกเขตป่าสงวนหรืออุทยานก็ออกได้ แต่ถ้าแปลงไหนที่คาบเกี่ยวเขตป่า ก็ต้องให้ป่าไม้มาดูว่าเขตป่าไม้อยู่ตรงไหน จะออกเฉพาะส่วนที่อยู่นอกเขตป่าเท่านั้นจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.ที่ทางโบนันซ่านำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ได้มาช่วงปี  2529 – 2530 หรือกว่า 20 ปีแล้ว นานพอสมควรซึ่งจะต้องตรวจสอบที่มาที่ไปอย่างละเอียดรอบคอบ" นายมลศักดิ์ กล่าว