
วธ.เพิ่ม4บุคคลภาพสนองงานพระเทพฯ
วธ.เพิ่ม4บุคคลภาพสนองงานพระเทพฯ ร้านขายหนังสือเก่าโคราชโชว์ภาพเสด็จฯเยี่ยม
เมื่อวันที่ 2 เม.ย.นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการผลิตสารคดีตามหาบุคคลในภาพพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีส่วนในการสนองงานในโครงการตามพระราชดำริต่างๆ 9 ด้าน ได้แก่ การพัฒนา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรมและศาสนา สาธารณกุศล สาธารณสุข และโภชนาการ การต่างประเทศ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และเกษตรกรรม จำนวน 60 ภาพผลิตเป็นสารคดี 60 ตอน เพื่อเผยแพร่ความรู้ และองค์ความรู้ของงานตามพระราชกรณียกิจของพระองค์
โดยผ่านบุคคลในภาพให้ประชาชนได้รับรู้ และน้อมนำพระจริยวัตรของพระองค์เป็นแนวทางในการอนุรักษ์ และสืบสานสร้างสรรค์งานมรดกวัฒนธรรมของชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558นั้น ขณะนี้ วธ.สามารถประกาศรายชื่อบุคคลในภาพพระราชกรณียกิจ เพิ่มเติม 4 คน ดังนี้ 1.คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ ด้านการศึกษา 2.นางสิริเลิศ เมฆไพบูลย์ ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.นายเกียรติภูมิ ภักดีไทยเทศา ด้านการสาธารณสุข (บัณฑิตคืนถิ่น) สถานีอนามัยหม่องกวั๊ก อุ้มผาง จ.ตากและ4.น.ส.สุพรรณี เหล็กไหล ด้านการศึกษาอดีตนักเรียนทุนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ กล่าวว่า สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดที่มีต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นเรื่องของพระเมตตา ทรงมีพระเมตตาสูงมาก โดยเฉพาะด้านการศึกษากับนักเรียนในต่างจังหวัดที่ด้อยโอกาส พระเมตตาของท่านยังครอบคลุมไปทุกเรื่อง และทรงห่วงคนทั้งประเทศ อยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่อยากให้เขาด้อยโอกาส ไม่อยากให้คนเสียโอกาสในการมีชีวิตที่ดี ขณะเดียวกันทรงสามารถที่จะเข้าใจเรื่องของเทคโนโลยีวิทยาการสมัยใหม่ คอมพิวเตอร์ สารสนเทศศาสตร์สมัยใหม่ และสามารถที่จะเอาความรู้มาปรับได้กับงานที่ทรงทุก
นางสิริเลิศ กล่าวว่า ก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิด แล้วก็พอได้เข้าใกล้ก็ได้ทราบว่าพระองค์เป็นคนง่ายๆ พระทัยดี ท่านจะง่ายๆ สบายๆ ท่านมีความขยันมาก ติดตามงาน เวลาเสด็จจะเห็นว่าจะเอาหลายๆ งานมารวมกันไว้ จะไม่ค่อยเสด็จงานเดียว มันเสียเวลา แล้วก็ท่านมัธยัถส์ ท่านดูแลเรื่องความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่รับถวายงานก็จะได้เรียนรู้จากเรื่องพวกนี้ ที่จะใช้จ่ายโดยกลั่นกลองที่จำเป็นจริงๆ นี่คือข้อคิดที่เราได้
นายเกียรติภูมิ กล่าวว่า รู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ไปรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระองค์ก็จะจำชื่อได้ และเรียกชื่อทุกครั้ง เราก็ดีใจและภูมิใจ คนเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน เราเป็นคนธรรมดา ยังจำชื่อเราได้ รู้สึกภูมิใจที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทุนไปเรียนต่อแล้ว และทุกครั้งที่มีโอกาสเจอกับพระองค์ท่านก็จะเป็นห่วงเป็นใย และถามทุกข์สุขตลอด ซึ่งวันนี้ฝันของตนเป็นจริงเพราะพระองค์ท่าน ตนได้เป็นหมออนามัย กลับมาช่วยเหลือชาวบ้าน
น.ส.สุพรรณี กล่าวว่า รู้สึกประทับใจพระองค์ท่านที่เป็นกันเอง พระองค์ท่านมาดูงานในถิ่นทุรกันดาร ไม่เคยเหนื่อย ซึ่งแบบอย่างที่เห็นของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ตนนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต คือการมีความมานะอดทน มีความพยายามในการทำงานที่ไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยย่อท้อ
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ วธ.ได้คัดเลือกบุคคลในภาพไปแล้ว อาทิ ด้านต่างประเทศ นายหวัง เฉิน ด้านการศึกษา ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ นายบุญพีร์ พันธ์วร ด้านศิลปวัฒนธรรม และศาสนา ได้แก่ ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ นายปรีชา เถาทอง ผศ.สาโรจน์ นาควิโรจน์ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เป็นต้น
ร้านขายหนังสือเก่าเมืองโคราชปลื้มเสด็จฯเยี่ยม
ขณะที่เหตุการณ์เป็นที่จดจำของพสกนิกรชาวจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2532 หรือประมาณ 26 ปี ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯเยี่ยมเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมเสวยอาหารพื้นเมืองโคราช ที่ร้านเสริมวิทยาและร้านจริยศึกษา อยู่ด้านหลังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ริม ถนนจอมพล เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา เป็นเรื่องเล่าขานจากปากต่อปาก ตลอดเวลามีผู้สนใจได้สอบถาม และขอดูภาพถ่ายในขณะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง
เนื่องในวันที่ 2 เมษายน ถือเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นางสาวนนทนันท์ กรวิทยาศิลป์ อายุ 64 ปี และ นางสาวลัดดาวัลย์ กรวิทยาศิลป์ อายุ 63 ปี สองพี่น้อง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมวิทยาและร้านจริยศึกษา จึงได้ถือฤกษ์งามยามดีเปิดให้ผู้สนใจได้ชมภาพถ่ายพร้อมบอกเล่าเรื่องราว
นางสาวนนทนันท์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนและครอบครัวสามารถจดจำเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นการบอกเล่า ลักษณะถามมาตอบไป ทำให้ข้อเท็จจริงบางอย่างคลาดเคลื่อน จึงเปิดเผยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกว่า ช่วงปี พ.ศ 2532 นางอุไรวรรณ กรวิทยาศิลป์ อายุ 65 ปี พี่สาวคนโต ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาศูนย์หนังสือจุฬา ยุคสมัยนั้น พี่สาวเป็นผู้จัดการดูแลรับผิดชอบศูนย์หนังสือจุฬาฯที่กรุงเทพฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเห็นความสามารถในการบริหารจัดการหนังสือจึงสอบถามและทราบว่า นายเสริมและนางเพ็ญจิตร กรวิทยาศิลป์ พ่อและแม่ได้ประกอบกิจการร้านขายหนังสือที่เก่าแก่ของเมืองโคราช พระองค์ได้ตรัสว่า จะหาเวลามาเยี่ยมชมกิจการ ครอบครัวเราเป็นแค่คนจีนที่มาทำมาหากินในเมืองไทยได้พูดคุยกันไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง
ประมาณวันที่ 5 เมษายน 2532 ได้มีรถยนต์ของสารวัตรทหารและรถยนต์ตู้โดยสารมาจอดอยู่กลางถนนบริเวณหน้าบ้าน สร้างความแตกตื่นตกใจพอสมควร จากนั้นนายทหารพร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นคณะส่วนล่วงหน้า กรมราชองค์รักษ์ เข้ามาตรวจสอบภายในร้าน ซึ่งเป็นสถานที่รองรับเสด็จ ต่อมาได้รับแจ้งเป็นทางการว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีหมายเสด็จฯเยี่ยมเป็นการส่วนพระองค์ ได้สร้างความปลาบปลื้ม ถือเป็นพระมหากรุณาธิกุลอันล้นพ้น ครอบครัวได้เร่งทำความสะอาดบ้าน พร้อมหาหนังสือราชาศัพท์มาท่องจำตั้งแต่เช้าถึงเข้านอน นางอุไรวรรณพี่สาวคนโตเกรงทุกคนจะเครียด เกร็ง นอนไม่หลับ จึงบอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นกันเองกับพสกนิกร เวลาสนทนาไม่จำเป็นต้องใช้ราชาศัพท์ทุกคำก็ได้ ครอบครัว จึงรู้สึกใจชื้นขึ้น
วันที่ 12 เมษายน 2532 หลังเสร็จภารกิจนำคณะนักเรียนนายร้อย จปร. ไปเยี่ยมชมปราสาทหินพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ช่วงเวลาประมาณ 15.20 น. รถยนต์พระที่นั่ง ได้มาจอดที่ร้านเสริมวิทยา บริเวณสี่แยกวัดบึง ท่ามกลางพสกนิกรหลายพันคน ต่างส่งเสียงทรงพระเจริญตลอดเวลา พระองค์ได้มาเยี่ยมชม ทอดพระเนตร ให้ความสนใจการจัดวางเรียงหนังสือ พร้อมสอบถามทำไมจึงจดจำหนังสือที่มีค่อนข้างหลากหลาย อยู่ตรงไหนบ้าง จากนั้นได้เสด็จฯเข้ามาที่ร้านจริยศึกษา ที่อยู่ห่างออกมาประมาณ 25 เมตร หลังได้พูดคุยกับนายเสริมผู้เป็นพ่อ ซึ่งพยายามพูดราชาศัพท์ แต่ไม่คล่องพูดติดขัดตลอด พระองค์ให้พูดธรรมดาก็ได้ พ่อจึงพูดได้คล่องขึ้น จากนั้นได้เสวยอาหารพื้นเมืองเช่น ไก่ย่าง ผัดหมี่ ส้มตำ แกงส้ม น้ำพริก บะหมี่ เกี้ยว อย่างเอร็ดอร่อย จึงเป็นที่มา ร้านอาหารหลายแห่ง ได้ขึ้นป้ายว่า เป็นอาหารเสวย และทางจังหวัดนครราชสีมาได้เมนูเหล่านี้นำมาชูเป็นอาหารประจำท้องถิ่น จนถึงเวลาประมาณ 19.30 น. พระองค์จึงเสด็จฯกลับ ไปขึ้นเครื่องบินที่กองบิน 1 นครราชสีมา
นางสาวนนทนันท์ กล่าวว่า ครอบครัว “กรวิทยาศิลป์” สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น มีบทกลอนสำคัญที่ทุกคนในครอบครัว ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล รวมทั้งชาวโคราช ภาคภูมิใจ กล่าวไว้ว่า พระเทพฯมิใช่เทพก็เหมือนเทพ ไม่ทรงเสพย์สุขสวรรค์ชั้นไหนไหน หากเป็นเทพสถิตท่ามความเป็นไทย ครองหัวใจประชาทุกสารทิศ เป็นความงามเรียบง่ายเป็นสายน้ำ ราษฎร์ชื่นฉ่ำในท่ามความวิกฤต เมื่อเจ้าฟ้าจากฟ้ามาใกล้ชิด นิรมิตความหวังใหม่ให้สังคม ยุคที่ใครเชื่อใครมิได้แล้ว เป็นพระแก้วจักรีที่งามสม กลางความหิวความหนาวร้าวระบม ทรงเป็นร่มฉัตรกั้นอย่างมั่นคง พระเกียรติคุณมิก้องให้ใครเทิดทูน ทรงประเสริฐเพราะประเสริฐเลิศสูงส่ง ชาวโคราชพร้อมภักดิ์รักพระองค์ ด้วยพระทรงเป็นมิ่งขวัญราชสีมา" ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม นายปราโมทย์ สันตยากร ผู้ประพันธ์
“ภารกิจช่วงเช้าที่ผ่านมา ครอบครัว กรวิทยาศิลป์ ได้ร่วมกันทำบุญใส่บาตร ทำแบบเรียบง่าย ถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อขอให้พระองค์มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง อยู่กับประชาชนชาวไทยไปนาน ๆ ขอให้พระองค์ ทรงมีพระชนมายุเจริญยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ” นายสาวนนทนันท์ กล่าว



