
'ตู่'ตัดพ้อชะตากรรมถูกเช็คบิล
02 เม.ย. 2558
'จตุพร' ห่วง 'พระอาจารย์เพชร' เพราะนับถือเป็นพี่น้อง ตัดพ้อชะตากรรมตัวเองถูกไล่เช็คบิล คบพระ-พระต้องสึก เจ้าของสถานที่ให้คนเสื้อแดงจัดงานโดนตรวจสอบ
2 เม.ย. 58 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ถึง พระครูวินัยธร (พชร) ฐานกโร หรือ พระอาจารย์เพชร เจ้าอาวาสวัดประยงค์กิตติวนาราม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กทม. ว่า ตัวเองกับพระอาจารย์เพชร มีความผูกพันนับถือกันเหมือนพี่น้อง แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดเดียวกันก็ตาม แต่เป็นความรัก เป็นความศรัทธาและเห็นเจตนาของท่านตอนร่วมกันสร้างหลวงปู่ทวด มีความสูง 111 เมตร ที่เขาใหญ่ และท่านเองยังได้จัดงานบุญวันเกิดให้ ซึ่งเป็นความผูกพันกันเหมือนพี่น้อง
เมื่อถามว่า ผูกพันขนาดนี้ วันที่ท่านสึกได้เดินทางไปให้กำลังใจหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ท่านบวชมา 24 ปี มันเลยเกินคำว่า กำลังใจ แต่ความห่วงใยในฐานะเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่ว่าจะอยู่ในบรรพชิต หรือฆราวาสก็ตาม ระลึกถึงท่านเสมอ
เมื่อถามว่า มีการมองว่าพระอาจารย์เพชร เป็นนายทุนของทีวีเสื้อแดง นายจตุพร กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ท่านเดือดร้อน เช่นเดียวกับที่โบนันซ่า แต่ชะตากรรมแตกต่างกัน และเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 58 ถูก ป.ป.ช.เรียกให้ไปชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินเมื่อ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โดยตัวเองไม่เคยอยู่ในตำแหน่งฝ่ายบริหารเลย มีตำแหน่งประจำสำนักนายกฯ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไร แต่เรื่องราวมันผ่านมาแล้ว 10 ปี ถึงบอกว่า ชะตากรรมแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง หรือแม้กระทั่งเจ้าของโบนันซ่า ซึ่งก่อนหน้านี้ให้คนเสื้อแดงไปใช้สถานที่จัดคอนเสิร์ตทุกๆ ปี หรือแม้กรณีร่วมสร้างหลวงพ่อทวดที่เขาใหญ่ก็ตาม ตัวเองคบกับพระ พระก็ต้องสึก ไปขอใช้สถานที่จัดคอนเสิร์ตคนเสื้อแดง เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปตรวจโบนันซ่า ตัวเองไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องใคร เพียงแต่เห็นถึงความแปลกประหลาดกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นมานาน และเปลี่ยนมาหลายรัฐบาลแล้ว
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนสาเหตุพระอาจารย์เพชรสึก มีเรื่องราวต่างๆ เยอะมาก นานๆ ครั้งจะได้พูดคุยกับท่าน และท่านจึงตัดสินใจสึก คนจะบวช หรือจะสึก แต่เมื่อสึกแล้วสำคัญที่สุดคือ อยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้า ไม่ต้องออกไปดราม่า แล้วการสึกเป็นการตัดสินใจส่วนตัว และผมไม่มีหน้าที่จะไปห้ามคนที่จะสึก แต่รู้สึกห่วงใยท่านในฐานะพี่น้อง คนเราเมื่อได้คบกันเป็นพี่น้องแล้ว ก็ต้องเป็นพี่น้องกันตลอดไป ถือว่าเป็นดุลพินิจส่วนตัว
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่มองว่า ท่านเป็นนายทุนให้ทีวีคนเสื้อแดง ตรงนี้ขอให้ลองไปเช็กเรตติ้ง และดูสปอนเซอร์รายการว่าสามารถหล่อเลี้ยงสถานีได้หรือไม่ ตัวเองที่มีเพื่อน พี่น้อง พรรคพวกมาก การดำรงอยู่ของสถานีมันนิ่งโดยสปอนเซอร์ และทุกอย่างมีที่มาที่ไป ทุกอย่างชัดเจน ชี้แจงได้
'เต้น' เผยแกนนำ นปช.พบดีเอสไอสัปดาห์หน้า
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะตั้งคณะทำงานชุดใหม่ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงในคดีเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า เรื่องนี้กลุ่ม นปช.ติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด เมื่อปรากฏข่าวว่า จะมีการตั้งคณะทำงานชุดใหม่ เราก็สนใจอย่างยิ่ง เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ได้อ้างอิง 3 นายพลคนสำคัญ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้ ว่ามีส่วนรู้เห็นในทุกขั้นตอน ดังนั้น เมื่อมีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดใหม่ จึงจำเป็นที่จะต้องทราบถึงที่มาที่ไป แนวทางการทำงาน และความคืบหน้าล่าสุดในปัจจุบันของคดีนี้ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ
"ผมเตรียมที่จะชวนแกนนำ นปช.เดินทางไปพบดีเอสไอในสัปดาห์หน้า เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และรายละเอียดต่างๆ พร้อมทั้งจะแสดงเจตนาที่จะขอมีส่วนร่วมกับการทำงานของคณะทำงานชุดดังกล่าว โดยอาจจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานคู่ขนานกันกับดีเอสไอ หรืออาจจะมีช่องทางที่จะสามารถประสานงานกันได้ตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส ชัดเจนในการทำงานเรื่องนี้ ส่วนดีเอสไอจะเห็นด้วยตามที่ได้เรียกร้องหรือไม่นั้น คงจะต้องมีการพูดคุยกัน"



