ข่าว

'วรงค์'ฟันธง'บุญทรง'ถูกสอยแน่!

'วรงค์'ฟันธง'บุญทรง'ถูกสอยแน่!

02 เม.ย. 2558

สนช.กำหนดวันแถลงเปิดคดีถอดถอน 'บุญทรง-ภูมิ-มนัส' 23 เม.ย.นี้ ไม่อนุญาตเพิ่มพยานหลักฐาน 'นพ.วรงค์' ชี้หวังยื้อคดี หลักฐานชัดเจน ไม่พ้นถูกสอยแน่นอน

 
                          2 เม.ย. 58  เมื่อ เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธาน ได้พิจารณากระบวนการถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ออกจากตำแหน่งตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 โดยร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 จากการร่วมกันกระทำความผิดโดยช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้บริษัทของจีน 2 แห่งที่ไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น ทั้งนี้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด มีเพียงตัวแทนกรรมการ ป.ป.ช. นำโดยนายศักดิ์ชัย เมธินีพิศาลกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เท่านั้น
 
                          นายสุรชัย ได้แจ้งที่ประชุมว่า สนช.ได้กำหนดวันแถลงเปิดสำนวนคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้กล่าวหา และการแถลงคัดค้านคดีของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ในวันที่ 23 เม.ย. เวลา 09.00 น. และสมาชิกสามารถยื่นญัตติคำถามคู่กรณีได้จนถึงวันที่ 22 เม.ย. ก่อนที่จะมีการประชุมแถลงเปิดคดี
 
                          จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา โดยนายมนัส สร้อยพลอย ได้ขอยื่นเพิ่มพยานหลักฐาน 9 รายการ คือ 
 
                          1. เรื่องข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตในการแทรกแซงตลาดข้าวของรัฐบาล 
 
                          2. พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2594 มาตรา 19 มาตรา 20 และมาตรา 21 
 
                          3. พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 107 (2)
 
                          4. พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2544 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ. 2554 
 
                          5. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 65
 
                          6. หนังสือของสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 15 ธ.ค. 2553 เรื่อง ขอข้อมูลการระบายข้าวเพื่อประกอบข้อเท็จจริงในการชี้แจงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. 
 
                          7. หนังสือของสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2552 เรื่อง ความประสงค์ในการสั่งซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย 
 
                          8. หนังสือของบริษัทกวนดง ไอเอ็มพีแอนด์เอ็กสปอร์ต (อีเอฟเอฟอี) ลงวันที่ 9 เม.ย. 2553 เรื่อง เสนอราคาโครงการซื้อขายสินค้าเกษตรระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล
 
                          9. หนังสือของบริษัทกวนดง ไอเอ็มพีแอนด์เอ็กสปอร์ต (อีเอฟเอฟอี) ลงวันที่ 3 พ.ย. 2552 เรื่อง ความประสงค์ในการสั่งซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย 
 
                          ซึ่งที่ประชุม สนช.ได้ลงมติ ไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมพยานหลักฐานทั้ง 9 รายงาน
 
 
 
 
'นพ.วรงค์' ชี้ 'มนัส' เพิ่มพยานหวังยื้อคดี
 
 
                          นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติไม่อนุญาตให้นายมนัส เพิ่มเติมพยานหลักฐาน จำนวน 9 รายการ เพื่อนำมาใช้ต่อสู้ในกระบวนการถอดถอนนายมนัส นายบุญทรง และนายภูมิ กรณีระบายข้าวแบบจีทูจี ว่า เข้าใจว่าที่ประชุม สนช.คงทราบว่าการขอเพิ่มพยานของนายมนัส เจตนาต้องการจะยื้อคดี เนื่องจากกรณีระบายข้าวแบบจีทูจี ถือว่าเป็นการจับผิดแบบมีหลักฐานที่ชัดเจน ตั้งแต่หลักฐานการส่งออกข้าว ก็มีหลักฐานว่าไม่ใช่จีทูจี แต่เป็นการดำเนินการของคนที่ใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง
 
                          นพ.วรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ก็มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า ข้าวไม่ได้ส่งออกไปยังต่างประเทศ ขณะเดียวกันในขาเข้า ซึ่งก็คือการนำเงินมาชำระกับรัฐบาล ซึ่งโดยปกติต้องต้องมีการชำระด้วยเงินจากต่างประเทศ หรือเป็นระบบแอล/ซี แต่ปรากฏว่า กลายเป็นแคชเชียร์เช็ค โดยบริษัทค้าข้าวที่อยู่ในประเทศ ดังนั้นเชื่อว่า สนช.ก็คงมีการประเมินแล้วว่า ข้อมูลหลักฐานที่อยู่ในมือ เพียงพอต่อการตัดสินใจ ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ร้องขอ
 
                          ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน เมื่อเทียบกับกรณีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไหนจะถูกถอดถอนง่ายกว่ากัน นพ.วรงค์ กล่าวว่า เชื่อว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 น่าจะถูกถอดถอนได้ง่ายกว่ากรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตจนนำมาสู่ความเสียหาย การตัดสินใจถอดถอนต้องดูข้อมูลของทั้งประเทศ ซึ่งจะยากกว่า แต่สำหรับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 เป็นผู้ทำการทุจริตด้วยตัวเอง และก็มีหลักฐานชัดเจน ทั้งนี้เชื่อว่าฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาคงไม่สามารถหาอะไรมาแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาตอนพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าหากจีทูจีเป็นของจริง ก็คงสามารถชี้แจงได้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่ว่าจนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถชี้แจงได้