ข่าว

ร่วมกันคิดให้เศรษฐกิจดี...ไม่ใช่เวลา 'ชี้นิ้ว' (มั่ว)

ร่วมกันคิดให้เศรษฐกิจดี...ไม่ใช่เวลา 'ชี้นิ้ว' (มั่ว)

03 เม.ย. 2558

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ร่วมกันคิดให้เศรษฐกิจดี...ไม่ใช่เวลา 'ชี้นิ้ว' (มั่ว) : โดย...มนตรี ศรไพศาล [email protected]

 
                        ตอนนี้ หลายๆ คนเริ่มกังวลว่า เศรษฐกิจยังไม่ดีอย่างที่อยากเห็น ล่าสุด คนไทยเริ่มรู้สึกว่า “การส่งออก” ของไทยตกต่ำอย่างแรง จนเริ่มกังวลใจมากขึ้น แต่อย่างที่ผมเคยเรียนว่า “สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ก็คือ ความกลัวนั่นเอง”
 
                        ในเวลาอย่างนี้ เหมือนยามที่กิจการเผชิญความยากลำบาก เหมือนยามที่ครอบครัวเผชิญปัญหาใหญ่ เหมือนยามที่ประเทศชาติเผชิญวิกฤติ ทุกครั้ง มันอาจไม่ควรเป็นเวลา “ชี้นิ้ว” แต่เป็นเวลาแห่ง “ความร่วมมือ” และ “กำลังใจ” ให้กันต่างหาก
 
                        ประเทศไทยมีการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่าๆ กับเดือนมกราคม... ในรอบ 3 เดือน ตกลงมา 8.5% จากเดือนสูง คือ ธันวาคม 2014 ที่ 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
                        ประเทศสิงคโปร์ มีการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 3.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  ...ในรอบ 3 เดือน ตกลงมา 20% จากเดือนสูงคือ มกราคม 2015 ที่ 4.24 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
                        ประเทศเกาหลีใต้ มีการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 4.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ... ในรอบ 3 เดือน ตกลงมา 17% จากเดือนสูง คือ ธันวาคม 2014 ที่ 4.97 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
                        ประเทศจีน มีการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 1.69 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ... ในรอบ 3 เดือน ตกลงมา 26% จากเดือนสูง คือ ธันวาคม 2014 ที่ 2.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
                        ดูแล้ว โลกกำลังเผชิญความยาก เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้การส่งออกของแต่ละประเทศต้องตกต่ำลง แล้วเราจะมัวมาโทษใครในไทยด้วยกันทำไม
 
                        เราผ่านเวลาที่โลกมีเศรษฐกิจดีๆ ช่วง 2011-2013 ตอนฟื้นตัวจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ 2007 ซึ่งช่วงเวลาเศรษฐกิจโลกค่อยๆ ฟื้นตัวนั้น การบริหารเศรษฐกิจก็น่าจะง่ายหน่อย แต่เวลานั้นได้ผ่านไปแล้ว
 
                        แต่ประเทศไทยเราก็เคยผ่านความยากลำบากในช่วง 2008-2010 มาอย่างสง่างาม
 
                        ขณะที่ลูกโป่งเศรษฐกิจโลกแตก หนี้ต่อทุนสถาบันการเงินอย่างเลห์แมน อยู่ที่ประมาณ 30 เท่า หนี้ต่อทุนสถาบันการเงินไทยอยู่ประมาณ 10-12 เท่า เท่านั้น
 
                        เป็นเพราะคนไทยได้เรียนรู้จากบทเรียน “เศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงในดวงใจคนไทยทุกคน ทำให้หนี้ต่อทุนของบริษัทไทยที่ไม่ใช่สถาบันการเงินลดลงอย่างมาก จากยุควิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งที่ประมาณ 2.1 เท่า เหลือเพียงประมาณ 1.1 เท่า ในเวลา 10 ปีต่อมาในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์
 
                        เราจึงผ่านวิกฤติการณ์การเงินโลกในช่วงปี 2007-2008 มาอย่างสง่างาม ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนั้น คือ คุณกรณ์ จาติกวณิช ได้รับเลือกเป็น “Finance Minister of the Year 2010” (รัฐมนตรีคลังแห่งปี 2010) โดย Financial Times
 
                        ตอนนั้นก็ลำบาก เศรษฐกิจโลกตกต่ำ เศรษฐกิจในประเทศก็เงียบเหงา เพราะ ตลาดหุ้นไทยยุคนั้นก็ตกลงมาแรงมาก แต่รัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ในยุคนั้น ก็ได้สร้างความเชื่อมั่นในประเทศ ได้ใช้จ่ายเงินรัฐบาลอย่างเหมาะสม เบี้ยคนชรา ค่าช่วยเหลือการศึกษา เช็ค 2,000 บาทสำหรับผู้ประกันสังคม ฯลฯ ก็ได้ช่วยทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนเป็นอย่างดี
 
                        เวลานี้ จึงเป็นเวลาที่เราคนไทยทุกคนจะเข้าใจกัน เป็นกำลังใจให้กันและกัน สถานการณ์ในวันนี้มันเป็นเพียงวิกฤติเล็กๆ ที่เราคนไทย 68 ล้านคน จะก้าวผ่านไปด้วยกัน ด้วย “ความรู้รักสามัคคี”
 
                        การบริโภคในประเทศตกต่ำลง เพราะหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงถึงกว่า 80-90% ของจีดีพี กล่าวได้ว่า เงินประชาชนถูกใช้ไปในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาจนหนี้สินล้นพ้นตัว แต่แทนที่เราจะกังวล และรอคอย คนไทยควรร่วมแรงร่วมใจ “ไทยเที่ยวไทย” “ไทยทำไทยซื้อ” จะช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้หมุนเวียนทวีคูณได้อีกมากมาย
 
                        การลงทุนก็น่าจะอยู่ในทิศทางที่ดี ด้วยศักยภาพของการเติบโตของประเทศรอบๆเรา ไทยก็จะมีศักยภาพในการเติบโตอีกมากมาย
 
                        การท่องเที่ยวเป็นข่าวดี ที่ได้ฟื้นตัวแล้วเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวนานาชาติมาเที่ยวประเทศไทยมากมาย
 
                        การใช้จ่ายภาครัฐ เป็นสิ่งสำคัญที่ต่อเร่งทำ แม้รัฐบาลนี้จะต้องรับภาระจากการใช้เงินของรัฐบาลที่แล้ว
 
                        ประเทศไทยกำลังเร่งฟื้นเศรษฐกิจ จากวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น คนไทยทุกคนจึงควรร่วมกันคิด ร่วมกันเข้าใจ ร่วมกันทำงานเข้มแข็ง ร่วมกันจับจ่ายเพื่อกันและกัน เช่นนั้น เราจะร่วมกันฟื้นเศรษฐกิจด้วยกันอย่างแข็งแกร่งยั่งยืนครับ
 
 
 
 
 
----------------------
 
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ร่วมกันคิดให้เศรษฐกิจดี...ไม่ใช่เวลา 'ชี้นิ้ว' (มั่ว) : โดย...มนตรี ศรไพศาล [email protected])