
คดีพลิก!'นพดล'ถอนฟ้อง'สนธิ'
01 เม.ย. 2558
'นพดล' ถอนฟ้อง 'สนธิ' หมิ่นฯ ทำคดีพลิก หลังศาลชั้นต้นจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 3 เดือน สุดท้าย ศาลฎีกา อนุญาต จำหน่ายออกจากสารบบความ
1 เม.ย. 58 เมื่อเวลา 09.50 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีหมายเลขดำ อ.1488/2550 ที่นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี บริษัท ไทยเดย์ ดอท คอม จำกัด ผู้จัดทำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ , นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล , นายพชร สมุทวณิช , นายขุนทอง ลอเสรีวานิช ทั้งสามซึ่งเป็นกรรมการบริษัท , บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้จัดทำเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ , นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ , นายวิรัตน์ แสงทองคำ กรรมการบริษัท เป็นจำเลยที่ 1 - 8 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 326 , 328 , 332 กรณีเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2550 นายสนธิ จำเลยที่ 1 จัดรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี กล่าวทำนองว่า นายนพดล โจทก์ เป็นคนทรยศต่อทุนหลวง
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุก นายสนธิ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และปรับบริษัทไทยเดย์ฯ และบริษัทแมเนเจอร์ฯ จำเลยที่ 2 และที่ 6 คนละ 20,000 บาท และให้ยึดทำลายแผ่นซีดีบันทึกภาพและเสียง และทำลายข้อมูลในเว็บไซต์ พร้อมให้จำเลยที่ 1 , 2 และ 6 ร่วมกันลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ , เดลินิวส์ และมติชน เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน ส่วนคำขออื่นให้ยก ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2555 ว่า การที่โจทก์แสดงออกถึงการปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ประชาชนบางส่วนอาจเห็นด้วย ขณะที่โจทก์และประชาชนบางส่วนอาจไม่เห็นด้วย แต่การแสดงออกถึงความไม่พอใจต้องอยู่ในกรอบ คำกล่าวของจำเลยที่ 1 เป็นการใส่ความผู้อื่นให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และเป็นการละเมิดต่อสิทธิ์โจทก์ แต่ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยรู้จักโกรธเคืองกับโจทก์เป็นส่วนตัวมาก่อน และจำเลยมีอายุกว่า 60 ปีแล้ว มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว สมควรลดโทษให้น้อยลง จึงพิพากษาแก้ให้จำคุก 3 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 3 วัน ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกา
ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้นายนพดล ปัทมะ โจทก์ได้ยื่นถอนฟ้องระหว่างฎีกา และสอบถามฝ่ายจำเลยแล้ว ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) สิทธิ์นำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ภายหลังฟังคำพิพากษาเสร็จ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้โจทก์ยื่นถอนฟ้อง คดีจึงสิ้นสุด ซึ่งก็ไม่ทราบเช่นกันว่า ถอนฟ้องเพราะอะไร
เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับมาตรา 44 นายสนธิ กล่าวว่า เป็นการตั้งใจให้กฎหมายดูอ่อนลง เพราะคำว่ากฎอัยการศึก กับมาตรา 44 ในสายตาคนทั่วไปนั้น มาตรา 44 ค่อนข้างจะอ่อนกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ว่าจะใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างไร ถ้าหากใช้เพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติบ้านเมืองที่ยังคั่งค้าง เช่น กรณีที่ญี่ปุ่นไม่อนุญาตเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทยเข้าประเทศญี่ปุ่น หรือการปรับโครงสร้างกรมการบินพลเรือน แต่ถ้าหากใช้ไปตามอารมณ์ เช่น ใช้กับผู้สื่อข่าว หรือคอลัมนิสต์ในเครือผู้จัดการ ก็ไม่น่าใช้ เพราะจะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ทั้งนี้ถ้าหากจะมีการใช้มาตรา 44 ดังกล่าว ก็ขอให้ใช้เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่ว่าถ้าใครแสดงความคิดเห็นไม่ตรงกับนายกรัฐมนตรีแล้วจะใช้มาตรา 44 อย่างนั้นไม่ถูกต้อง



