ข่าว

'ประยุทธ์'ปัดใช้'ม.44'ทำร้ายใคร

'ประยุทธ์'ปัดใช้'ม.44'ทำร้ายใคร

01 เม.ย. 2558

'นายกฯ' เป็นห่วงคนไทยในเยเมน กำชับอพยพ คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ทอ.เตรียม ซี-130 พร้อมบินช่วยเหลือ ปลุก ขรก.ใช้ ก.ม.ปกป้องตัวเอง ม.44 แก้ปัญหา-ปัดทำร้ายใคร

 
                        1 เม.ย. 58  มีรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบและการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเยเมน ฉบับที่ 4 ว่า วานนี้ (31 มี.ค.) นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมหน่วยราชการต่างๆ เพื่อประมวลสถานการณ์ล่าสุด และทบทวนแผนการอพยพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยในเยเมน ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยถึงความเป็นอยู่ของคนไทยในเยเมน โดยมีนโยบายให้ปฏิบัติการช่วยเหลือคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด และเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย
 
                        ในที่ประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพอากาศ สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานภายในกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับทราบรายงาน และประเมินสถานการณ์การสู้รบ รวมทั้งสถานการณ์การเมืองในเยเมนล่าสุด และได้มีความเห็นร่วมกันให้ทำการอพยพ ทบทวนแผนการอพยพ กำหนดจุดรอรับ จุดส่งกลับ และเส้นทางที่จะใช้ในการอพยพ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ โดยได้ซักซ้อมภารกิจของแต่ละหน่วยให้อยู่ในสภาพพร้อมปฏิบัติ
 
                        ที่ประชุมได้รับทราบการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า บริเวณชายแดน เยเมน - โอมาน เพื่อประสานและทำการอพยพ โดยจะมีการจัดส่งหน่วยปฏิบัติงานเข้าไปในเยเมนเพื่อรวบรวมนักศึกษาให้ออกมาจากพื้นที่เสี่ยง เคลื่อนย้ายไปในที่ปลอดภัยโดยทางบก และเพื่อเตรียมการเคลื่อนย้ายกลับประเทศไทยต่อไปทางอากาศ โดยใช้เครื่องบินเหมาลำในพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็มีการเตรียมพร้อม (standby) เครื่องบินกองทัพอากาศ เพื่อปฏิบัติการในกรณีจำเป็น รวมทั้งการจัดชุดปฏิบัติการเสริมจากประเทศไทยหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง โดยการอพยพนั้น จะคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดและความสมัครใจ
 
                        ในการอพยพนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด เป็นหน่วยสนับสนุน ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยแห่งต่างๆ ในตะวันออกกลาง ในการจัดบุคลากรเข้าไปปฏิบัติงาน นอกเหนือจากประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตอาเซียนและมิตรประเทศอื่นๆ ในพื้นที่ ผลจากการประชุมนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมและยินดีให้ความร่วมมือ โดยจะมีการประชุมเพิ่มเติมเพื่อปรับแผนปฏิบัติการอพยพให้สอดคล้องกับพัฒนาการของสถานการณ์ต่อไป
 
                        สำหรับศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจฯ ที่กรมการกงสุล กองคุ้มครอง เพื่อประสานงานกับญาติในประเทศไทยนั้น สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 575 1047-8 โทรสาร 02 575 1052 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 22.00 น. สำหรับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน นั้นมี Hotline หมายเลข (+968) 9649 4733 หรือ (+968) 9927 3440 และอีเมล [email protected] หรือ [email protected]
 
 
 
ทอ.เตรียมพร้อม ซี-130
 
 
                        พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลืออพยพคนไทยออกจากประเทศเยเมน เนื่องจากปัญหาการสู้รบอย่างรุนแรง ว่า ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ประชุมร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ อาทิ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพอากาศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้นไปแล้ว ซึ่งในส่วนของกองทัพอากาศนั้น กระทรวงการต่างประเทศในฐานะผู้รับผิดชอบจะเป็นผู้ประสานมาว่ามีความต้องการให้กองทัพอากาศให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
 
                        ทั้งนี้เบื้องต้น พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้สั่งให้เตรียมความพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะหากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องบินลำเลียงแบบ ซี-130 ของกองทัพอากาศ ซึ่งเรามีความพร้อมตลอดเวลาขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศว่าจะประสานความต้องการให้กองทัพอากาศช่วยเหลืออย่างไร
 
 
 
'บิ๊กตู่' เผย คุย ICAO ญี่ปุ่น มีแนวโน้มในทางที่ดี
 
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังมอบโอวาทข้าราชการ เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2558 นานกว่า 1 ชั่วโมงว่า การทำงานวันนี้ไม่รู้สึกเหนื่อย ยังมีแรงใจอยู่ ไม่ท้อแท้ ไม่ต้องกลัว
 
                        ผู้สื่อข่าวถามถึง ความคืบหน้าการประสานไปยังรัฐบาลญี่ปุ่น กรณีที่ห้ามสายการบินสัญชาติไทยเพิ่มเที่ยวบิน หรือเปิดเส้นทางการบินใหม่ และห้ามเช่าเหมาลำสายการบินของไทย หลังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) พบมาตรฐานกรมการบินพลเรือนไทยต่ำ นายกฯ กล่าวว่า มีแนวโน้มในทางที่ดี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กำลังประสานอยู่ ถือเป็นแนวทางที่ดี นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น รับปากจะพิจารณาให้ เราขอเพียงแค่ว่าชะลอไปก่อนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องรถไฟและการลงทุนเราก็คุยกันด้วย ขณะเดียวกันจากการที่ได้พูดคุยกับนายชินโซ อาเบะ ระหว่างการร่วมพิธีศพ นายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เขาจะซื้อผลไม้ของเราเพิ่มจำนวนมาก เพราะได้ขอไป เราเองก็ซื้อของเขานิดหน่อย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งเราขอที่จะขายมะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงเขียวเสวย ซึ่งในรายละเอียดการซื้อขายผลไม้ จะต้องมีการพูดคุยร่วมกันอีกครั้ง ตอนนี้รอรัฐมนตรีพูดคุยให้เรียบร้อยก่อน
 
 
 
ปลุก ขรก.ใช้ ก.ม.ปกป้องตัวเอง ม.44 แก้ปัญหา-ปัดทำร้ายใคร
 
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานมอบเกียรติบัตรข้าราชการพลเมืองดีเด่น 2558 และให้โอวาท เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทว่า เช้าวันเดียวกันนี้ (1 เม.ย.) ได้ร่วมกันในพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีพระชนมายุครบ 60 พรรษาในปีนี้ ในวันที่ 2 เม.ย.​ ขอให้พระองค์ท่านมีพระพลานามัยสุขภาพแข็งแรง แต่ท่านก็ยังทรงมีพระอาการเจ็บป่วยจากที่หกล้ม ก็ได้ถวายกำลังใจให้ท่านทรงหายโดยเร็ว เพราะพระองค์ท่านมีพระราชภาระใหญ่หลวงทรงงานตลอด ไม่ได้พักผ่อน ทำงานตลอดเช้ายันกลางคืน ไม่มีเวลาไปเดินศูนย์การค้าเพื่อซื้อของ ถือเป็นตัวอย่างที่ท่านทรงทำไว้
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า มาพูดและพบกับข้าราชการทุกคน ที่ผ่านมาถูกต่อว่าว่าพูดเยอะ เป็นเพราะต้องการฝึกฝนความอดทน วิริยะอุตสาหะของทุกคน เพราะถ้าฟังแล้วจะเกิดผลสัมฤทธิ์ถ้าไม่ฟังก็จะกลับไปสู่วังวนแบบเก่า ที่พูดเช่นนี้ยังไม่รู้ว่าใครจะชนะหรือแพ้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่พูดทุกวันทั้งการให้สัมภาษณ์ รายการคืนความสุขให้คนในชาติ เพราะตนต้องการสื่อสารให้ถึงข้าราชการทุกคน ก็อาจแตกต่างบ้างเพราะเป็นการพูดจากใจและประสบการณ์ โดยเฉพาะการเป็นข้าราชการเก่ามา 38 ปี ครั้งแรกก็กะพักผ่อน แต่วันนี้ก็ต้องมายืนอยู่ตรงนี้โดยไม่ได้มีการเตรียมการอะไรมาก่อน แต่มันก็ต้องทำเมื่อถึงเวลาก็ต้องทำเช่นนี้ วันนี้การทำงานหลายกระทรวงมีผู้บริหารมาจากทหารก็ทำให้การทำงานแตกต่างออกไปในช่วงที่เราต้องการการเปลี่ยนแปลง แก้ปัญหาและปฏิรูปในหลายๆ เรื่อง มันทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ จะใช้กฎหมายอย่างเดียวตามวิธีการปกติไม่มีทางแก้ได้ แม้แต่วันนี้คนยังไม่เข้าใจเรื่องกฎอัยการศึก เรื่องของมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง
 
                        นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำงานมีผู้นำหลายระดับ ดังนั้นการบริหารงานจากล่างขึ้นบน และจากบนลงล่าง จะต้องสื่อสาร 2 ทางต้องมีการปรับตัวเข้าหากันให้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อยู่ใต้การบริหารของฝ่ายการเมือง ซึ่งเขาไม่ใช่ข้าราชการเก่า ซึ่งด้วยการทำงานฝ่ายการเมืองจะมีเรื่องของงานการเมืองอยู่ด้วยอาจทำให้ข้ราชการมีปัญหาในการทำงานบางครั้ง ต้องระวัง ข้าราชการทุกคนต้องมีการปกป้องตัวเองบ้าง ทั้งด้วยระเบียบ กฎหมาย และ พ.ร.บ.ต่างๆ แต่อาจจะยังไม่พอ และอาจก่อให้เกิดปัญหาได้อีก ถ้าเราไม่เข้ามาแก้ปัญหาก็จะยังคงอยู่ต่อไปและสร้างปัญหาใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ อย่าลืมว่าการป้องกันตัวเองจะต้องมีวินัย มีอำนาจในการบริหาร ถ้าเราไม่วางวิธีการป้องกันตัวเองก็อาจไม่ปลอดภัย เราต้องยืนหยัดในข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะสั่งอะไรลงมาก็ตามถ้าผิดก็ต้องทำให้มันถูก ที่ผ่านมาตนสอนรุ่นน้องมาตลอดนายจะสั่งอะไรลงมาก็พร้อมรับเพราะนายก็คือนาย นายคือผู้บังคับบัญชาแต่หากนายใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง ก็ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจ ซึ่งตลอดชีวิตรับราชการก็เดินด้วยชีวิตแบบนี้ ใครจะเป็นนาย จะพวกไหนมาเขาต้องเลือกเราด้วยคุณสมบัติในการทำงาน อย่าไปแบ่งฝักฝ่ายจนกลายเป็นกลุ่ม หรือไปพึ่งพระแบบเรื่อยเปื่อยไม่ได้ สำหรับตัวเองแล้วขอพรพระทุกวันเพียงแค่ให้ทำงานให้สำเร็จไม่เคยขอให้ตัวเองเลย และก็สำเร็จ เพราะถ้าไม่เดินตามกฎหมายอนาคตคนที่เดือดร้อนคือตัวเราเอง เสียเวลา แต่เราต้องไม่ไปก้าวก่ายฝ่ายบริหาร และทำผิดระเบียบวินัย ซึ่งมีการกำหนดไว้ชัดเจน ทุกกระทรวงทบวงกรมต้องลืมเรื่องเก่าให้หมด เริ่มต้นกันใหม่ เรามีหน้าที่ในการทำงานป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนต่างพระเนตรพระกรรณ ต้องทำงานอย่างบูรณาการและตามภารกิจของกระทรวง วันนี้เราต้องการเคลียร์ทุกอย่างให้สะอาดจะได้ภาคถูมิใจในหน่วยงานของทุกคนจะได้กลับมาเป็นพี่เป็นน้องกันเหมือนเดิม ไม่ใช่มัวแต่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันไม่ได้อีกแล้ว ประเทศไทยแบ่งไม่ได้ วันนี้ผมมีหน้าที่มานำพาตรงนี้ รับฟังทุกคนว่าต้องการอะไร ต้องการแบบเดิมหรือต้องการการเปลี่ยนแปลง ทำให้ประเทศชาติก้าวหน้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน
 
                        นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีหลายคนเตือนว่าอย่าไปตอบโต้มากนัก มันไม่ดีแต่ตนต้องพูดและสร้างความเข้าใจเพราะประชาชนฟังสื่อ อ่านหนังสือพิมพ์ บางทีพูดน้อยก็เขียนเองบ้าง พูดเยอะก็ตัดตอน จากนี้ไปก็จะมีการพูดคุยกันสื่อก็ต้องมีคำแนะนำ ในส่วนของรัฐบาลก็จะมอบหมายให้รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ​มาอธิบายว่าอะไรคือปัญหาอะไรคือการเปลี่ยนแปลง จะได้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน สื่อติติงได้ รับได้ แต่ถ้าผิดจากหน้ามือเป็นหลังมือ ยอมไม่ได้ แต่ยอมรับว่าค่อนข้างหงุดหงิดและเครียดบ้างแต่ยังไม่มาก
 
                        "ผมเป็นทหารมานาน ทหารก็เป็นแบบนี้ไม่เช่นนั้นปกครองคน 2 - 4 แสนคนไม่ได้ วันนี้ต้องมาดูแลคน 60 กว่าล้านคน ดังนั้นคนในชาติต้องมีระเบียบวินัย ช่วยกันทำงานไม่หวังประโยชน์ส่วนตัว เอาประโยชน์ส่วนรวมมาก่อน อดีตคือจุดเริ่มต้นแต่เราต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์และงานที่รับผิดชอบ จะได้เกิดความภาคภูมิใจ และต้องมีาตรการและแผนงานไว้รองรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ผมเคยบอกทหารมาตลอดว่าอย่าทำตัวเป็นพยาธิตอนเช้าเพราะกลางคืนคนนอนหลับไม่ได้กินข้าว พอตื่นมาพยาธิก็ตื่นมาชูคออยู่ในท้องรอดูว่าจะดูดและกินอะไรได้บ้างที่จะเข้ามา ข้าราชการต้องไม่ทำตัวเช่นนั้น ไม่ต้องทำถึงขนาดเสียสละทุกอย่างเพื่องาน มันเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคนมีภาระและหน้าที่ในครอบครัว จึงขอให้เริ่มต้นกันใหม่ อดีตคือปัญหา ในประวัติศาสตร์อะไรดีก็ทำต่อ อะไรไม่ดีก็แก้ไข ปัจจุบันคืออนาคต ตั้งแต่ 22 พ.ค. 57 นี่คือปัจจุบัน ก่อนหน้านั้นคืออดีตทั้งสิ้น ก็ต้องแก้ไข ทั้งกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผมคงไม่ต้องไปล้วงลูกลงโทษคนนั้นคนนี้ เพราะทุกคนต่างมีหน้าที่กันอยู่แล้วที่ผ่านมาทำไม่ได้เพราะถูกแทรกแซงก็ต้องไปแก้ไข เราต้องเดินหน้าไปสู่อนาคตให้ได้ด้วยความเข้าใจ เดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน วันนี้เราต้องมีวิสัยทัศน์​ 5 - 10 ปี เราต้องนำพาประเทศในปี 2015 - 2020 ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ข้าราชการทุกคนต้องเข้าใจ"
 
                        นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้าราชการทุกคนต้องวางแผนการทำงานเหมือนกับวางแผนชีวิต แต่ตนไม่เคยวาง ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นมาได้อย่างไร ก็ทำงานไปเรื่อยๆ อยู่ชายแดน กองทัพ ทหารส่วนใหญ่ที่ก้าวหน้าใช้วิธีการแบบนี้ นายจะทะเลาะจะโกรธกันก็เป็นเรื่องของนาย เพราะถ้าเราไปเข้าข้างใคร วันข้างหน้าก็จะมีปัญหาย้ายล้างบาง แล้วหน่วยงานจะอยู่ได้อย่างไร คนดีๆ ก็ลาออก คนที่เหลืออยู่ก็ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นต้องจัดระเบียบให้ดี ไม่ใช่วางแผนว่าภายใน 3 ปีต้องเป็นนั่นนี่ ก่อนเกษียณต้องเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด มันไม่ได้ ให้วางแผนชีวิตตามห้วงเวลา ไม่ให้ถูกดอง ย้ายทิ้ง ทุกอย่างจะเดินไปตามครรลองเอง ทุกอย่างมันมีหลายปัจจัยทั้งความรู้ความสามารถ โชควาสนา ช่วงเวลาก็เหมาะสม และอย่าให้เคารพกันด้วยอำนาจ มีหลายคนว่าบ้าอำนาจนั้นไม่เป็นความจริง ถ้าบ้าอำนาจคงไม่มีแบบนี้ สั่งอย่างเดียวก็จบ
 
                        พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ทูตแคนาดาเข้าพบ บอกว่า ดีใจที่ได้พบวันนี้ ตื่นเต้นนอนไม่หลับทั้งคืน เลยบอกว่าก็นอนไม่หลับเช่นกันที่จะได้เจอกับท่าน เพราะก่อนหน้านี้ก็ไปพบกับคนอื่นๆ มา แล้วไปฟังข้างโน้นมาแต่ไม่ค่อยฟังรัฐบาล ความเข้าใจก็ผิดเพี้ยนไปหมดสำหรับต่างประเทศ ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันอธิบายว่าประเทศไทยมีความเป็นมาอย่างไร
 
                        "วันนี้เถียงกันอยู่นั้นแหละรัฐธรรมนูญ ​กฎอัยการศึก มาตรา 44 ก็ต้องดูว่าเขาทำเพื่ออะไร ถ้าผู้บริหารเอากฎหมายเหล่านี้มาเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงานนำไปสู่การเผื่อแผ่แบ่งปัน ลดความเหลื่อมล้ำ กฎหมายทุกฉบับถ้าไม่ปฏิบัติมันก็จบ บางคนบอกแรงเกินไปในการใช้มาตรา 44 ถ้าไม่ใช้แล้วสถานการณ์มันจะเอาอยู่หรือ ทุกวันนี้ก็ออกมาพูดกัน บนหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ไม่รู้ว่านายใครบ้าง แต่วันนี้ผมรับผิดชอบทั้งหมดตั้งแต่เข้ามาเป็น คสช. ผมตั้งใจในการแก้ปัญหา ต้องรับผิดชอบ ทุกคนก็ต้องร่วมรับผิดชอบกับผม คนไทยวันนี้ถูกปลูกฝังว่าอะไรได้ก็เอา อะไรเสียบาทเดียวก็ไม่ให้ ผมต้องการเข้ามาแก้ไขเพื่ออนาคต ไม่ได้ต้องการผลประโยชน์"
 
                        พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า กฎอัยการศึกใช้เพื่อเข้ามาสั่งการในการแก้ปัญหา เพราะก่อน 22 พ.ค. 2557 แก้ไขอะไรไม่ได้เลย เลือกตั้งก็ทำไม่ได้ ไม่มีใครรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป ตายเจ็บ ไม่มีคนแก้ปัญหา ควบคุมไม่ได้ เป็นการบริหารที่ล้มเหลว ฝ่ายค้านก็ไม่ต้องการให้เลือกตั้ง เป็นอดีต และยังเป็นปัจจุบัน หากไม่ช่วยกันก็จะกลายเป็นอนาคตด้วย วันนี้ที่มีการกล่าวกันต่างๆ นานา
 
                        "อยากถามว่า กฎอัยการศึกที่ใช้นั้นแค่ควบคุมตัวคนมาสอบสวน ประเทศไทยเปลี่ยนเป็นระบบลูกขุนคงไม่ได้ เพราะมีเงินเยอะก็คงซื้อลูกขุนกันอีก เหตุการณ์ปี 2553 - 2556 ข้าราชการจะไปทำได้อย่างไร วันนี้ตำรวจดีมีเยอะกว่าเลว วันนี้ตำรวจดีทั้งนั้นเพราะทำตามนโยบาย ก่อนหน้านี้ทุกคดีแก้ปัญหานำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ วันนี้เราจะทำทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ ใช้กฎหมายเป็นแค่กรอบและสร้างความรู้ สร้างวุฒิภาวะปรับทัศนคติคนใหม่ให้อยู่ร่วมกันได้ วันนี้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่คงตอบยาก แต่เชื่อว่าการปฏิรูปต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี ส่วนใครจะมาทำต่อก็ทำไปเพียงแต่จะวางกรอบไว้ให้ เลือกตั้งใหม่ก็มาทำกันไปแล้วทำให้ดีก็แล้วกัน กลับไปคิดกันให้ดีว่าจะเลือกใครและเอาอย่างไร วันนี้รัฐธรรมนูญยังเถียงกันไม่เลิก จะเลือกตั้งได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ จะต้องให้บังคับเลือกตั้งหรือเปล่า เลือกตั้งแล้วจะเดินขบวนกันอีกหรือไม่ ถ้าพรรคนี้มาอีกพรรคจะยอมไหม จะมีใครออกมาอีก วันนี้รู้ว่าทุกคนรอว่าเมื่อไหร่จะยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วเราจะยอมให้ประเทศมีปัญหาอีกหรือ"
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เผด็จการอย่างที่หลายประเทศว่าเราวันนี้ ยึดบ่อน้ำมันยึดที่ยึดทาง ไม่เคยทำ พูดกันอยู่ได้ว่าเป็นเผด็จการกฎอัยการศึก ซึ่งมีอยู่ 17 มาตรา เราใช้เพียง 2 มาตรา คือ จับกุม คุมขัง สอบสวนผู้ที่ผิดกฎหมาย ละเมิดสถาบัน และไม่กลัวกฎหมายปกติ แต่วันนี้ออกมาขนาดนี้ยังไม่กลัวกันเลย อีกหน่อยก็ออกไปรวมกันอยู่เมืองนอกกันหมด เพราะบ้านเขาไม่เป็นแบบนี้ แต่เราเป็นคนไทยต้องทำ อย่างไรก็ตามทุกประเทศที่มีความขัดแย้งมากๆ ก็ต้องมีกฎหมายนี้ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถปลดล็อกอะไรได้สักอย่าง อย่างเช่น ก่อนวันที่ 22 พ.ค.เราทำอะไรได้บ้าง เอารัฐธรรมนูญ เอากฎหมายปกติมาสู้กัน ประชาชนล้มตายทุกวัน อยากให้เข้าใจบ้าง
 
                        "วันนี้ทุกคนบอกว่ามีปัญหาแล้วที่ทะเลาะกันไม่อายบ้างหรือไง มาบอกว่าผมควรจะอายเพราะใช้กฎอัยการศึก แต่ที่ผมใช้เพราะต้องการหยุดปัญหา หยุดเลือดที่ไหลอยู่ หรือว่าไม่ใช่ ไม่มีใครเลือดไหลเลยหรือ ประเทศไทยเรากำลังเลือดไหล ประชาธิปไตยกำลังล้มพังทลาย ผมต้องไปประคองเท่านั้น ไม่ได้มาทวงบุญคุณอะไร แต่อยากให้เข้าใจ เราพยายามทำทุกอย่าง"
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรา 44 มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ให้อำนาจ คสช.สามารถดำเนินการใดๆ ก็ได้ และที่เขียนมาแบบนั้นไม่ใช่จะมายึดอำนาจประชาชน แต่เขียนให้ผมทำอะไรได้ โดยที่ไม่ได้ไปรอกฎหมายออก และถามว่า จะสั่งอะไรที่ผิดหรือไม่ ไม่อายตัวเองหรอ ใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหา จัดสรรที่ดินทรัพยากรป่าไม้ให้ถูกต้อง แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความเป็นธรรม แก้ไขปัญหากรมการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO และค้ามนุษย์ ที่ทุกอย่างมันแหลกเหลว ขอใช้คำนี้
 
                        นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า มีอดีตรัฐมนตรีชอบกล่าวว่า รัฐบาลนี้ชอบเลียนแบบนโยบาย แต่ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา มีแต่นโยบายที่ผ่านมาแต่ไม่ทำก็เป็นแบบนั้น เราเอาทุกอย่างมาทำและจะทำอะไรได้มากกว่านี้ถ้าเราทำได้จริงจัง ประเทศคงเป็นมหาอำนาจไปนานแล้ว เรายังเตาะแตะอยู่เพราะมันตีกัน แต่โชคดีที่พื้นฐานเศรษฐกิจเรายังดีกว่าประเทศอื่น แต่ตอนนี้ที่เศรษฐกิจลงเพราะมีกฎอัยการศึก หรือเพราะเศรษฐกิจโลก การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเราต้องทำทั้งเล็กกลางใหญ่ความเชื่อมโยงในประเทศ ไปสู่เศรษฐกิจพิเศษ
 
                        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอฝากให้ทุกคนร่วมเดินไปพร้อมกัน ไม่ใช่ตัวเองเป็นผู้นำแต่ทุกคนเสมอกันหมด ไม่มีช้างเท้าหน้าเท้าหลัง วันนี้ใช้มาตรา 44 ปรับแก้ไขปัญหาในบางส่วน และไม่อยากทำร้ายใคร เพราะถ้าทำร้ายทุกกระทรวงต้องโดนหมด แต่ขอให้เข้าใจว่าที่ผ่านมาทุกกระทรวงถูกการเมืองเข้ามาล้วงลูก
 
                        "ข้าราชการต้องรักกัน ไม่ใช่ตระกูลใครจะมาเป็นนี่เป็นโน่น ผมไม่เอาตระกูลมาทำให้ประเทศชาติเสียหาย ใครสามารถทำอะไรได้ก็ทำ เป็นอะไรได้ก็เป็น ไม่ต้องมาเอาใจผม ไม่อย่างนั้นจะเปลี่ยนนามสกุลใหม่ แต่ก็เสียดายเหมือนกัน เพราะทั้งโลกมีอยู่ชื่อเดียว ใครจะมาตั้ง จันทร์โอชา ผมไม่แก้เพราะภูมิใจ อาจจะเชยนิดหน่อย แต่เวลาไปต่างประเทศเขาก็รักผมทุกคน ไม่ได้ดูว่าเป็นจันทร์โอชา"