
หน่วยEODเข้าเก็บกู้พบเป็นของปลอมเร่งล่าคนสร้างสถานการณ์
01 เม.ย. 2558
ระทึก!มือดีวางไดนาไมท์ปลอมย่านพัฒนาการ-คาดมือดีสร้างสถานการณ์ป่วน
วันที่ 1 เม.ย.58 เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.ประยุทธ พึ่งเคหา พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณเสาไฟฟ้า หน้าปากซอยพัฒนาการ 65 ถ.พัฒนาการ แขวงและเขตประเวศ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น พ.ต.อ.เมธา เจียมไกรศรี ผกก.สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ทหาร พล.ม.1 รอ. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี
ที่เกิดเหตุเป็นเสาไฟฟ้า ตั้งอยู่บริเวณปากซอย พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดคล้ายระเบิดไดนาไมท์ เสียบติดกับซอกเสาไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ได้กั้นบริเวณดังกล่าวป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปอยู่ในรัศมี และปิดการจารจรให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยอีโอดีดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้เพื่อความปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าเก็บกู้ โดยใช้เชือดผูกกับวัตถุต้องสงสัยแล้วดึงออกมาจากเสาไฟฟ้า พบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นของปลอม ซึ่งทำมากระดาษคล้ายแกนกระดาษทิชชู เป็นม้วนทรงกระบอก จำนวน 7 แท่งมัดรวมกัน พร้อมทั้งติดกับนาฬิกาดิจิตอลและมีสายไฟโผล่ออกมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าภายในม้วนกระดาษไม่พบว่ามีดินระเบิดบรรจุอยู่แต่อย่างใด สำหรับนาฬิกาเป็นนาฬิกา ชนิดไทม์เมอร์ ที่ไว้ใช้สำหรับตั้งเวลาปั้มน้ำหาซื้อได้ตามตลาดบ้านหม้อ โดยไม่มีการต่อวงจรไว้
จากการสอบถามทราบว่า ผู้ที่พบเห็นเป็นพนักงานของโรงแรมซัมมิท พาวินเลียน โดยมองดูแล้วคล้ายระเบิดชนิดรุนแรงที่เคยเห็นในภาพยนตร์ เกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
ด้าน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.อีโอดี บอกว่า วัตถุที่พบดังกล่าวมองด้วยตาเปล่าหลายคนจะเข้าใจว่าเป็นระเบิดชนิดไดนาไมท์ แต่จริงๆ แล้วเป็นชนิดโฮ๊คบอมม์ ซึ่งเมื่อเก็บกู้และตรวจสอบแล้วเป็นของปลอมทำลอกเลียนแบบให้ดูเหมือนจริงจากการมองระยะไกล หากวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดจริง จะมีน้ำหนักประมาณ 4 ปอนด์ รัศมีการทำลายล้างประมาณ 80-100 เมตร เนื่องจากระเบิดถูกห่อหุ่มไว้ด้วยกระดาษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บวัตถุดังกล่าวไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดการณ์ว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีต้องการสร้างสถานการณ์ให้ตื่นตกใจ ภายหลังมีการยกเลิกกฎอัยการศึก และเตรียมใช้มาตรา 44 แทน หรืออาจเป็นความคึกคะนองของวัยรุ่นที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำวัตถุดังกล่าวมาวางไว้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาพยานหลักฐาน รวมถึงจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกดังกล่าว เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในครั้งนี้มาดำเนินคดีในข้อหา“ข่มขู่ให้เกิดความตกใจกลัว”



