ข่าว

เงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็ก...หวังเล็กๆจากใจ‘แม่’

เงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็ก...หวังเล็กๆจากใจ‘แม่’

01 เม.ย. 2558

เงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็ก...หวังเล็กๆจากใจ‘แม่’ : ปฏิญญา เอี่ยมตาล ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              การขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเล็ก 0-6 ปี ลดช่องว่างสวัสดิการพื้นฐาน เพื่อการพัฒนาอย่างเท่าเทียม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง

              หลังจาก องค์การยูนิเซฟ เครือข่ายภาคประชาสังคม คณะทำงานด้านเด็ก ผลักดันเรื่องนี้ยาวนานกว่า 3 ปี ฝ่าฟันแรงต้านมากมาย สุดท้ายได้บทสรุปเสนอรัฐ เงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเล็กที่ 600 บาทต่อเดือน

              “ยูนิเซฟ" มองว่า เด็ก 0-6 เดือนเป็นวัยที่มีพัฒนาการเร็ว ทั้งร่างกายและสติปัญญา หากละเลยดูแลไม่ดี จะเสียโอกาสที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้ มีผลต่อคุณภาพชีวิตระยะยาวที่เหลืออยู่ 

              ดังผลวิจัยปี 2557 ที่ว่า เด็กไทยไอคิวต่ำ แพ้มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ทั้งที่อยู่ในแถบประเทศอาเซียนเหมือนกัน มีวิถีชีวิตที่คล้ายกัน แต่ในทางกลับกัน หากเด็กในวัยนี้ได้รับการดูแลดี มีอาหารการกินครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ 

              จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เตี้ย แคระแกร็น มีสติปัญญาดี ไม่เจ็บป่วย ลดการเกิดโรค มีผลการเรียนดี ผลสำเร็จทางการศึกษาสูง มีประสิทธิภาพการทำงานในอนาคต เป็นประชากรที่ดีมีคุณภาพ       

              ปัจจุบันไทยมีเด็กเล็ก 0-6 ปี ทั้งหมด 5.4 ล้านคน อยู่ในระบบสวัสดิการคุ้มครองทางสังคม(ประกันสังคม) 1.3 ล้านคน ที่เหลือ 4.1 ล้านคน  เป็นเด็กนอกระบบที่ขาดการเหลียวแล ไม่เท่าเทียมถ้วนหน้า

              ที่ผ่านมา รัฐไทยจ่ายงบอุดหนุนรายปีแก่ การเรียนฟรี 12 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยผู้พิการ ฯลฯ เป็นจำนวนมาก การเจียดเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า   4.1 ล้านคนนั้น ถือว่าน้อยมาก  

              คิดเป็นตัวเลข เพียงร้อยละ 1.46 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีทั้งหมด หรือ 37,555 ล้านบาทเท่านั้น หากเทียบสัดส่วนต่อจีดีพี แค่ร้อยละ 0.32 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ   

              “ทีมข่าวคม ชัด ลึก" ลงพื้นที่สำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กเล็กในชนบทพื้นที่ทุรกันดาร จุดแรกเป็น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดทรงศิลา บ้านหนองอ้อ ต.สะตอ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น อยู่ห่างจากตัวเมือง 40 กม.สองฝั่งข้างทางเป็นทุ่งนาแห้งแล้ง

              จุดที่ 2 ศูนย์เด็กเล็กชุมชนบ้านหนองจาน หมู่ 11 ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น อยู่ฝั่งเหนือติด จ.เลย ห่างจากขอนแก่น 140 กม. ทางเข้าเพิ่งเทคอนกรีตได้ไม่นาน เป็นชุมชนที่ยังไม่มีประปา ไฟฟ้า   

              จากการสังเกตพบความแตกต่างสิ้นเชิง นอกจากระยะทางที่ห่างไกลแล้ว ยังมีเรื่องของอาหารการกิน วิถีชีวิต พัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา 

              เด็ก 2-3 ปีที่ศูนย์ฯ วัดทรงศิลา แต่งชุดนักเรียน  หน้าตาสดชื่น อ่าน เขียนและระบายสีได้ มีนม  ขนมให้กิน มีสนามเด็กเล่นกว้างขวาง กินอาหารมีประโยชน์ มื้อเที่ยงวันนั้นเด็กกินข้าวไข่พะโล้และหมู 1 ชิ้นในถาดหลุม มีองุ่นแดงเม็ดใหญ่ 5-6 ลูกเป็นผลไม้ล้างปาก

              ต่างกับเด็กชุมชนบ้านหนองจาน ที่มีพื้นที่วิ่งเล่นเป็นดินลูกรังเพียงน้อยนิด กินอาหารตามมีตามเกิด  ตามที่พ่อแม่จัดใส่ถุงมาให้ ในวันนั้นเป็นปลาทูทอด  น้ำพริกปลาร้า ตำปลาร้า ลาบหมูใส่พริก จิ้มกับข้าวเหนียวตามประสา

              มีถาดหลุมวางตรงหน้าเด็ก 5-6 คนล้อมวง ใช้มือจกกิน พร้อมครูที่ดูแล ไม่มีนม ขนมและผลไม้  เพราะงบเข้าไม่ถึง รัฐไม่เหลียวแล โดยภาพที่เห็นตรงหน้าสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำ ไม่ยุติธรรมในสังคมที่มีอยู่จริงได้ชัดเจน

              “ศรี" แม่วัย 42 ปีชุมชนบ้านหนองจาน บอกว่า ดีใจถ้าได้เงินเดือนละ 600 หาก 400 น้อยไปไม่พอ เด็กต้องกินใช้ทุกวัน เงินทำสวนทำไร่ไม่พอจ่าย ต้องไปรับจ้างเพิ่มได้มาซื้อกับข้าวให้ลูกกิน บางทีมาขอตังค์ซื้อขนมมันไม่รู้หรอกว่า พ่อแม่มีหรือไม่มี แต่มันอยากกิน ต้องให้หากไม่มีก็ต้องหาจนได้                                                                                                               

              สอดคล้องกับความเห็นของ “ธิดา" แม่วัย 24 ปีมองว่า เงิน 400 หรือ 600 อาจจะมีค่าน้อยสำหรับคนที่มี แต่พวกเราที่ไม่มีมันมีค่ามาก อย่างน้อยเอามาช่วยผ่อนเบาภาระค่าใช้จ่ายรายวันได้ เป็นค่าอาหาร ค่ารถนักเรียน ค่านมได้บ้าง

              “ศูนย์เด็กเล็กฯ ช่วยได้มาก ออกไปรับจ้างได้ ไม่ห่วงลูก ชาวบ้านที่นี่ยากจน ดิ้นรนทำกิน มีกินมีใช้ไปวันๆ ถ้ารัฐให้เงินจะเก็บบางส่วนเป็นค่าเรียนลูก ซื้อของดีๆ ให้กินบ้าง ทุกวันนี้ผู้ใหญ่กินอะไร เด็กกินแบบนั้น เห็นแล้วสงสาร” ธิดา กล่าว

              ขณะที่ “สุพัฒน์ มูลฉวี" แม่วัย 37 ปี อาชีพรับจ้างถางหญ้า บอกว่า มีลูกคู่แฝดวัย 2 ขวบชื่อ “อาทิตย์กับตะวัน” กินเก่งมาก ทั้งนม ขนมกินทั้งวัน ใช้เงิน 2 คน 100 บาทต่อวัน อะไรก็แพงทุกอย่าง ถ้ามีเงินตรงนี้มาช่วยเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น แม้จะเป็นแค่ 400 ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย

              “เด็กกินเยอะกว่าผู้ใหญ่ ไม่รู้จักคำว่าพอ มันหิวก็ต้องให้กินจนอิ่ม ไม่มีแม่คนไหนให้ลูกอดอยาก ถ้าไปกลัวว่าแม่จะเอาเงินไปทำอย่างอื่น อย่าไปคิดเลย ทุกวันนี้เห็นลูกอิ่มแม่ถึงจะนอนหลับ"  เธอกล่าวและว่า

              หากรัฐบาลกลัวก็ควรจะจ่ายตรงเข้าบัญชีประจำของเด็กเลย จนครบ 6 ปีจึงถอนได้ไว้เป็นทุนค่าเรียนของเขา ตั้งใจจะส่งลูกเรียนสูงๆ เท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่มีก็ต้องหาทางให้มีจนได้ ไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนพ่อแม่ที่ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะบ้านยากจน

              จากการสอบถามความเห็นชาวบ้านหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน เห็นด้วยที่รัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนเด็กเล็ก อยากให้ทำโดยเร็ว จ่ายให้ทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียม เพื่อช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว                                  

              ถึงเวลาแล้ว...ที่ผู้ใหญ่ใจดีควรเห็นค่า “เด็กไทยในอนาคต” เริ่มต้นจาก “รับรู้" นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่ามัวแต่ถกเถียงว่าเป็นเรื่องของใคร  แล้วปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไป

              ดังคำกล่าวของ เจมส์ เจ เฮคแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล 2542 ที่ว่า “การลงทุนในเด็กเล็ก เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ให้ผลตอบแทนกลับคืนแก่สังคมที่ดีระยะยาว 7-10 เท่า"