ข่าว

สั่งพักราชการ'ปธ.ศาลปค.สูงสุด'

สั่งพักราชการ'ปธ.ศาลปค.สูงสุด'

31 มี.ค. 2558

มติ ก.ศป. สั่งพักราชการ 'หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล' ปธ.ศาลปกครองสูงสุด กรณีทำหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอสนับสนุน รอง ผกก. ชี้ หากให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่เหมาะสม

 
                          31 มี.ค. 58  ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ได้ลงนามในคำสั่ง ก.ศป. ที่ 8/2558 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2558 กรณีที่ตุลาการศาลปกครอง ได้เข้าชื่อกันเพื่อให้ ก.ศป.ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชน ว่า นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้จัดทำหนังสือจำนวน 2 ฉบับ ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ โดยอ้างว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด มีความประสงค์ที่จะสนับสนุน รอง ผกก.ป. ซึ่งเป็นเพื่อนกับหลานชายให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับการ
 
                          โดยมติที่ประชุม ก.ศป. ครั้งที่ 184-5/2558 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้มีมติเสียงข้างมาก เห็นว่า ปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัดแจ้งว่าผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหารงานของศาลปกครอง และพิจารณาพิพากษาอรรถคดี การให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ย่อมเป็นการไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเสื่อมความเชื่อถือและศรัทธา รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของศาลปกครอง ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการ การให้นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จึงเป็นการเสียหายแก่ราชการ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 24 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
 
                          ที่ประชุม ก.ศป. จึงมีมติเสียงข้างมาก ให้พักราชการ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่า ก.ศป. จะพิจารณากรณีที่นายหัสวุฒิ ถูกกล่าวหาแล้วเสร็จ หากนายหัสวุฒิ ประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองกลาง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองกลาง ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนี้
 
                          อนึ่ง ก.ศป. มีมติให้ นายปิยะ ปะตังทา หรือ นายเกษม คมสัตย์ธรรม (ชื่อเดิม) รองประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด ในระหว่างที่นายหัสวุฒิ ประธานศาลปกครองสูงสุด ถูกสั่งพักราชการดังกล่าว
 
                          แหล่งข่าวจากศาลปกครอง ระบุว่า สำหรับมติของที่ประชุม ก.ศป. ดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากกรณีที่นายดิเรกฤทธิ์ ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าว กรณีอาจเข้าข่ายตามที่กำหนดในข้อ 3 (1) แห่งระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิ์ของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544 สมควรสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่ามีมูลความจริงดังที่นายดิเรกฤทธิ์ ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าวหรือไม่ จึงมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย นายนพดล เฮงเจริญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานกรรมการ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และนายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวต่อ ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ 181-2/2558 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 ซึ่ง ก.ศป. ได้มีมติรับทราบ และมอบหมายให้สำนักงานศาลปกครอง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ก.ศป. ขอข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้น ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ 182-3/2558 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ได้พิจารณารายงานผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานศาลปกครองได้นำเสนอต่อ ก.ศป.
 
                          แหล่งข่าวระบุอีกว่า โดย ก.ศป.เสียงข้างมากเห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก โดยเห็นว่า เป็นกรณีมีมูลที่อาจเข้าข่ายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 (1) แห่งระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิ์ของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544 และถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง จึงมีมติให้ดำเนินการตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ข้อ 5 วรรคสอง และข้อ 6 วรรคหนึ่ง (4) แห่งระเบียบ ก.ศป.ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิ์ของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544 และได้มีคำสั่ง ก.ศป. ลับ ที่ 9/2558 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2558 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ก่อนที่ ก.ศป. จะมีมติให้สั่งพักราชการประธานศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว