
ชัยวัฒน์ฟ้องกลับนายกฯ-สุเทพ-ผบ.ตร.กลั่นแกล้งรับโทษอาญา
ชัยวัฒน์ แนวร่วม พธม. ผู้ต้องหาร่วมคดีก่อการร้ายปิดล้อมสนามบิน ฟ้องกลับ นายก ฯ อภิสิทธิ์ -เทพเทือก - ผบ.ตร. ปฎิบัติหน้าที่มิชอบ กลั่นแกล้งให้รับโทษอาญา สั่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร้ายแรงเกินจริง ศาลนัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่ พรุ่งนี้ 14 ก.ค.บ่ายโมงค
(13ก.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 15.30 น. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายณัฐพร โตประยูร ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง , พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 91, 157 และ 200
โดยฟ้องโจทก์สรุปว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 เป็นรองนายกรัฐมนตรี และจำเลยที่ 3 เป็น ผบ.ตร. มีอำนาจดูแลควบคุมและกำกับการปฎิบัติงานของข้าราชการตำรวจตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และ พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.52 จำเลยทั้งสาม สั่งการให้ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน ลงนามออกหมายเรียกผู้ต้องหาฉบับวันที่ 1 ก.ค.52 กล่าวหาโจทก์ว่า “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่การกระทำในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ , มั่วสุมกันแต่งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย. บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์, ทำให้การบริหารท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม ม.9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548” ทั้งที่ข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงตามที่จำเลยทั้งสามได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหากับโจทก์
ความจริงแล้วตามวัน - เวลาที่ พล.ต.ท.วุฒิ หัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวหาโจทก์เป็นต้นว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 มีประชาชนจำนวนมหาศาลรวมตัวกันใช้ชื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใช้สิทธิตามรัฐธรรม พ.ศ.2550 ม.69 – 71 ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น แก้ไขปัญหาบ้านเมืองในเรื่องต่างๆ อาทิ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลก้าวล่วง แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉย ต่อมานายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่แก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดนเขาพระวิหารกับประเทศกัมพูชา และสั่งให้มีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เพิ่มมาตรการเรียกร้องโดยการเข้าไปชุมนุมที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชั่วคราวแทนทำเนียบรัฐบาล และที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อกดดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาตามที่เรียกร้อง
โดยระหว่างการชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาโจทก์กับแกนนำกลุ่มพันธมิตร ฯ กระทำผิดฐานเป็นกบฏ และขอให้ศาลออกหมายจับ ต่อมาวันที่ 3 ต.ค.51 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมโจทก์ และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ฯ แต่ปรากฏภายหลังศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์กับพวกไม่ได้กระทำผิดข้อหากบฏตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้ง 3 ที่สั่งให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาเกินความจริงต่อโจทก์ จึงเป็นการปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น และเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกออกหมายเรียกและตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา และได้รับความเสียหาย และกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพ เสื่อมเสียชื่อเสียง เหตุเกิดที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามความผิดด้วย
ทั้งนี้ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา และนัดให้โจทก์ฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีหรือไม่ ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ เวลา 13.30 น.



