
ป.ป.ช.สอบ'สนช.-สปช.'รายบุคคล
31 มี.ค. 2558
'ป.ป.ช.' เดินหน้าหาข้อเท็จจริงปม 'สนช. - สปช.' ตั้งเครือญาติใกล้ชิดเป็นผู้ช่วย เตรียมขอเอกสารคำสั่งแต่งตั้ง เช็กยิบคุณสมบัติรายบุคคล
31 มี.ค. 58 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่งตั้งเครือญาติใกล้ชิดเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว ว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริง โดยหลังจากนี้จะขอเอกสารคำสั่งการแต่งตั้งจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อนำมาตรวจสอบดูว่าบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือไม่ ซึ่งจะตรวจสอบเป็นรายๆ ไป ถ้าผิดก็จะผิดเป็นรายบุคคล ไม่ได้รวมทั้งหมด
นายสรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณี สปช.ด้วยนั้น ป.ป.ช.ก็จะนำเรื่องดังกล่าวมารวมกับกรณีร้องเรียน สนช.ก่อนหน้านี้ด้วย เพราะมีลักษณะคล้ายกันและต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่า เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจากหากร้องเรียนในกรณีผิดจริยธรรมอย่างเดียว ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจตรวจสอบและกฎหมายรองรับ หากพบว่าการตั้งบุคคลดังกล่าวขัดต่อคุณสมบัติ ก็เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน และมีมูลเหตุในการทุจริต แต่หากมีการตั้งโดยถูกต้อง ก็ต้องไปดูว่ามีพฤติการณ์ที่จะไปแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ หากคุณสมบัติครบถ้วนทุกอย่าง ก็ถือว่าไม่มีความผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ สนช.และ สปช.ให้เครือญาติพ้นจากตำแหน่งแล้ว จะตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องนี้แม้ว่า สนช.และ สปช.จะให้เครือญาติพ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่ ป.ป.ช.ก็ต้องตรวจสอบ เพราะมีการตั้งและมีการรับเงินเดือนไปแล้ว แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่า มีคุณสมบัติ และได้ทำหน้าที่จริง ก็ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง



