
มทภ.1ยันม.44ยึดหลักก.ม.
31 มี.ค. 2558
พล.ท.กัมปนาท พร้อมใช้มาตรา44 หากประกาศใช้ ย้ำยึดหลักก.ม.สิทธิมนุษยชน ยันจนท.ไม่ใช้ความรุนแรง เปรียบร่างรธน.เหมือนเรียนหนังสือ รอวันตกผลึก ขออย่าวิตก
31 มี.ค.58 เมื่อเวลา 09.30 น. กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมประกาศใช้มาตรา 44 แทนกฎอัยการศึก ว่า กกล.รส.เป็นหน่วยที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย ถ้ามีกฎหมายใดให้บังคับใช้ก็ต้องยึดหลักตามนั้น โดยผู้ใต้บังคับบัญชาของตนทุกนายต่างก็ยึดถือกฎหมายในการทำงาน และยึดหลักการสิทธิมนุษยชน ตนก็ขอยืนยันว่าการดำเนินต่างๆ มีจุดมุ่งหมายให้ประเทศชาติสงบสุข สถานการณ์มีความเรียบร้อย และสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ อยากเห็นทุกคนในชาติกลับมามีความรักความสามัคคี ไม่ทะเลาะกัน ขอให้พูดสร้างสรรค์ทำให้สังคมเกิดความสงบสุข เพราะฉะนั้นเครื่องมืออะไรต่างๆ ที่มีก็จะยึดถือตามนั้น โดยขอย้ำว่าเราไม่มีหน้าที่ออกกฎหมาย หากแต่มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนมาตรา 44 จะเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับสังคมไทยหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังวิเคราะห์ และชั่งน้ำหนักกันอยู่ จึงเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่จะต้องดำเนินการ ทั้งนี้ตนมีหน้าที่ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่มันเกื้อกูลต่อการปฏิรูป และการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยตามโรดแม็พ
เมื่อถามว่า รัฐบาล และ คสช. ยังมีความจำเป็นที่จะต้องคงกฎหมายต่างๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวต่อต้าน พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า เรามีการประเมินสถานการณ์ทุกวัน ฉะนั้นการเคลื่อนไหวอะไรต่างๆ เรารับทราบ ดังนั้นเรามีการประเมิน และการพูดคุย การสร้างความเข้าใจกับทุกกลุ่มทุกฝ่ายเป็นหลัก และให้เห็นแก่บ้านเมือง ฉะนั้นเราจะหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจ ขณะนี้ยังไม่มีอะไรหนักใจ คิดว่าบ้านเมืองยังเดินหน้าไปได้ ที่ผ่านมาปัญหาสะสมมานาน ทุกอย่างกำลังแก้ไข โดย คสช.เข้ามาแก้ไขปัญหาไม่ได้มาสร้างปัญหา ส่วนจะแก้ไขได้มากแค่ไหนจะต้องใช้ระยะเวลา แต่ก็พยายามทำให้เร็วที่สุด
เมื่อถามถึงข้อกังขาที่ว่ามาตรา 44 รุนแรงเกินไปนั้น พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า ตนคิดว่าคนไทยมีความโอบอ้อมอารี ไม่ชอบความรุนแรง ซึ่งเป็นนิสัยของคนไทยอยู่แล้ว เชื่อว่าทุกคนรักบ้านเมือง ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุข ดังนั้นการดำเนินการใดๆ ได้เน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอว่าทุกคนเป็นคนไทยไม่ใช่ความรุนแรงที่นอกเหนือกฎหมาย
พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า เรื่องการแสดงความคิดเห็นในสื่อโซเชียลมีเดียนั้น ตนก็จะเน้นย้ำการสร้างความเข้าใจ พูดคุยเป็นหลักเช่นกัน ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจว่าสื่อออนไลน์หลายจำพวกเวลาส่งกันจะไม่มีการข้อมูลที่ถูกต้อง จนทำให้สังคมเกิดความสับสน เราก็ต้องเข้าไปตรวจสอบว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อมูลนั้น เพื่อหาดูต้นตอ แล้วก็จะพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจกัน ทั้งนี้อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันจะทำให้ประเทศไทยเจริญ และอยากให้พวกเรารักชาติเพื่อไม่ให้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
“บางเรื่องคนที่เราเรียกมาพูดคุยแล้วบางทีก็ยังไม่เข้าใจเลย ต้องเล่าให้ฟังเป็นชั่วโมงถึงจะเข้าใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าเรื่องจริงอย่างนี้ พอเขาเข้าใจแล้วดีขึ้น ส่วนกระบวนการเรียกบุคคลเข้ามาปรับทัศนะคติก็จะไม่มีแล้ว แต่จะให้มาใช้กันพูดคุยกันแทน เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกัน เวลาที่ผมพูดกับใครแล้วต้องให้ความจริงใจต่อกัน ถ้าผมไม่จริงใจผมก็อยู่ไม่ได้” พล.ท.กัมปนาท กล่าวและว่า โดยใช้รูปแบบการพูดคุยจะใช้สองแนวทาง คือเราไปหาเขาบ้าง กับเขามาหาเราบ้าง ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่จะไม่ไปที่บ้าน เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว เนื่องจากเป็นที่อยู่เหนือนอกกฎหมาย และเป็นกระแสสังคมที่อ้างไปเอง
‘พล.ท.กัมปนาท’ เปรียบร่างรธน. เหมือนเรียนหนังสือ รอวันตกผลึก ขออย่าวิตกร่างรธน.
เมื่อเวลา 09.30 น. กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) จะส่งร่างรัฐธรรมนูญมาให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาเนื้อหาว่า รัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ยังถกเถียงกันไม่จบ เพราะแต่ละคนต่างมีแนวความคิดเป็นของตนเอง ในเมื่อทุกคนได้งานไปทำก็ไปทำงานของเขา เมื่อเสร็จแล้วก็มาแลกเปลี่ยนกัน ก็เหมือนเวลาเรียนหนังสือทุกคนก็จะไปศึกษาทฤษฎีต่างๆมากมาย สุดท้ายก็ต้องมาดีเบตกัน เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเรา เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ตกผลึกเท่านั้น ตนก็ขอให้อย่าวิตกกังวลใดๆเลย
แม่ทัพภาคที่ 1 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระเทพฯ 60 พรรษา
กองทัพภาคที่ 1 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 60 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2558 เพื่อเป็นการเทิดทูน และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีกิจกรรมตักบาตรเฉลิมพระเกียรติพระสงฆ์ 61 รูป ถวายเครื่องราชสักการะ และถวายพระพร และไถ่ชีวิตโคกระบือเพื่อเป็นพระราชกุศล จำนวน 26 ตัว มูลค่า 714,000 บาท ซึ่งกองทัพภาค 1 ได้เน้นย้ำให้กำลังพลทำแต่ความดี คิดดี คนละหนึ่งอย่าง เพื่อถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความตั้งใจทั้งปี



