ข่าว

ตรังแล้งจัด!ขาดแคลนหญ้าเลี้ยงสัตว์

ตรังแล้งจัด!ขาดแคลนหญ้าเลี้ยงสัตว์

31 มี.ค. 2558

ตรังแล้งจัด! เกษตรกรขาดแคลนแหล่งหญ้า-หญ้าอัดฟ่อนเลี้ยงสัตว์ ขณะที่ชาวบ้านอ.วังทอง พลิกวิกฤติแล้งเลี้ยงมดแดงในไร่นาสวนผสมเพื่อเก็บไข่มดแดงขายสร้างรายได้เสริม

 
            31 มี.ค.58 นายธวัช อุดมคณารัตน์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดตรังได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งครบทั้ง 10 อำเภอแล้ว ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งขณะนี้ขาดแคลนแหล่งหญ้าอย่างหนัก ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง มีหญ้าแห้งที่อัดฟ่อนเรียบร้อยแล้วเหลืออยู่ในสต๊อกเพียงประมาณ 20 ตันเท่านั้น จากหญ้าแห้งที่มีอยู่ในสต๊อกเดิมทั้งหมด 60 ตันต่อปี เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่จังหวัดตรังประสบปัญหาภัยแล้งขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พบว่าแต่ละวันจะมีประชาชนมาขอรับความช่วยเหลือรับหญ้าแห้งไปให้สัตว์เลี้ยงในความดูแลวันละประมาณ 20 – 30 ราย หรือประมาณวันละ 4 – 5 ตัน หรือบางวันมีคนมาขอเพิ่มถึง 10 ตัน ซึ่งหญ้าที่เหลืออยู่ประมาณ 20 ตันในสต๊อกคาดว่าจะหมดในต้นเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน 
 
            ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรังได้ทำเรื่องขออนุมัติหญ้าแห้งเพิ่มเติมไปยังสำนักงานปศุสัตว์ เขต 8 อีก 20 ตันแล้ว และหากไม่พอจะขออนุมติเพิ่มไปที่กรมปศุสัตว์ได้อีก ส่วนสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่ในการผลิตหญ้าแห้งและหญ้าสดสำรองไว้ให้ทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ เขต 8 ขณะนี้มีหญ้าแห้งสำรองอยู่จำนวน 300 ตัน โดยในปีนี้พบว่าสำนักงานปศุสัตว์ต่างๆในพื้นที่เขต 8 หลายจังหวัดต่างต้องอนุมัติหญ้าแห้งเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งทำให้ขาดแคลนแหล่งหญ้าเช่นเดียวกัน
 
            นายธวัช ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของปัญหาของสุขภาพสัตว์ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอออกให้ความรู้แก่เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่โล่ง ให้นำเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่ที่มีร่มเงา เนื่องจากขณะนี้แดดร้อนจัดมาก อาจทำให้สัตว์ป่วยได้ ส่วนสัตว์ที่เลี้ยงอยู่ในโรงเรือนก็แนะนำให้เกษตรกรช่วยให้น้ำหล่อเลี้ยงด้วย เพื่อทำให้อากาศเย็นลง ลดอัตราการป่วยของสัตว์และให้สัตว์เลี้ยงได้เจริญเติบโตเต็มที่ป้องกันปัญหาการขาดทุนตามมา
 
 
พิษณุโลก - ชาวบ้าน อ.วังทอง เลี้ยงมดแดงในไร่นาสวนผสมเพื่อเก็บไข่มดแดงขายสร้างรายได้เสริม
 
 
            31 มี.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านดงพลวงเจริญผล ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก มีชาวบ้านยึดอาชีพการเลี้ยงไข่มดแดง พลิกวิกฤติในช่วงฤดูแล้ง สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เกษตรกรดังกล่าว คือนายบุญชู ศิดสันเทียะ อายุ 46 ปี และนางดาว ศิดสันเทียะ อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 416 หมู่ 4 ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่ใช้เนื้อที่ 7 ปลูกพืชพักผลไม้ เลี้ยงหมู ขุดบ่อเลี้ยงปลา และที่สำคัญ ก็คือการเลี้ยงมดแดง เพื่อนำไข่ไปขาย
 
            นายบุญชู ศิดสันเทียะ เจ้าของสวน กล่าวว่า ตนประสบความสำเร็จเรื่องการเลี้ยงมดแดงเพื่อขายไข่จากโครงการปิดทองหลังพระ และเน้นหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จากนั้นจึงนำความรู้ที่ได้ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ มาสอนให้ความรู้และแนะนำให้กับชาวบ้านที่สนใจอยากจะยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพเสริม โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ว่างเว้นจากการทำนา สามารถนำไข่มดแดงไปขายสร้างรายได้
 
            สำหรับวิธีการเลี้ยงมดแดงเพื่อขายไข่มีดังนี้ คือ นำเชือกมาผูกขึงกับต้นมะม่วงต้นต่างๆ ไว้ และมัดเชือกโยงให้ไปถึงกันทุกต้น จากนั้นเตรียมอาหารของมดแดงซึ่งประกอบไปด้วย ข้าวสุก เนื้อปลา นมผงเด็ก ซึ่งเป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นเอง มาขยำส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วจึงนำไปหย่อนใส่ปากขวดพลาสติกที่ถูกตัดดัดแปลงเอาไว้เป็นภาชนะใส่อาหารติดกับต้นมะม่วง เมื่อฝูงมดแดงได้กลิ่นอาหารดังกล่าวก็จะพากันเดินไต่เชือกมากินอาหารกันอย่างอุดมสมบูรณ์ เมื่อถึงช่วงผสมพันธุ์ของมดแดงตัวผู้และมดแดงตัวเมียจะตกไข่ออกมามีขนาดฟองที่ใหญ่มาก
 
            ทั้งนี้ สำหรับไข่มดแดง ที่นำไปขายนั้นถ้าไข่ขนาดเล็ก ก็ราคากิโลกรัมละ 250 บาท ถ้าฟองใหญ่ ก็ราคากิโลกรัมละ 300 บาท ส่วนตัวมดแดงสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 250 บาท โดยไข่มดแดงจะมีพ่อค้าทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เดินทางมารับซื้อนำไปประกอบอาหารกันตลอดทั้งปี และตอนนี้มีพ่อค้าประเทศบรูไน ติดต่อมาขอซื้อไข่มดแดงเพื่อนำไปเลี้ยงนกแล้ว แต่ตนเอง ยังผลิตไข่มดแดงไม่ทัน ซึ่งปีนี้หนึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง 50,000-70,000 บาททีเดียว
 
 
มหาสารคาม-ชาวบ้านหาไข่มดแดงขายสร้างรายได้งามช่วงหน้าแล้ง
 
 
            31 มี.ค.58 นางสมหมาย ศรีชะตา อายุ 50 ปี ชาวบ้านท่าขอนยาง ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่า หลังจากชลประทานงดปล่อยน้ำให้เกษตรกร ไม่สามารถปลูกข้าวนาปรัง จึงหารายได้ช่วงหน้าแล้งหาไข่มดแดงขาย สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว
 
            นายสมหมาย เล่าวว่า จะออกหารังมดแดงตามต้นไม้เมื่อเจอรังก็จะใช้ไม้ไผ่ ลำยาวปลายข้างหนึ่งผูกถุงตะข่ายแหย่กระทุ้งเบา ๆ เข้าไปในรังมดไข่จะร่วงลงมาในถุง จากนั้นเก็บเศษใบไม้ออก คัดไข่มดแดงและตัวแม่เป้งแยกกัน ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้นำกลับมาล้างคัดแยกแล้วส่งขาย ซึ่งเทคนิคการแหย่ไข่มดแดงเลือกรังเก่าที่มีใบไม้แห้ง และมีเยื่อสีขาวเพราะจะมีไข่จำนวนมาก และในแต่ละรังจะมีทั้งไข่เล็ก หรือชาวบ้านเรียกไข่ฝาก และนางพญามดแดงหรือเรียกว่าแม่เป้ง
 
            “ออกจากบ้านประมาณ 9 โมงเช้า ใช้เวลาหาไข่มดแดง 4-5 ชั่วโมง ได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม นำไปแบ่งขายเป็นกระทงเล็กๆ กระทงละ 20-30 บาท หากแม่ค้าคนกลางมารับซื้ออาจนำไปขายต่อในราคากระทงละ 50 บาท ในแต่ละวันจึงขายหมดไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ทุกวันนี้สามารถหารายได้เสริมจากการแหย่ไข่มดแดงได้กว่าวันละ500-800บาท บางวันโชคดีขายได้มากกว่า 1,000 บาท สร้างรายได้งามโดยไม่ต้องไปรับจ้างทำงานต่างถิ่น”
 
            สำหรับไข่มดแดง นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย โดยเมนูส่วนใหญ่ที่นิยม คือ ก้อยไข่มดแดง ห่อหมกไข่มดแดง ไข่เจียวไข่มดแดง แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง ส่วนสาเหตุที่ไข่มดแดงมีราคาแพงทุกปีเพราะในรอบหนึ่งปีจะมีไข่มดแดงในทานในช่วงหน้าแล้งนี้เท่านั้น และด้วยระบบนิเวศน์ของป่าชุมชนที่เปลี่ยนแปลง ต้นไม้ใบหนาในป่าถูกตัดจนลดน้อยลงบวกกับปัญหาไฟป่า ส่งผลให้มดแดงมีน้อยลงเรื่อย ๆ ราคาจึงสูงตามกลไกตลาด
 
            ด้าน นพ.คิมหันต์ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เตือนผู้บริโภคระมัดระวังการบริโภคไข่มดแดง เนื่องจากประชาชนอาจเข้าใจว่าไข่มดแดงมีสีขาวสะอาดอยู่ในรังที่สูงจากพื้นดินจึงน่าจะปลอดภัยจากเชื้อโรค ซึ่งโดยหลักการแล้วมดแดงที่อาศัยในรังถือเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่อาศัยหากินตามพื้นดิน และกินซากสัตว์ สิ่งสกปรก มูลสัตว์ และอุจจาระของมนุษย์ที่ถ่ายไว้ตามสวน หรือป่า โอกาสที่เชื้อโรคที่อยู่ตามสิ่งสกปรกจะติดไปกับลำตัวและขาของมดแดงจะมีมาก โดยพาหะเชื้อโรคในลักษณะเดียวกับแมลงวัน เมื่อไปเหยียบย่ำบนไข่ในรังก็จะมีการปนเปื้อนได้ ซึ่งหากไม่ได้ทำความสะอาดก่อนบริโภคจะได้รับเชื้อดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือการก่อนรับประทานควรล้างและปรุงให้สุกก่อนบริโภค หลีกเลี่ยงการกินดิบทุกชนิด ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบบทางเดินอาหารและป้องกันพยาธิชนิดต่าง ๆ อีกด้วย
 
 
 
 
--------------------------------------
 
 
 
(ภาพแฟ้มข่าว)