ข่าว

“กษิต”ปลื้มอภิสิทธิ์อุ้มสรรเสริญเป็นนายกฯแสนประเสริฐ

“กษิต”ปลื้มอภิสิทธิ์อุ้มสรรเสริญเป็นนายกฯแสนประเสริฐ

13 ก.ค. 2552

“กษิต”ปลื้มมาร์คอุ้ม สรรเสริญเป็นนายกฯแสนประเสริฐ ลั่นไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย ยันคุย “ สุเทพ ” แล้ว เชื่อต้องได้คุย “ ประวิตร-อนุพงษ์ ” แน่นอนที่ภูเก็ต “ชวรัตน์” รับลูกมาร์คอุ้ม “กษิต”อีกแรก "เด็กปชป." หนุน "กษิต" อยู่ต่อเปรียบเป็นหอกทิ่มแทงศัตรู

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.ค. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่ามีความมั่นใจและประทับใจในตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่มีความมั่นใจในตัวของตนไม่ได้มีข้อสงสัยในคุณความดีและสติปัญญาของนายกรัฐมนตรีในการดูแลลูกพรรคและลูกทีมในคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะตนที่อยู่ในสถานะที่อยู่ในข้อโต้แย้งทางการเมืองมากมาย และตนดีใจที่มีนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเป็นนายอภิสิทธิ์ และมีโอกาสได้ร่วมทำงานด้วย

 “ ขอความกรุณาอย่าได้ตีความใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีข้อสงสัยและเราทำงานกันอย่างเต็มที่และท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างไรตัวผมก็เป็นเช่นนั้น ผมเองก็ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหลังจากถูกหมายเรียกจากตำรวจเพราะถือเป็นเรืองจริยธรรมและภาระขั้นพื้นฐานของนักการเมืองเมื่อถูกเรียกเข้ามาก็ต้องไป แต่ผมก็ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะว่าผมไม่เห็นว่ามันสมเหตุสมผลอะไร ที่จะมากล่าวหาว่าผมเป็นผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ตามยังเหลือเวลาอีก 20 วันที่จะให้ทนายเข้าไปแก้ข้อต่างได้ ” นายกษิต กล่าว

 ส่วนที่กระวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนระบุว่าทหารออกมากดดันให้รัฐบาลปลดตนออกจากตำแหน่งนั้นตนไม่ได้มีเจตนาที่จะไปพาดพิงกับเพื่อน ๆ ที่กลาโหมหรือทหารใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่มีข่าวอ้างว่าอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งตนก็ถามว่าหนังสือพิมพ์ไปเอามาจากไหน ตนก็อยากจะรู้

 ทั้งนี้ตนยินดีที่จะไปจับเข่าคุยกับทุกคนจะเป็นใครก็ตาม เพราะเราทำงานด้วยความโปร่งใส หากไม่รู้อะไรหรือสงสับอะไรเกี่ยวกับกระทรวงการต่างประเทศให้มาถามตนได้ แต่อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์กันโดนที่ไม่ยอมรับทราบข้อเท็จจริงหรือรับทราบแล้วก็ยังอยากจะวิจารณ์ในทางลบ จึงต้องออกมาอธิบายให้ฟัง ตนอยู่ในตำแหน่ง 6 เดือน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำสามารถตอบได้ ทุกอย่างที่ได้ทำกับนายกรัฐมนตรี เพราะว่ากระทรวงการต่างประเทศก็เป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่จัดให้นายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศ ตนสามารถชี้แจงได้ว่าเป็นอย่างไร และในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาตนก็พยายามที่จะขับเคลื่อนสิ่งที่ค้างมาเป็นเวลานานโดยเฉพาะการประชุมร่วมต่างประเทศ และคืนนี้ตนก็จะเดินทางไปร่วมประชุมระดับผู้นำประเทศที่ประเทศอียิปต์ ของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด โดยเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี

 เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจในการทำงานหรือไม่ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่าตั้งแต่เข้ามาทำงาน จนถึงวันนี้ 6 เดือนก็โดนโจมตีมาตลอดก็อาจจะมีการหวั่นไหว นายกรัฐมนตรีก็ได้พูดกับสาธารณชนตลอดเวลา ตนก็มีความซาบซึ้งในเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ตนสามารถทำงานได้เต็มที่ เนื่องจากมีผู้นำที่แน่วแน่และยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องไม่ได้หวั่นไหวไปกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ และพูดด้วยเหตุด้วยผลด้วยหลักด้วยเกณฑ์ทั้งนั้น

 ถามว่าได้มีการต่อสายคุยกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ว่าเข้าพบ นายกษิต กล่าวว่า ตนพูดโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีโอกาสก็จะไปพบกัน

 ต่อข้อถามว่าได้คุยกับนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ตนได้คุยกับนายสุเทพแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเป็นรัฐบาลเดียวกันก็ทำงานกันมาตนมีความมั่นใจและเคารพในตัวนายสุเทพ แม้กระทั่งพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก อย่าได้มีข้อสงสัยอะไรทั้งสิ้น เพระว่าตนเดินทางตลอดไม่ค่อยได้อยู่ที่กรุงเทพ เนื่องจากงานเยอะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเจอกันแน่นอนเนื่องจากว่าทุกคนต้องลงไปอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต

 อย่างไรก็ตามตนก็ต้องขอวิงวอนประชาชนชาวไทยร่วมกันเป็นภาพ อย่าเอาการเมืองภายในทำให้การต่างประเทศต้องเสียไปด้วย เราต้องมุ่งหน้าในเรื่องของอาเซียน ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งเป็นผลประโยชน์ของประเทศไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

“ชวรัตน์” รับลูกมาร์คอุ้ม “กษิต”อีกแรก
 
 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ระบุควรให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ทำงานต่อไปเพื่อเป็นการไม่ทำลายทรัพยากรบุคคลว่า ตนเห็นด้วยที่ผ่านมาผลงานของนายกษิตถือว่าใช้ได้ เมื่อถามว่า หากให้นายกษิตอยู่ในตำแหน่งจะกลายเป็นสายล่อฟ้าของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า เป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่การเป็นสายล่อฟ้าเส้นเดียว ย่อมดีกว่าเป็นสายล่อฟ้าที่กระจายทั่วไป ดีกว่าโดนกันทุกคน
 
"เด็กปชป." หนุน "กษิต" อยู่ต่อเปรียบเป็นหอกทิ่มแทงศัตรู

 ที่รัฐสภา เวลา 13.35 น. นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะส.ส.ยังคงให้ความไว้วางใจและสนับสนุนให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ดำรงตำแหน่งต่อไป เพราะนายกษิตเปรียบเหมือนหอกโมกข์ศักดิ์ทิ่มแทงศัตรูของประเทศได้ โดยเฉพาะระบอบทักษิณที่สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมือง นอกจากนี้ประชาชนทั่วประเทศคงรู้ดีว่ามาตรฐานของตำรวจไทยเป็นอย่างไร ดังลำพังเพียงข้อกล่าวหาเช่นนี้จึงไม่เป็นบรรทัดฐานที่จะให้นายกษิตลาออกได้ เป็นเพียงความต้องการของลูกสมุนทรราชย์เท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้มีคนในระบอบทักษิณพยายามอ้างประชาชนเพื่อล่าชื่อถวายฎีกา ถือเป็นเรื่องมิบังควร ดังนั้นตนจึงทำป้ายรณรงค์ติดในพื้นที่ฝั่งธนบุรี 10 จุดเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าใครคือต้นเหตุทำให้บ้านเมืองต้องแตกแยก