ข่าว

จาก‘เด็กเลี้ยงควาย’สู่นักขายมือทอง‘สมพร ทิมแสง’

จาก‘เด็กเลี้ยงควาย’สู่นักขายมือทอง‘สมพร ทิมแสง’

31 มี.ค. 2558

จาก‘เด็กเลี้ยงควาย’สู่นักขายมือทอง เส้นทางชีวิต-ธุรกิจ‘สมพร ทิมแสง’ : คมคิดชีวิตต้องสู้ สุรัตน์ อัตตะ ข้อมูลจากบริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด ภาพ-ทวีชัย จันทะวงศ์

             "ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน" ปรัชญาการทำธุรกิจของนักขายมือทองเจ้าของตำนานสู้แล้วรวย "สมพร ทิมแสง" นักการตลาดชื่อดัง เจ้าของบริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด ประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ
 
             ในแวดวงนักการตลาด นักขายไม่มีใครไม่รู้จักเขา ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนักการตลาดเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 30 ปี จนมีชื่อเสียงโด่งดัง ด้วยความสามารถเชิงชั้นการเจรจาเปรียบฉายา สาลิกาลิ้นทอง ที่ว่ากันว่าหากสมพรมีโอกาสเจรจาทางธุรกิจการขายกับใครแล้วโอกาสได้มามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หรือลูกค้า 9 ใน 10 รายเขาจะต้องได้มาครอง

             จากชีวิตเด็กบ้านนอก ที่ต้องเร่ร่อนไร้จุดหมาย เพราะย้ายตามความยากจนของครอบครัวที่หาเลี้ยงชีพโดยการปลูกอ้อย ทำไร่มันสำปะหลัง หลังลืมตามาดูโลกที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เขาก็ย้ายมาอยู่กับป้าที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดอัมพวันและวัดหนองคล้า ก่อนจะย้ายมาต่อที่โรงเรียนวัดตะเหน่งและวัดป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

             “กว่าจะจบ ป.6 ผมต้องย้ายโรงเรียนถึง 4 แห่ง ย้ายตามความจนของพ่อแม่ ครอบครัวมีอาชีพปลูกอ้อยปลูกมัน แต่ไม่มีที่เป็นของตนเอง ต้องไปบุกรุกถางป่าในเขตป่าสงวน พอโดนตำรวจจับก็ย้ายไปหาที่ใหม่อีก ย้ายไปเรื่อย เราก็ย้ายตาม จนมาจบ ป.6 ที่โรงเรียนวัดป่ายุบใน นี่เหตุผลการย้ายที่เรียน คือย้ายตามความจน” สมพรสะท้อนชีวิตอันลำเค็ญในวัยเด็ก
   
             แม้จะเป็นเด็กเรียนดี สอบได้ที่ 1 มาตลอด แต่ด้วยสภาพทางการเงินของครอบครัวที่ไม่เอื้ออำนวย ในที่สุดจึงตัดสินใจไม่เรียนต่อในระดับมัธยมเพื่อออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน พร้อมกันนั้นผู้เป็นบิดาก็ได้ซื้อควายมาให้เลี้ยงจำนวน 2 ตัว

             “จบ ป.6 ก็ไม่ได้เรียนต่อ พ่อบอกว่าอย่าไปเรียนเลี้ยงควายเถอะ ตอนนั้นมีควายอยู่ 2 ตัว พ่อซื้อมา ยังจำได้ดีควายตัวนั้นชื่อ อีหม่อ เลี้ยงควายอยู่ 1 ปี พอดีครูโรงเรียนวัดป่ายุบใน เป็นครูประจำชั้นตอนอยู่ ป.6 ชื่อคุณครูทร โสธนะ ท่านเสียชีวิตแล้ว เห็นว่าเราเป็นเด็กหัวดีก็ไปบอกพ่อขอเอาไปเป็นบุตรบุญธรรมส่งให้เรียนต่อเอง”

             จากเด็กเลี้ยงควายก็กลายเป็นนักเรียนอีกครั้ง หลังสอบเข้าเรียนต่อมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนศรีราชา ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอได้สำเร็จ ด้วยความที่มีคะแนนสอบที่ดีเยี่ยมจึงถูกจัดให้อยู่ในห้องของเด็กเก่ง คือห้อง 2 จากจำนวนทั้งหมด 12 ห้อง กระทั่งจบ ม.3 จากนั้นจึงสอบเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่อัสสัมชัญศรีราชา

             และช่วงนี้เองที่ทำให้สมพรได้รู้ถึงคุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ หลังรับจ้างขนสับปะรดสดจากชาวบ้านมาขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งไปจำหน่ายที่ตลาดสี่มุมเมือง รังสิต ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึงสี่ทุ่มทุกวัน โดยได้ค่าจ้างคันละ 40 บาท เพื่อเป็นรายได้สำหรับค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยไม่หวังพึ่งเงินจากทางบ้านแต่อย่างใด
  
             ภาพความทรงจำในตอนเด็กที่เห็นพ่อถูกตำรวจจับกุมเข้าคุกเข้าตะราง ในข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่าในเขตพื้นที่ป่าสงวนเพื่อนำที่ดินมาปลูกอ้อย ปลูกมัน ทำให้ความใฝ่ฝันที่อยากจะรับราชการตำรวจก็ผุดมาในห้วงความคิดอีกครั้ง หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากอัสสัมชัญศรีราชา ก็สมัครสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน แต่ปรากฏว่าสอบไม่ผ่าน

             “ที่อยากเป็นตำรวจเพราะว่าพ่อโดนตำรวจไล่จับประจำ เป็นภาพที่ห็นจนชินตาข้อหาบุกรุปป่าสงวน บางครั้งต้องไปกราบเท้าตำรวจขอร้องอ้อนวอนไม่อยากให้พ่อไปนอนคุก ก็ตั้งปณิธานกับตัวเองว่าชีวิตนี้อยากจะมีอาชีพเป็นตำรวจ เป็นความคิดของเด็กๆ ในตอนนั้นที่อยากจะช่วยพ่อน่ะ”

             แม้จะผิดหวังจากอาชีพตำรวจ แต่ยังไม่เลิกความพยายามในการมุ่งมั่นเพื่อการศึกษา ด้วยการสมัครเรียนในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในสาขาด้านการตลาดและที่นี่เองที่สมพรเริ่มฉายแววการเป็นนักขาย หลังนำสับปะรดจากสวนเกษตรกรใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มาตระเวนขายให้โรงงานย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ และร้านอาหารริมถนนศรีนครินทร์ เพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอมในระหว่างศึกษา

             เท่านั้นยังไม่พอยังสมัครเป็นเซลส์แมนรับงานขายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไร้สายที่เพิ่งนำออกมาจำหน่ายในท้องตลาด พร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่ง โดยไม่มีเงินเดือนแต่มีรายได้จากค่าคอมมิชชั่นและช่วงนี้เองทำให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตอาชีพนักการขายอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท โฆสิต ซัพพลาย (1988) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศไบออนแอร์ (Bionair) นำเข้าจากประเทศเยอรมนี

             ก่อนชีวิตจะพลิกผันด้วยการตกงานทันที หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำสุดขีดหรือต้มยำกุ้งในปี 2539-2540 เมื่อบริษัทที่เขาทำอยู่ต้องปิดกิจการอย่างไม่มีกำหนด แต่ด้วยความที่มีหัวใจนักสู้ ทำให้สมพรเห็นโอกาสในภาวะวิกฤติ ด้วยการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ ภายใต้ชื่อ ทิมแสง 2000 เพื่อมาดูแลลูกค้าเก่า
    
             จากนั้นได้ขอสิทธิจากบริษัทแม่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศไบออนแอร์ แทนบริษัทเดิม พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์คุณภาพด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนแบรนด์ระดับโลกจากนิวซีแลนด์ ภายใต้ตราสัญลักษณ์ "Fisher & Paykel" หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าในระดับไฮเอนด์

             การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ผลิตและผู้ใช้ ภายใต้ตัวแทนบริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด มาตลอดเป็นระยะเวลา 12 ปีเต็ม ส่งผลให้ "Fisher & Paykel" เพิ่มระดับความไว้วางใจด้วยการย้ายฐานการผลิตทั้งหมดมาไว้ที่ประเทศไทย พร้อมจัดงานฉลองครบรอบ 12 ปี กับความสำเร็จ ณ โชว์รูมผลิตภัณฑ์ คริสตัส ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ในวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2558

             ปัจจุบัน บริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด ไม่เพียงเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ายี่ห้อดังจากต่างประเทศเท่านั้น แต่สมพรยังมีความคิดที่จะผลิตสินค้าที่เป็นของคนไทย โดยใช้ตราสัญลักษณ์ "ทิมเทค" (Timtec) ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ เครื่องป้องกันความชื้นและพัดลม โดยมุ่งกลุ่มเป้าหมายในระดับล่าง พร้อมขยายฐานการตลาดไปสู่ภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
 
             “ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ของเราทำตลาดกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ แต่ต่อไปนี้เราจะเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับล่างด้วย โดยใช้ทิมเทคเข้าไปเจาะตลาด ทั้งชุดอุปกรณ์เครื่องครัว ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ภายใต้สโลแกน 3 ซี คือ คุก (Cook) ชุดเครื่องครัว คูล (Cool) ตู้เย็นและคลีน (Clean) เครื่องซักผ้า” บอสใหญ่ บริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

             นับเป็นก้าวย่างเส้นทางอาชีพที่น่าจดจำของจังหวะชีวิตลูกผู้ชาย "สมพร ทิมแสง" ที่ต่อสู้ชีวิตจากเด็กเลี้ยงควาย จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจนับพันล้านในปัจจุบัน


ชีวิตและผลงานยอดนักสู้

             สมพร ทิมแสง มีชื่อเล่นว่า เอก เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2508 เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องจำนวนทั้งสิ้น 5 คน ของนายผิว นางละเอียด ทิมแสง จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง แล้วต่อมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และมัธยมตอนปลายที่อัสสัมชัญ ศรีราชา
 
             จากนั้นมาเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยใช้เวลาในการเรียนยาวนานถึง 8 ปี แต่ได้แค่อนุปริญญา เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ระหว่างเรียน ก่อนจะย้ายมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต จนกระทั่งจบปริญญาตรีด้านการตลาด
 
             ด้วยความที่มุ่งมั่นในการศึกษา เมื่อมีโอกาสเขาก็รีบคว้าเอาไว้ ด้วยการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาการตลาดที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) จนสำเร็จตามที่คาดหวังไว้
 
             ในทางธุรกิจ ปัจจุบันเขารั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไบออนแอร์ และชุดเครื่องครัวเรือน ตู้เย็นยี่ห้อฟิชเชอร์แอนด์เพเกล (Fisher & Paykel) ตลอดจนผลิตภัณฑ์ของบริษัทยี่ห้อทิมเทค(Timtec)

กว่าจะมาเป็น "ทิมแสง 2000"

             บริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2541 โดยได้รับมอบและสืบทอดสิทธิการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบออนแอร์ จาก บริษัท โฆสิต ซัพพลาย (1988) จำกัด ทุนจดทะเบียน 25,000,000 บาท สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 2 ซอยสวนสยาม 12 แยก 2 แขวงและเขตคันนายาว กรุงเทพฯ 10230 กรรมการของบริษัทมี 1 คน ชื่อคุณสมพร ทิมแสง และมีบริษัทในเครืออีก 2 บริษัท คือ บริษัท เอกกมลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บริษัท เอกลักษณ์ เซอร์-วิส แอนด์ ซัพ-พลายส์ จำกัด
  
             ปัจจุบัน บริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมทางด้านอากาศแต่เพียง ผู้เดียวในประเทศไทย ประกอบด้วย ยี่ห้อ BIONAIRE, HOLMES, AMCOR และผลิตภัณฑ์เครื่องครัวไฟฟ้า ยี่ห้อ RIVAL โดยมีผลประกอบการเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี

             ผ่านช่องทางการขายจาก ไดเรกเซลส์, ดีพาร์ตเมนต์ สโตร์, ดิสเคานท์ สโตร์, ธุรกิจขายตรง (เอ็มแอลเอ็ม) ร่วมกับ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ตลอดจนตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และทำการร่วมค้ากับบริษัทพันธมิตร

             อาทิ บริษัท แพนสยามเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (เครื่องปรับอากาศเซ็นทรัลแอร์) และบริษัท ลาโก้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (เครื่องปรับอากาศอามีน่า) และได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท ไมโครแบน เอเชีย จำกัด ให้ทำการตลาดในประเทศไทย, ฮ่องกง และจีน ในการจำหน่ายสารป้องกันแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า "Microban"
 
             บริษัท เอกกมลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพประเภทอื่น อาทิ เครื่องกรองน้ำ และ Tea Tree Oil บริษัท เอกลักษณ์ เซอร์วิส แอนด์ ซัพพลายส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริการหลังการขาย อาทิ การตรวจเช็กทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศ การบริการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ และบริการซ่อมเครื่องฟอกอากาศ และบริการสินค้าในเครือ

             บริษัท ทิมแสง 2000 จำกัด มียอดจำหน่ายสูงสุดในภาคพื้นเอเชีย 3 ปีซ้อน ซึ่งมียอดจำหน่ายปีละ 15,000 เครื่องในปัจจุบัน