ข่าว

บทบาทลีลาแตกต่าง

บทบาทลีลาแตกต่าง

31 มี.ค. 2558

บทบาทลีลาแตกต่าง : 'จอกอ'จักรกฤษ เพิ่มพูล

             ในห้วงเวลา ชีวิตคนข่าว ผมผ่านนายกรัฐมนตรีมาแล้วอย่างน้อย 14  คน บางความทรงจำอาจเลือนไปบ้าง แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากคิดเปรียบเทียบเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีที่ผมเรียนรู้ สัมผัสและจดจำได้ในชีวิตการงาน ดูเหมือนจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดุดัน และมีสีสันที่สุด
  
             สถานีโทรทัศน์ Peace ถามความเห็นเรื่อง บทบาทและท่าทีที่เกรี้ยวกราด ดุดัน ของท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมตอบว่าเรื่องนี้ ไม่ต้องพูดถึงก็ได้ เพราะไม่มีเนื้อหาสาระอันใด ว่ากันในเชิงคุณค่า ข่าวนี้ไม่เสนอก็ไม่ได้เสียหายหรือส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะอย่างไร
 
             แต่ด้วยความเป็น “บุคคลสาธารณะ” แม้จะเป็นเรื่องภาวะแปรปรวนของอารมณ์คนคนหนึ่ง คล้ายเครื่องบินกำลังบินเข้าสู่สภาพอาการแปรปรวน ก็ต้องนั่งกับที่รัดเข็มขัด และเฝ้าฟังกัปตันพูดอย่างตั้งใจ
 
             ในฐานะที่เกิดและเติบโตในครอบครัวทหาร เอาเฉพาะทหารที่พอมีตำแหน่งใหญ่โต ก็มีทั้งอดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด รองโฆษกกองทัพบก ผมเดาๆเอาว่า ก็เพราะทหารถูกออกแบบมาเป็นแบบนี้ คือ ถ้าเป็นผู้บังคับบัญชา ก็มีหน้าที่ออกคำสั่ง ผู้ใต้บังคับบัญชา ก็มีหน้าที่รับคำสั่ง ห้ามออกเสียง ห้ามขัดขืน ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ บทบาทอื่นนอกจากนี้ไม่มี
 
             ที่บ้านตอนลูกหลานยังเล็กๆ ปู่ที่เป็นทหาร ถึงขนาดมีคำสั่ง คสบ. หรืออาจเรียกว่า คำสั่งคณะรักษาความสงบประจำบ้าน ติดไว้ที่ฝาผนัง สั่งให้หลานๆ นอนตามเวลา ห้ามไปเล่นนอกบ้าน และมีข้อห้ามเป็นข้อๆ อีกสองสามข้อที่จำไม่ได้ แต่ไม่มีหลานคนใดปฏิบัติตาม อาจเพราะสายเลือดขบถของพ่อเข้มข้นกว่า 
 
             รศ.ดร.พีระ จิรโสภณ ปรมาจารย์ด้านนิเทศศาสตร์ ที่เคารพนับถือกัน อยากให้วิเคราะห์ วิธีการสื่อสารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ฟังเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ผมขออนุญาตมาตอบไว้ตรงนี้ ว่า วาทกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีต่อสื่อมวลชนไม่ใช่เฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดนี้ แต่ย้อนหลังไปตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 คือ การสื่อสารเชิงอำนาจ
 
             หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความเชื่อในอำนาจเบ็ดเสร็จที่มีต่อสังคมไทย เป็นทั้งอำนาจด้านบวก คือการจัดการให้สังคมนี้สงบเรียบร้อย และด้านลบคืออำนาจที่จะจัดการให้ผู้คนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่โต้แย้ง และต้องอดทนให้รัฐบาลนี้แก้ปัญหาบ้านเมือง ถึงแม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เลวร้ายเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆ มา
 
             หากจำแนกนายกรัฐมนตรี จากที่มา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีบุคลิกใกล้เคียงกับผู้นำทหารยุคเผด็จการ ที่มาจากการปฏิวัติ ก่อนเดือนตุลาคม 2514 และมีส่วนคล้าย พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่จะไม่ฟังเสียงแตกต่าง และเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเอง เสียดายที่ พล.อ.สุจินดา มีอายุในตำแหน่งเพียง 47 วัน จึงไม่มีข้อมูลมากพอที่จะวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบได้ชัดเจน
 
             ในรอบระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ผมอยู่ในอาชีพคนข่าว เริ่มจากยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (3 มีนาคม 2523-5 สิงหาคม 2529) พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (4 สิงหาคม 2531-9 ธันวาคม 2533) อานันท์ ปันยารชุน (2 มีนาคม 2534-7 เมษายน 2535) พล.อ.สุจินดา คราประยูร (7 เมษายน 2535-24 พฤษภาคม 2535) ชวน หลีกภัย (23 กันยายน 2535-13 กรกฎาคม 2538) สมัยที่ 1 (9 พฤศจิกายน 2535-9 กุมภาพันธ์ 2544) สมัยที่ 2 บรรหาร ศิลปอาชา (13 กรกฎาคม 2538-25 พฤศจิกายน 2539) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (25 พฤศจิกายน 2539-9 พฤศจิกายน 2540)
 
             พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (9 กุมภาพันธ์ 2544-11 มีนาคม 2548) สมัยที่หนึ่ง ครบวาระ 4 ปี (11 มีนาคม 2548-19 กันยายน 2549) พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์  (1 ตุลาคม 2549-29 มกราคม 2551) สมัคร สุนทรเวช (29 มกราคม 2551-9 กันยายน 2551) สมชาย วงศ์สวัสดิ์ (18 กันยายน 2551-2 ธันวาคม 2551) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (17 ธันวาคม 2551-5 สิงหาคม 2554) ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร (5 สิงหาคม 2554-7 พฤษภาคม 2557) และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (24 สิงหาคม 2557-) มีนายกรัฐมนตรี  5 คนที่โดดเด่น ในการสื่อสารกับนักข่าว ที่สมควรกล่าวถึง
 
             พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตอบคำถามนักข่าวน้อยมาก จนถูกขนานนามว่า “เตมีย์ใบ้” หากถูกรุกไล่หนักๆ ก็จะพูดคำที่เป็นอมตะมาจนถึงวันนี้ว่า “กลับบ้านเถอะลูก”
 
             พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อารมณ์ดีเป็นส่วนใหญ่ และชอบตอบคำถามง่ายๆ แบบไม่ต้องถามต่อว่า “no problem” ชวน หลีกภัย “ยังไม่ได้รับรายงาน” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พูดยาว ดูมีหลักการแต่ฟังไม่รู้เรื่อง และสมัคร สุนทรเวช ขึ้นคำว่าไอ้เป็นนิตย์ และด้วยความเป็นคนหนังสือพิมพ์มาก่อน จึงไม่กลัวคนหนังสือพิมพ์
 
             สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เช่นที่เห็นและเป็นอยู่
 
             ไม่ว่าท่านจะยังอยู่ในอำนาจหรือไม่ ผมตอบคำถามอาจารย์ที่เคารพนับถือว่า ความนิ่ง หนักแน่น และไม่ไปใส่ใจเรื่องจุกจิก ไร้สาระนั้น คือความสง่างามของท่านโดยแท้