ข่าว

โจรบุกงัดบ้านพล.อ.เชษฐาถูกทหารยามสอยด้วย9มม.เจ็บ

โจรบุกงัดบ้านพล.อ.เชษฐาถูกทหารยามสอยด้วย9มม.เจ็บ

13 ก.ค. 2552

กลางวันแสกๆ คนร้ายบุกเข้าไปงัดประตูหลังบ้าน “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หวังเข้าไปขโมยทรัพย์สิน แต่ถูกนายทหารผู้ดูแลประจำบ้านยิงบาดเจ็บ และจับกุมตัวไว้ได้ก่อนแจ้งตำรวจจับ ท่ามกลางความระทึกของแม่ยายอดีต ผบ.ทบ.และคนในบ้าน

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ค.52 ร.ต.ท.ธนบดี กูรมะสุวรรณ ร้อยเวร สน.เตาปูน ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บ หลังพยายามเข้าไปลักทรัพย์ในบ้าน ของ พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร อดีต สว.และ ผบ.ทบ.ตั้งอยู่เลขที่ 39-41 ซอยประชาชื่น 12 แขวงและเขตบางซื่อ กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

 ที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น ปลูกใกล้กัน จำนวน 4 หลัง บนเนื้อที่รูปตัวยูประมาณ 3 ไร่ โดยมีรั้วรอบขอบชิดและมีประตูขนาดใหญ่เข้าได้เพียง 2 ประตู จากการตรวจสอบที่ลานจอดรถพบร่างของ นายชัยวัฒน์ ทองคำดี อายุ 30 ปี นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น ในสภาพไม่สวมเสื้อ กลางหน้าอกเต็มไปด้วยรอยสัก นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาลมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่ต้นขาข้างซ้าย จนทะลุกระดูกแตก จำนวน 1 นัด ใกล้กันพบอุปกรณ์งัดแงะประกอบด้วย ค้อน ไขควง คีม และประแจสามทาง ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน ส่วน นายชัยวัฒน์ ถูกนำตัวส่ง รพ.ตำรวจ เพื่ออายัดตัวไว้ทำการสอบสวน

 จากการสอบสวน ร.ท.ทัศนะ สิงห์สาด ผบ.หมวด บริการ พัน ร. มทบ.11 นายทหารยามผู้ลั่นไกยิง นายชัยวัฒน์ ให้การว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังเก่า ของ พลเอกเชษฐา ซึ่งปัจจุบันได้พาคุณหญิงอรววรณ ภรรยาไปพักที่บ้านหลังใหม่ย่านเมืองทองธานี แต่บ้านหลังนี้ก็ยังมีคนอาศัยอยู่ 4 คน ประกอบด้วย 1.แม่ยายของ พลเอกเชษฐา คือ นางสมถวิล กุสินทร์เกิด 2.น้องภรรยา คือ น.ส.อุษา กุสินทร์เกิด 3.แม่บ้าน คือ นางนิตยา ช้างวิเศษ และตน โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังพักผ่อนอยู่ในเรือนพัก แม่บ้านได้วิ่งมาบอกว่า พบคนร้ายกำลังใช้ไขควงงัดลูกบิดประตูด้านหลังบ้านเลขที่ 39/1 จึงรีบหยิบปืนพกขนาด 9 มม.ยี่ห้อซีแซด ซึ่งเป็นปืนส่วนตัววิ่งไปตรวจสอบ

 ร.ท.ทัศนะ กล่าวอีกว่า เมื่อตนถือปืนเดินเลาะไปทางหลังบ้านดังกล่าว ก็พบนายชัยวัฒน์ กำลังงัดลูกบิดประตูอยู่จริงโดยสามารถงัดสำเร็จแล้วแต่ยังติดกลอนด้านใน จึงออกคำสั่งให้หยุดพร้อมเล็งปืนใส่เพื่อข่มขู่ และบอกให้นายชัยวัฒน์ ถอดเสื้อยืดที่สวมอยู่ออก เพื่อตรวจสอบอาวุธ ในเบื้องต้นนายชัยวัฒน์ ซึ่งมีอาการเบลอคล้ายคนเมายาเสพติดก็ยอมถอดเสื้อออกเท่านั้น แต่แทนที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ กลับถือค้อนและไขควงเดินปรี่เข้ามาหาตน จากนั้นตนจึงเดินถอยหลังออกมาที่ลานจอดรถ ซึ่งอยู่ห่างจากหลังบ้านประมาณ 100 เมตร เมื่อพบกับ น.ส.อุษา และ นางนิตยา ยืนอยู่ด้านนอก ตนจึงบอกให้ทั้ง 2 คน ช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

 “เมื่อ นายชัยวัฒน์ ได้ยินว่า จะโทรหาตำรวจก็รีบยกไขควงกับค้อนพุ่งเข้าใส่ตนทันที ซึ่งในจังหวะนั้นตนก็ระวังตัวอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเล็งปืนไปที่ขาพร้อมเหนี่ยวไกใส่ไป 1 นัด เพื่อป้องกันตัว เนื่องจากถ้าหากตนไม่ยิง คนที่อาจจะได้รับบาดเจ็บก็น่าจะเป็น ผม และ น.ส.อุษา กับ นางนิตยา ซึ่งประจันหน้ากันอยู่กับคนร้ายก็เป็นได้” ร.ท.ทัศนะ กล่าว

 ต่อมา ร.ท.สันติชน ทองอยู่ นายทหารสังกัด กอ.รมน.ซึ่งเดินทางมาเข้าเวรแทน ร.ท.ทัศนะ ได้พากลุ่มผู้สื่อข่าวเดินสำรวจบริเวณบ้านและชี้จุดเกิดเหตุให้ดู พร้อมกล่าวว่า คนร้ายรายนี้ได้ปีนรั้วกำแพงเข้ามาจากทางหน้าบ้าน ซึ่งสูงประมาณ 3 เมตร อยู่ติดกับถนนภายในซอยประชาชื่น 12 แต่ระหว่างที่ปีนเข้ามานั้น รองเท้าแตะของคนร้ายได้ไปติดกับรั้วเหล็กแหลมจนทำให้เสียหลักร่างตกลงมากระแทกกับพุ่มไม้ด้านล่างจนแม่บ้านได้ยิน จึงรีบวิ่งไปตาม ร.ท.ทัศนะ ซึ่งกำลังเข้าเวรอยู่ ให้มาตรวจสอบก่อนที่คนร้ายจะถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถ้าเป็นช่วงที่ตนเข้าเวรอยู่ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าอาจจะพลั้งมือจนยิงคนร้ายเสียชีวิตไปแล้วก็ได้

 ด้าน ร.ต.ท.ธนบดี กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้แจ้งข้อหา บุกรุกเคหะสถานและพยายามลักทรัพย์ แก่นายชัยวัฒน์ เอาไว้ก่อน ส่วน ร.ท.ทัศนะ ก็แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ไว้เช่นกัน โดยหลังจากนี้จะต้องรออาการของนายชัยวัฒน์ ทุเลาขึ้นเสียก่อน และจะติดตามไปสอบปากคำทุกฝ่ายให้เรียบร้อยจึงจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ต่อไป