
วิษณุเพิ่งเห็นร่างคำสั่งม.44แจงสื่อ31มี.ค.นี้
วิษณุเพิ่งเห็นร่างคำสั่งม.44แจงสื่อ31มี.ค.นี้ ประยุทธ์ย้ำใช้อำนาจม.44ชี้กฎอัยการศึกหนักกว่า ขณะที่กมธ.ปฏิรูปการเมืองวาง5คนหลักอภิปราย
30มี.ค.2558 เวลา15.00น.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าหลังได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ดูเรื่องข้อกฎหมายการใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทนการใช้กฎอัยการศึก ว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูแลเรื่องดังกล่าว ตนก็เพิ่งจะได้รับรายละเอียดเมื่อเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้ดูไปแล้วบางส่วน และต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง เมื่อถามว่าแปลว่าได้มีการร่างคำสั่งไว้เอาล่วงหน้าแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีการผ่านขั้นตอนการร่างเอาไว้บ้างแล้วบางส่วน เอาเป็นว่าหากตนได้ดูอย่างละเอียดแล้วจะมาเล่าให้ฟัง ตอนนี้ยังพูดไม่ถูก
เมื่อถามว่าจะต้องมีการหารือกับฝ่ายปฏิบัติหรือไม่ เช่น ฝ่ายความมั่นคง หรือ สนช. นายวิษณุกล่าวว่า ทางนั้นคงหารือกันแล้ว พอมาถึงตนมันเป็นเพียงการดูในเชิงกฎหมายเท่านั้น เมื่อถามว่า ข้อกำหนดต่างๆ ในคำสั่ง จะต้องมีความชัดเจนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เอาไว้วันที่ 31 มีนาคม ตนจะชี้แจงกับสื่อ เมื่อถามถึงกรณีการหารือจะใช้ศาลพลเรือนแทนศาลทหารภายหลังการยกเลิกกฎอัยการศึก นายวิษณุ กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องเดียว ตนจะขอพูดครั้งเดียวในวันที่ 31มีนาคมนี้ ไม่อยากให้หลุดเป็นข่าวไปท่อนๆ เกรงว่าจะเข้าใจผิด
ชี้เลิกอัยการศึกพลเรือนก็ยังขึ้นศาลทหาร
นายวิษณุ กล่าวว่า กฎอัยการศึกเป็นการประกาศที่อาจจะรุนแรง 2 -3 ประการคือ 1.รุนแรงในความรู้สึก โดยเฉพาะต่างประเทศ 2.ก่อให้ความเกิดความเสี่ยงบางอย่างในแง่สิทธิเสรีภาพ และ3.ลำพังกฎอัยการศึกไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหากับประชาชน แต่เกิดปัญหากับทหาร ทั้งนี้ ตามกฎหมายเมื่อยังไม่ประกาศกฎอัยการศึก ศาลทหารในเวลาปกติจะพิจารณาเฉพาะเรื่องทหาร แต่ทันทีที่ประกาศกฎอัยการศึกศาลทหารในเวลาปกติจะแปรสภาพเป็นศาลทหารในเวลาไม่ปกติ ซึ่งศาลทหารในเวลาไม่ปกติไม่มีอุทธรณ์และฎีกา แต่อย่างไรก็ตาม บังเอิญกฎอัยการศึกไปประกาศพร้อมกับตอนยึดอำนาจ ซึ่งตอนนั้นคสช.ได้ออกประกาศมาว่าพลเรือนที่กระทำความผิดตามประกาศฉบับที่ 37, 38 และ 50 ให้ขึ้นศาลทหารในเวลาไม่ปกติด้วย คนเลยกลัวตรงนี้ และจริงๆ ไม่ได้กลัวกฎอัยการศึกเพราะไม่เกี่ยวกัน แต่เป็นประกาศคสช.เรื่องขึ้นศาลทหาร หลายคนไปนึกว่ายกเลิกกฎอัยการศึกจะได้ไม่ต้องขึ้นศาลทหาร ตอบเลยว่าไม่ใช่ เป็นคนละส่วนกัน กฎอัยการศึกเป็นฉบับหนึ่ง ประกาศคสช.เป็นอีกฉบับหนึ่ง ดังนั้น ต้องถามสังคมว่า จริงๆ อยากให้ยกเลิกกฎอัยการศึก หรืออยากให้เลิกประกาศคสช.ฉบับดังกล่าว
‘ประยุทธ์’ย้ำใช้อำนาจม.44ชี้กฎอัยการศึกหนักกว่า
ที่กระทรวงคมนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้อำนาจมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ว่า จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ มาตรา 44 เป็นการให้อำนาจตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล สามารถทำอะไรที่ให้เกิดความสงบเรียบร้อยในประเทศชาตินี้ได้ โดยสามารถทำได้เลย ไม่ต้องอาศัยอำนาจทางสามแท่ง
“ถามว่าคนอย่างผมจะเพื่อทำไปรุกรานหรือแกล้งใครผมไม่ทำ แต่มันจำเป็น เข้าใจหรือยัง อะไรก็ได้ มาตรา 47 ก็มี ผมยังไม่ใช้สักอัน ตรงนี้ขอให้เข้าใจผมบ้าง ทำไมกลัวนักหนามาตรา 44 วันนี้ไม่กลัวเหรอกฎอัยการศึก ซึ่งหนักกว่ามาตรา 44 ควบคุมทุกเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยเสนอหากจะใช้กฎหมายพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน นายกฯ กล่าวว่า รองไปถามทั้งสองพรรคสองรัฐบาล 10ปีที่ผ่านมาประกาศหรือเปล่า ทั้งพ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ก็ยังตีกันเหมือนเดิม แล้วทั้งสองรัฐบาลโดนทั้งคู่ หากตนไปใช้แบบนี้แล้วจะเอาอยู่ไหมล่ะ เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่มีอยู่อย่างจำกัดใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พูดไปร้อยครั้งแล้ว ใช้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างความขัดแย้ง ฉะนั้นต้องเข้าใจ ขอถามว่ายกเลิกกฎอัยการศึกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น 1.การประท้วง 2.แกนนำออกมาเคลื่อนไหว ท้าทายรัฐบาล ใช่หรือเปล่า ใช่ไหม ไม่มีใครตอบ ตอบสิ
“มาตรา 44 ให้ผมทำอะไรก็ได้ ถึงจะไปขัดแย้งกับสามอำนาจศาล ผมก็ทำได้ ถ้ามันทำแล้วไม่เกินกว่าเหตุ หรือสร้างสรรค์ ผมไม่มีความผิด เป็นการใช้อำนาจอาศัยตามมาตรา 44 จะออกเป็นคำสั่งตามอำนาจคสช.หรือรัฐบาลก็ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เจอ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ในงานพิธีเคารพศพ นายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่เจอ เขาคงจัดระเบียบ ไม่ใช่ใครเจอใครก็ได้ งานนี้เป็นงานศพ คงไม่มีใครไปคิดอย่างนั้น ต้องให้เกียรติเขา ผมไม่ต้องการพบใครอยู่แล้ว ถึงมา รปภ. ผมก็ไม่ให้เข้า หมายถึงใครจะมา รปภ.ผม ก็ไม่ให้พบกับคนที่ไม่ควรจะพบอยู่แล้ว ผมจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไง เขียนเรื่อยเปื่อย ไปหาว่ามีการติดต่อกัน ติดต่อใครล่ะ ทางอากาศมั้ง หายใจร่วมกันอะ ปั๊ดโธ่”
กมธ.ปฏิรูปการเมืองวาง5คนหลักอภิปราย
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง เปิดเผยผลการประชุม กมธ.ฯ ว่าที่ประชุมได้มีมติให้ 5 กมธ. ประกอบด้วย ตน, นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธาน กมธ.ฯ, นายนิรันดร์ พันทรกิจ, นายบุญเลิศ คชายุทธเดช และ นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ กมธ. เป็นผู้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ในนามตัวแทน กมธ.ปฏิรูปการเมือง โดยเนื้อหาหลักของการอภิปรายเบื้องต้นจะเน้นการอภิปรายในร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่เกี่ยวกับการเมือง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 มาตรา ส่วนจะวางลำดับเนื้อหาอภิปรายอย่างไรต้องรอการหารือร่วมกันสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้โดยส่วนตัวคาดว่าจะมีสาระที่เกี่ยวกับโครงสร้างทางการเมือง เช่น รัฐสภาที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุจะใช้หลักการแบ่งแยกอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร แต่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญยังมีความไม่ชัดเจน, การตรวจสอบโดยระบบรัฐสภา ที่ยังกำหนดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ใช่มาตรการตรวจสอบที่ได้ผล เป็นต้น ทั้งนี้คาดว่าภายในเวลาที่ได้รับจัดสรร จำนวน 2 ชั่วโมงจะเพียงพอต่อการนำเสนอประเด็น
ขณะที่ สมาชิก สปช. ที่เป็น กมธ.ฯ นั้น มีเวลาอภิปรายคนละ 12 นาที สามารถอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับจึงไม่ได้จำกัดว่าต้องอภิปรายเฉพาะประเด็นการเมืองเท่านั้น แต่จะมีส่วนหนึ่งที่สมาชิกฯ อาจอภิปรายเสริมประเด็นของ ตัวแทน กมธ.ฯ เพื่อให้เกิดความละเอียด และเป็นข้อมูลเชิงลึกของเนื้อหา
กสท.เชือดจอแดง‘PEACE TV - TV 24’
นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการออกอากาศรายการโทรทัศน์ช่องรายการ 24 ทีวี ตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาผังรายการ ที่ตรวจสอบเนื้อหาของ กสทช. เสนอ เห็นว่าเนื้อหารายการเข้าข่ายให้ข้อมูลข่าวสารยั่วยุ ปลุกปั่น ขัดต่อประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 และฉบับที่ 103/2557 ได้แก่ รายกาย Awakened ออกอากาศวันที่ 2, 5 และ 10 มี.ค. 2558, รายการ News Room ออกอากาศ 28 ก.พ., 2 และ 10 มี.ค. 2558 และรายการ The Clear ออกอากาศ 7 มี.ค. 2558 โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก เห็นด้วยตามที่คณะอนุกรรมการเสนอฯ และหน่วยงานความมั่นคงส่งมาว่า ขัดกับประกาศ คสช.จริง จึงมีมติให้พักใช้ใบอนุญาตการออกอากาศช่องรายการ 24 ทีวี เป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง และให้มีหนังสือแจ้งผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดาวเทียมไทยคม เพื่อระงับการออกอากาศ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่องรายการ พีช ทีวี เป็นเวลา 7 วัน หลังหน่วยงานความมั่นคงส่งความเห็นมาว่า มีเนื้อหาขัดประกาศ คสช. ได้แก่ รายการมองไกล (ดำเนินรายการโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์) ออกอากาศ 28 ก.พ. และ 7 มี.ค. 2558, รายการคิดรอบด้าน ออกอากาศ 4 และ 5 มี.ค. 2558 (ดำเนินรายการโดย นายธนกร ภักดีนพรัตน์ แขกรับเชิญ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ และนายสมพงษ์ สระกวี), รายการเดินหน้าต่อไป (ดำเนินรายการโดย นพ.เหวง โตจิราการ) ออกอากาศ 4-6 มี.ค. 2558 และรายการเข้าใจตรงกันนะ (ดำเนินรายการโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) ออกอากาศ 4 และ 5 มี.ค. 2558 โดยที่ประชุมเสียงข้างมาก มีมติ ว่าการออกอากาศดังกล่าว มีเนื้อหายั่วยุปลุกปั่น ขัดต่อประกาศ คสช.ตามที่ผู้รับใบอนุญาตเคยทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับ สำนักงาน กสทช. ตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาผังรายการเสนอ



