
'เมล์'เบรกแตกชนยับ5คันเจ็บ3
30 มี.ค. 2558
รถเมล์พุ่งชนรถจอดติดไฟแดงพังยับ 5 คัน เจ็บ 3 อ้างเบรกแตก ไม่หักหลบเข้าข้างทางเพราะเป็นป้ายรถเมล์ ตร.ยังไม่ปักใจเชื่อ พยานระบุก่อนเกิดเหตุขับซิ่งปาดไปมา
30 มี.ค. 58 เมื่อเวลา 05.30 น. ร.ต.ท.สุรเชษฐ์ กุศลธรรมรัตน์ พนักงานสอบสวน สน.สายไหม รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนหลายคัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ บริเวณแยกพลาธิการ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณไฟแดงแยกพลาธิการ ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า เลนซ้ายสุด พบรถชนกันได้รับความเสียหายทั้งหมด 5 คัน คันแรกเป็นรถประจำทางปรับอากาศร่วมบริการ ขสมก. สาย 503 สีส้ม เส้นทางรังสิต-สนามหลวง หมายเลขทะเบียน 13-1208 กรุงเทพมหานคร คันที่สอง รถยนต์ โตโยต้า วิช สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ศง 4020 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายด้านหน้าและด้านหลัง คันที่สาม รถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ทศ 2344 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายด้านหน้าและด้านหลัง คันที่สี่ รถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ตฎ 8400 กรุงเทพหมานคร ได้รับความเสียหายด้านหน้า และด้านหลังถูกรถมินิบัสประจำทาง สีชมพู หมายเลขทะเบียน 15-4457 กรุงเทพมหานคร เส้นทาง มธ.รังสิต-อนุสาวรีย์ชัย ซึ่งเป็นคันสุดท้ายชนอัดกอบปี้ติดอยู่ ทั้งนี้พบผู้โดยสารที่มากับรถมินิบัสประจำทาง จำนวน 1 ราย ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก และอีก 2 ราย ที่มากับรถยนต์ โตโยต้า วิช บาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณใบหน้า ถูกนำส่ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังพบผู้ที่ติดอยู่ภายในรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ อีก 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำเครื่องมือตัดถ่างให้การช่วยเหลือ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถนำผู้ที่ติดค้างออกมาได้ ทั้ง 2 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
สอบสวนนายมงคล ทองปราณี อายุ 54 ปี คนขับรถกระบะ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตัวเองและลูกชายกำลังจะนำขนมไปขายที่ ม.เกษตรศาสตร์ ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุ จอดติดไฟแดงเป็นคันที่สี่ ซักพักรู้สึกมีอะไรมากระแทกด้านท้ายรถเข้าอย่างจัง มารู้อีกทีเห็นรถเมล์ชนอยู่ด้านท้ายรถ แต่ออกมาจากรถไม่ได้ เนื่องจากประตูเปิดไม่ออก ต่อมามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาให้การช่วยเหลือจนออกมาได้ ทีแรกเห็นสภาพรถตัวเองถึงกับตกใจ เนื่องจากรถมินิบัสที่ชนอยู่ด้านท้ายหัวรถได้เกยขึ้นมาบนกระบะจนเสียหายทั้งหมด เชื่อว่าที่รอดมาได้เพราะหลวงปู่ทวดที่บูชาอยู่หน้ารถช่วยเอาไว้ จึงทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
ด้านนายมาก เรืองกลาง อายุ 46 ปี คนขับมินิบัส ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถออกมาจาก มธ.ศูนย์รังสิต เพื่อรับผู้โดยสาร แต่ก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร เห็นไฟแดงอยู่ด้านหน้า จึงเหยียบเบรก แต่กลับพบว่าเบรกไม่ทำงาน ทีแรกคิดจะหักพวงมาลัยเข้าข้างทาง แต่พบว่าข้างหน้าเป็นป้ายรถเมล์และมีคนยืนอยู่จำนวนมาก จึงตัดสินใจไม่หักพวงมาลัย ทำให้ชนเข้ากับรถที่จอดอยู่ด้านหน้า
ขณะที่ ร.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของคนขับรถมินิบัส เนื่องจากมีพยานที่ขับรถจักรยานยนต์ตามมาด้านหลัง ให้การว่า เห็นรถมินิบัสคันดังกล่าวขับมาด้ายความเร็ว และขับปาดไปปาดมา ก่อนจะมาเกิดเหตุชนท้ายรถที่ติดไฟแดง ทำให้รถได้รับความเสียหายทั้งหมด 5 คัน และมีคนเจ็บ 3 คน อย่างไรก็ตาม จะนำตัวผู้ขับขี่ทั้งหมดไปสอบสวนต่อที่ สน.สายไหม อีกทั้งจะให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบรถมินิบัสเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากับคนขับรถมินิบัส ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



