ข่าว

‘ป๋าเปรม’ชี้หลักธรรมาภิบาลขจัดฉ้อโกงได้

‘ป๋าเปรม’ชี้หลักธรรมาภิบาลขจัดฉ้อโกงได้

30 มี.ค. 2558

‘ป๋าเปรม’ ชี้หลักธรรมาภิบาลทางออกพัฒนาประเทศ ขจัดวงจรอุบาทว์-ฉ้อโกงได้ ย้ำรัฐบาลต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้แทนปชช.ทั้งประเทศ

 
              30 มี.ค.2558 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี อะ รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินร่วมกับสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ (IOI) และสมาคมผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งเอเชีย (AOA) จัดงานสัมมนาหัวข้อ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อความเป็นธรรมของแผ่นดิน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีการก่อตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของไทย โดยมีตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดินหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ นายจอห์น โรเบิร์ต วอลเตอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งชาตินามิเบีย และประธานสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ นายคอนนี่ เล้า ผู้ตรวจการแผ่นดินฮ่องกง นายกุนเธอร์ ครอยเตอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินออสเตรเลีย นายดานัง กิรินดราวาดาร์นา ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐอินโดนิเซีย นายคริส วีลเลอร์ รองผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งนิวเซาท์เวลส์ และนายไซร์ ลองลัม รองกรรมาธิการแห่งสำนักตรวจสอบทุจรติเขตปกครองพิเศษมาเก๊า นอกจากนั้นยังมีนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง และนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เข้าร่วมงานด้วย
 
              โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าธรรมาภิบาลจะเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมไทย และขจัดวงจรอุบาทว์ของการฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยปัจจัยพื้นฐานของธรรมาภิบาลคือ ความสำนึกในภาระรับผิดชอบ ที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรายงานและแสดงตัวรับผิดชอบต่อผลที่ได้กระทำไปในนามของส่วนรวม ซึ่งเรื่องนี้บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องใหม่ในวัฒนธรรมการใช้อำนาจ แต่บางคนก็ยังยืนยันที่จะปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ทั้งที่ภาระความรับผิดชอบนั้นย่อมตกอยู่กับผู้ใดก็ตามที่มีอำนาจหน้าที่ และได้ใช้อำนาจหน้าที่นั้น ซึ่งการปัดความรับผิดชอบโดยผู้ใช้อำนาจเป็นสิ่งที่น่าละอายอย่างยิ่ง ผิดกฎหมายและศีลธรรม และความโปร่งใสก็เป็นอีกส่วนของธรรมาภิบาล เพราะการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและรับรู้ขั้นตอนพื้นฐานการตัดสินใจทางการบริหาร เหตุผลในการตัดสินใจ ระบบการบริหารก็ยิ่งมีความโปร่งใสและลดโอกาสการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่ภาครัฐต้องยอมรับการตรวจสอบของภาคประชาสังคม นอกจากนั้นการตอบสนองโดยการลดขั้นตอนความยุ่งยากในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อแก้ไขทันท่วงที และสุดท้ายคือการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้ทรัพยากรและเวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าสูงสุด