ข่าว

‘บิ๊กตู่’พร้อมภริยาร่วมพิธีอาลัย‘ลี กวน ยู’

‘บิ๊กตู่’พร้อมภริยาร่วมพิธีอาลัย‘ลี กวน ยู’

29 มี.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’ลั่นใช้ม.44ทำเพื่อคนไทยเรียบร้อย ย้อนถาม‘ปู’แก้ปัญหาค้ามนุษย์อย่างไรบ้าง พร้อมภริยาร่วมพิธีอาลัย‘ลี กวน ยู’

               ที่ท่าอากาศยานขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 29 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับการประเทศสิงคโปร์เพื่อร่วมพิธีศพ นายลี กวน ยิว อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ที่ถึงแก่อสัญกรรม ถึงการยกเลิกกฎอัยการศึกและจะใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่า ยกเลิกเมื่อไรก็เมื่อนั้น

               เมื่อถามว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แนะรัฐบาลใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นายกฯ กล่าวว่า ก็ไปบอกกสม.ให้มาดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย แค่เรียบร้อยยังทำไม่ได้เลย ที่ผ่านมาใช้ทั้งพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้วทำได้ไหม มันถึงต้องมีวันนี้ เมื่อถามว่าปัจจัยที่ตัดสินใจใช้มาตรา44 ทำอะไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ที่ทำอย่างไรให้สถานการณ์เรียบร้อยที่สุด

               เมื่อถามว่า คิดว่ามาตรา44 ช่วยทำให้สถานการณ์เรียบร้อยได้มากกว่าใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างที่จะทำให้เรียบร้อย เมื่อถามต่อว่า กฎอัยการศึกเป็นกฎหมายความมั่นคงปกติ แต่มาตรา44 ถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ จะทำให้ถูกกดดันต่างชาติหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนเอาคนในประเทศเป็นหลัก วันนี้คนในประเทศลำบากยากเข็ญพอสมควรแล้ว อย่าเอาใครมารบกับเราอีกเลย รับผิดชอบกันบ้าง เอาเรื่องนี้ที่มีสาระกว่านี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของตน

               เมื่อถามต่ออีกว่าจะยกเลิกกฎอัยการศึกก่อนสงกรานต์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ตอบยังจะมาถามอีก พร้อมกับย้อนถามสื่อว่า “มีกฎอัยการศึกแล้วยังไง เดือดร้อนอะไร มีใครไปจับคุณติดคุก คุณก็ว่าผมโครมๆ แล้วมีใครทำอะไรคุณไหม

               เมื่อถามว่า ไม่ใช่ประชาชนกดดัน แต่นานาชาติกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามกลับว่า“ถามว่านานาชาติไหน วันนี้เจออดีตนายกฯสหรัฐฯ อดีนายกฯญี่ปุ่น อดีตนายกฯเกาหลีใต้ แสดงความยินดีประเทศไทยสงบสุข ไม่เห็นติสักคน แต่ก็มีบางคนของเราที่เอาอะไรไปให้เขาว่า ต้องทำอย่างโน้น อย่างนี้ ทำไมต้องให้เขาบังคับเราด้วยเหล่า และทำตามที่เขาบังคับ ท่านจะทำตามกติกาเขาได้หรือไม่

               เมื่อถามว่า ถ้าไม่ถูกกดดัน ทำไมถึงเปลี่ยน นายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้เปลี่ยน แต่มาถามทุกวันว่าจะเปลี่ยนไหม ตนก็จะเปลี่ยนให้ก็แค่นั้น ถามแล้วตนเปลี่ยนยัง มันก็ยัง ตนไม่กลัวใคร ทำไมต้องกลัว ตนทำเพื่อคนไทย ถ้าคุณไม่ใช่คนไทย ไม่ต้องมายุ่งกับผม ใครเป็นคนไทยยกมือสิ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายกฯได้เดินกลับ โดยก่อนก้าวขึ้นรถได้หันมาพูดว่า นักข่าวคนไหนที่ถามเรื่องกฎอัยการศึก ผู้หญิง 1 คนผู้ชาย 1 คน เดี๋ยวคสช.ไปดูว่าเขาเดือดร้อนไหมจากกฎอัยการศึก


ย้อนถามปูแก้ปัญหาค้ามนุษย์อย่างไรบ้าง

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงรายงานการค้า มนุษย์สมัยเป็นรัฐบาลไม่ได้ทำให้ประเทศไทยถูกลดอันดับไปอยู่ในกลุ่มที่ 3 ว่า แก้ด้วยอะไรให้บอกมาสิ มีอะไรบ้าง ถามว่ากฎหมายค้ามนุษย์มีหรือไม่ เพราะขณะนี้เพิ่งจะออกมาโดยรัฐบาลนี้ที่ออกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฉบับที่ พ.ศ. … แก้ปัญหาโดยการจดทะเบียนเรือ 6 – 7 หมื่นลำ เพิ่มจากขึ้นจากเดิม 3 หมื่น มีการจดทะเบียนแรงงานทาส แรงงานเถื่อน ซึ่งทำก่อนหน้ารัฐบาลที่แล้ว รวมถึงการดูแลเหยื่อที่ติดคุกอยู่ในต่างประเทศแล้วนำกลับมา ถามว่าใครเป็นคนทำ รัฐบาลนี้ทำทั้งนั้น เพียงแต่ไม่ได้โฆษณา ระมัดระวังไม่พูดอะไรที่เกินเลยไป เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง เราเก็บทุกเม็ดมาทำอยู่ ไม่อยากโทษว่าใครทำ แต่เมื่อถามอย่างนี้ต้องตอบแบบนี้ ยืนยันว่าแก้ทุกอัน แต่จะเสร็จหรือไม่เสร็จตนไม่ทราบ แต่มีความก้าวหน้าที่ดีขึ้น

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ให้กลับไปอ่านรายงานของเขา ตนอ่านทุกอัน 2 – 3 แผ่น หรือมีกี่แผ่นก็ไม่รู้ แต่ทางสหรัฐอเมริกาไม่ได้อ่าน หรืออ่านแล้วเห็นว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น รัฐบาลนี้ทำไปเพิ่มอีกเป็นปึก สหรัฐฯยังตอบกลับมาว่าไม่ทันการณ์ ไม่ทันเวลา ขณะนี้ต้องเตรียมการว่าจะร่วมมือกับใครบ้าง เพื่อจะได้ไม่ถูกจับกุม จึงต้องบังคับให้มีการจดทะเบียนเรืออย่างถูกต้อง ดูเรือไม่ให้ชื่อซ้ำกัน สิ่งเหล่านี้ถามว่ากฎหมายปกติทำได้หรือไม่ ที่ทำได้เพราะมีกฎหมายพิเศษ ถ้าทหารไม่มีกฎหมายก็ไปช่วยไม่ได้ ทหารก็กลับบ้านไป เขาก็เหนื่อยและตนก็เครียดพอสมควร แต่ไม่เป็นไร ทนได้ ไม่โกรธใคร

               ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีรัฐธรรมนูญใหม่ออก นายกฯจะรับตำแหน่งอะไรในองค์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนว่า ให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ก่อน แล้วจึงจะคุยในสัปดาห์หน้า ไม่ต้องกังวลหรอก ไม่ต้องห่วง ถ้าอยากให้ประเทศชาติดีขึ้น อยากให้ประเทศชาติปลอดภัย ทัดเทียมกับประเทศอื่น ไม่ใช่อยู่อย่างนี้ อยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศจะเอาอย่างไร ถึงเวลาตนอาจจะถามก็ได้ว่าประชาชนต้องการอะไร เมื่อถามว่า แสดงว่าต้องทำประชามติใช่หรือไม่ เรื่องทำรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประชามติมันก็มีประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญแล้วไง

 

ตอกกลับนักข่าวช่อง7ถามปัญหาศก.


               พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ตอบคำถาม น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์สี ช่อง 7 ถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ว่า “เราทำเต็มที่ทุกอย่าง ทำมากกว่ารัฐบาลที่คุณชอบสมัยก่อนด้วย” โดยปัญหามันมาตามลำดับ แต่ตนจะไม่โทษใคร และจะทำให้ดีที่สุด ยกตัวอย่าง วานนี้ตนไปมาเลเซีย ก่อนเครื่องบินลง ตนก็มองสวนยาง สวนปาล์ม ก่อนจะให้ทูตไปถามรายละเอียดข้อมูล ว่าเหตุใดมาเลเซียจึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งได้รับคำตอบมาว่า มาเลเซียได้เปลี่ยนวิธีปลูกยางมาเป็นปลูกปาล์มมาเป็น 20 ปีแล้ว เพื่อใช้ประโยชน์ได้มากกว่า และประเทศเรามีการลดได้บ้างหรือไม่ รัฐบาลอะไรก็แล้วแต่เคยทำได้หรือไม่ ก็ต้องอุดหนุนกันไปเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ และปล่อยให้มีการปลูกยางในพื้นที่อุทยาน ฉะนั้น ราคายางก็ไม่มีทางดีขึ้นมาได้ เราจึงต้องโซนนิ่ง ตนบอกให้ทำให้ได้ในสมัยตน มีเวลาเท่าไหร่ก็เท่านั้น อยากให้คุณสมจิตรฟังบ้าง ไม่ต้องมาเป็นตัวแทนอะไรกับเรา เราไม่โมโหคุณหรอกวันนี้ เพราะอยากทำใจให้สงบหลังจากไปร่วมพิธีศพนายลีกวนยูมา

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนได้ถามทางประเทศอินโดนีเซียว่ามีปัญหาเรื่องยางและเศรษฐกิจหรือไม่ ได้รับคำตอบมาว่ามีเหมือนกันแต่ไม่มาก เพราะการนำเข้าและส่งออกของเขาสมดุลกัน ส่วนเรื่องยาง ได้มีการผลิตเพื่อใช้ในประเทศก่อนส่งต่างประเทศ ตนอยากถามกลับว่าแล้วประเทศไทยทำอะไร ก็ขายวัตถุดิบทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไม่ถึง ร้อยละ 10 ซึ่งตนกำลังตั้งโรงงานผลิตอยู่ เพื่อลดพื้นที่การปลูกยาง ไปปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อเตรียมทำไบโอดีเซล เพื่อให้ราคายางดีขึ้น ซึ่งตั้งแต่สมัยเราเรียนหนังสือ การส่งออกของเรานั้นมีข้าว ยาง ไม้สัก สมัยนี้ก็ยังต้องเป็นอย่างนั้น เลยต้องปรับเปลี่ยนใหม่โดยเราดูตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ทำไมคนอย่างนายลีกวนยู ถึงเป็นวีรบุรุษ ซึ่งไม่ได้แปลว่าตนอยากจะเป็น แต่เอาข้อเรียนรู้ของเขามา ทำไมเขาถึงเป็นตำนาน สมัยที่เขาลำบากยากแค้น ไม่มีความเจริญเท่านี้ ประชาชนเขาถูกห้ามนู่นห้ามนี่ จนถึงวันนี้ 30 ปี 50 ปี วันนี้เขามีอะไรไม่รู้เท่าไหร่ ซึ่งผ่านความลำบากยากเข็ญ แต่พวกเราสบาย ขณะนี้ยังสบายมากกว่านี้อีก ไม่ต้องมีกฎหมาย ไม่ต้องมีอะไรทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่บังคับใช้ไม่ได้ วางแผนอะไรไม่ได้เลย เพราะมีคนมุ่งหวังทางการเมืองส่วนหนึ่งอยากให้ไปคิดดู ถ้าจะมีลูกมีหลานในวันหน้า

               ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีเปรียบว่าระบบสิงคโปร์เหมาะสมกับสถานการณ์ในประเทศไทย ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดอย่างนั้นว่าต้องใช้ระบบสิงคโปร์ แต่เอาตัวอย่างที่ดีมา อย่ามาถามแบบนี้อีก ตนเคยพูดหลายครั้งแล้ว พอได้แล้ว


พร้อมภริยาร่วมพิธีอาลัยลี กวน ยู

               ทั้งนี้สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนชาวสิงคโปร์หลายหมื่นคนฝ่าสายฝนออกมากล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้ายต่อนายลี  กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ก่อตั้งประเทศ โดยการเคลื่อนโลงศพซึ่งปกคลุมด้วยธงชาติได้ถูกเคลื่อนที่ด้วยรถขนปืนใหญ่ จากอาคารรัฐสภาซึ่งเป็นสถานที่ให้ประชาชนไปเคารพศพไปยังศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร ขณะเดียวกันก็มีการยิงสลุต 21 นัด และเมื่อศพเคลื่อนไปถึงสถานที่ที่นายลีได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อปี 2502 เครื่องบินรบเอฟ 16 "แบล็ก ไนท์" ทั้งหมด 4 ลำก็ได้ทำการบินผาดแผลงโดยมีลำหนึ่งบินออกจากฝูงบินไป เปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของผู้จากไป

               เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่า ตลอดทั้ง 5 วันที่ผ่านมา มีประชาชนจากทั่วโลกกว่า 4.5 แสนคนมาเคารพศพ ขณะที่ในวันนี้ ประชาชนตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุต่างก็ไม่ย่อท้อต่อสายฝน ยอมเปียกปอนออกมาโบกธงชาติ เรียกชื่อผู้นำที่ล่วงลับพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้มขณะที่ขบวนศพเคลื่อนผ่านไป

               หลังจากศพเคลื่อนมาถึง พิธีการความยาว 3 ชั่วโมงก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยมีแขกภายในงานกว่า 2,000 คนจากทั่วโลกตั้งแต่ผู้นำจากทั่วโลก อาทิ นายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ประธานาธิบดีปัก กึนเฮ แห่งเกาหลีใต้ นายกรัฐมนตรีโทนี แอ็บบอตต์ แห่งออสเตรเลีย ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แห่ง อินโดนีเซีย รวมทั้งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภริยา

               ตลอดจนผู้บริหารสิงคโปร์ บุคคลผู้ใกล้ชิดกับนายลี  กวน ยู เมื่อยังมีชีวิต ไปจนถึงตัวแทนเด็กนักเรียนเข้าร่วม

               พิธีการเริ่มจากการที่นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง แห่งสิงคโปร์ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตเป็นตัวแทนคนแรกจากทั้งหมด 10 คน ที่รวมถึงประธานาธิบดีโทนี ตัน เค็ง ยัม แห่งสิงคโปร์ นายโก๊ะ จ๊ก ตง อดีตนายกรัฐมนตรี และนายลี เซียน ยาง บุตรชายคนที่สอง ขึ้นกล่าวคำสดุดี

               นายกรัฐมนตรีลี กล่าวว่า นี่คือสัปดาห์ที่มืดมนของสิงคโปร์ เพราะแสงสว่างที่นำทางพวกเราตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ดับลงแล้ว เราได้สูญเสียลี กวน ยู บิดาผู้ก่อตั้ง ใช้ชีวิต และหายใจเป็นสิงคโปร์ตลอดทั้งชีวิต เขาคือรัฐบุรุษที่เชื่อมต่อสิงคโปร์เข้ากับนานาประเทศและขยายพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของเรา ทำให้แม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่เวทีนานาชาติก็ยังต้องฟัง

               เราทุกคนต่างสูญเสียผู้เป็นบิดา เราไว้อาลัยในฐานะของหนึ่งคน หนึ่งประเทศ ความเศร้าโศกนี้ได้ทำให้เราทุกคนใกล้ชิดกันมากขึ้น และทำให้เราแข็งแรงขึ้น

               นายกฯ สิงคโปร์ ยังกล่าวต่อว่า แม้ในงานวันเกิดครบรอบ 90 ปี เขายังคงย้ำเตือนให้สมาชิกสภาทุกคนมีความโปร่งใส ปราศจากคอร์รัปชั่น เขาไม่เคยกลัวว่าจะต้องเปลี่ยนใจหากนโยบายของเขาไม่เข้ากับโลกปัจจุบัน เขาไม่เคยละเลยความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงตามโลกที่เปลี่ยนไป ดังนั้น วันนี้คงเป็นวันที่เหมาะสมแล้วที่สวรรค์จะต้อนรับลี กวน ยู

               และสำหรับใครที่ต้องการหาอนุสรณ์สถานของลี กวน ยู ชาวสิงคโปร์ทุกคนจะตอบคุณว่า จงมองไปรอบๆ ตัว หลักการและอุดมคติของเขาจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อเติมพลังให้แก่รัฐบาลชุดนี้ นำทางให้แก่ประชาชน ชีวิตของท่านจะเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวสิงคโปร์ทั้งในวันนี้และต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน

               การกล่าวคำสดุดีของตัวแทนทั้ง 10 คนได้ดำเนินเรื่อยไปจนเสร็จสิ้น จากนั้นเป็นการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที และปิดท้ายด้วยการบรรเลงเพลงชาติสิงคโปร์ ก่อนที่ครอบครัวจะนำร่างของนายลี กวนยู ไปประกอบพิธีฌาปนกิจเป็นการส่วนตัว ณ ฌาปนสถานมันไดในเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย