ข่าว

‘พท.’ชี้ใช้‘ม.44’หนักกว่าเดิมแนะเดินหน้าลต.

‘พท.’ชี้ใช้‘ม.44’หนักกว่าเดิมแนะเดินหน้าลต.

29 มี.ค. 2558

"เพื่อไทย" ชี้ใช้ "ม.44" หนักกว่าเดิม ยันเดินหน้าเลือกตั้งคือ"ทางแก้ปัญหา"

 
    
               วันที่ 29 มี.ค.58 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพิจารณายกเลิกการใช้กฎอัยการศึกและเตรียมการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทนกฎอัยการศึกว่า การตัดสินใจประเด็นนี้ต้องระมัดระวัง และควรสื่อสารให้ทุกฝ่ายเข้าใจ เห็นถึงความจำเป็น มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่า มีความพยายามจะตบตาต่างชาติ เพราะเห็นว่า กฎอัยการศึกไปต่อไม่ได้ ทั้งที่ฝ่ายผู้มีอำนาจพยายามกัดฟันบอกตลอดว่า ไม่กระทบความเชื่อมั่นต่างประเทศ 
 
               แต่การใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทน อาจส่งผลกระทบหนักกว่าเดิม เพราะเป็นการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.แบบครอบจักรวาล ไม่มีบทบัญญัติตายตัว สามารถขยายอำนาจได้ตลอดเวลา ไม่มีขีดจำกัด อำนาจเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด เหมือนมาตรา17 ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม ซึ่งมีลักษณะเป็นคำพิพากษา สามารถสั่งยิงเป้าได้ทันที การตัดสินใจครั้งนี้ อาจเป็นการหนีเสือปะจระเข้ ที่จะส่งผลกระทบรุนแรงมากกว่าเดิม ดังนั้น หนทางเดียวที่ดีที่สุดคือ การเดินหน้าเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อนำประเทศกลับสู่ครรลองประชาธิปไตย จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
 
 
 
'วรชัย'ซัดใช้ม.44 เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่


              นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวว่า การเปลี่ยนจากกฎอัยการศึกมาเป็น มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พล.อ.ประยุทธ์ยังมีอำนาจเต็มที่ เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ ความจริงลดระดับลงมาใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง อย่างเดียวก็พอ หากรัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่น สร้างศรัทธาให้ทุกฝ่าย สิ่งที่ต้องทำคือจัดการเลือกตั้งตามโรดแม็พสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า แต่วันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมกลับออกมาระบุว่าจะเลือกตั้งกลางปีหน้าเลื่อนออกไปอีก 6 เดือน ถ้าเลื่อนไปเรื่อยทีละขยัก ความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะหดหายไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน ขณะที่การเขียนรัฐธรรมนูญนั้น ตนเกรงว่าพล.อ.ประยุทธ์จะถูกวางยาจากคนกันเอง คนที่เขียนรัฐธรรมนูญเป็นคนของใครก็รู้กันอยู่ เขียนออกมากันแบบนี้ก็สืบทอดอำนาจชัดเจน ประชาชนคงยอมรับได้ยาก และอาจเกิดเป็นวิกฤติซ้ำอีกรอบ ตนไม่อยากเห็นคนไทยฆ่ากันอีกแล้วเลือกตั้งตามโรดแม็ปคือทางออก
 
 
 
'ภูมิธรรม'ชี้อันตรายอ้างเหตุเพราะรวบอำนาจไว้ที่คนๆเดียว

 

               นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นการริเริ่มที่ดีที่คิดจะเลิกใช้กฎอัยการศึก รัฐบาลคงมองเห็นสภาพปัญหา จึงตัดสินใจเรื่องนี้ เข้าใจว่าหลักสำคัญก็เพื่อต้องการสร้างความมั่นใจให้นานาชาติและให้คนมาท่องเที่ยวพักผ่อน แต่การจะเปลี่ยนไปใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวดูแล้วเนื้อหาไม่ต่างกัน แต่จะหนักกว่าเดิมด้วย เพราะอำนาจสิทธิขาดทั้งหมดอยู่ที่หัวหน้าคสช. มีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ เหมือนมาตรา 17 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่มาตรา 17 ตอนนั้นยังอยู่เหนือแค่บริหารและนิติบัญญัติ ไม่มีตุลาการ แต่มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวนี้ อยู่เหนืออำนาจทั้งหมด



'นิพิฏฐ์'หวั่นตร.พลเรือนใช้ม.44ไม่คล่องตัว



                นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงม.44 ที่จะถูกประกาศใช้แทนกฏอัยการศึกว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องออกประกาศ คำสั่ง หรือระเบียบอีกชั้นเพื่อรองรับการใช้อำนาจตามมาตราดังกล่าว ส่วนกฏหมายที่จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไรนั้นไม่ทราบ แต่มองว่าคงจะใกล้เคียงกับกฏอัยการศึก
 
                นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ตนกังวลหากนำม.44 มาใช้ อาจจะขาดประสิทธิภาพต่างจากกฏอัยการศึกที่ให้อำนาจทางทหารไว้อย่างเด็ดขาด แต่ไม่ได้มีความรุนแรง เมื่อเทียบกับม.44 สมมติมีการพบการซ่องซุมอาวุธ ม.44 จะใช้ได้รวดเร็วเหมือนกฏอัยการศึกหรือไม่ ขณะเดียวกัน หากนำม.44 มาดัดแปลง จะยังให้อำนาจทหารเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งการจะให้อำนาจและสั่งการพลเรือนและตำรวจในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัตินั้น ย่อมมีประสิทธิภาพสู้ทหารไม่ได้


 

'สุริยะใส'ชี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ

 
                นายสุริยะใส กตะศิลา  ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ตนเห็นว่าการที่ คสช.เตรียมยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วหันมาใช้อำนาจตาม มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนั้นเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ แม้อาจลดแรงกดดันจากต่างชาติได้ระดับหนึ่ง แต่การใช้มาตรา 44 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถูกกดดันจากทั้งในและนอกประเทศ เพราะมาตรา 44 เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของผู้นำคนเดียว ที่สำคัญต้นเหตุของการกดดันจากนอกประเทศคือ ต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุดและแรงกดดันจากในประเทศก็เป็นกลุ่มอำนาจเก่าที่เสียประโยชน์จากการยึดอำนาจ ฉะนั้น คสช.และรัฐบาลต้องเร่งจัดการกับกลุ่มติดอาวุธ และเอาจริงกับผู้อยู่เบื้องหลังและท่อน้ำเลี้ยงไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูกไปวันๆ



 

"วิรัตน์"เผย ม.44 ในมือ บิ๊กตู่ คงไม่ซ้ำรอย ม.17 ยุคสฤษดิ์
 
               นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฏหมายและอดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.จะประกาศยกเลิกกฏอัยการศึก โดยนำมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 มาใช้แทนว่า เป็นเรื่องดีเพราะจะได้มีช่องทางให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งตนเข้าใจและไม่เดือดร้อน เพราะการใช้มาตรานี้เพื่อควบคุมผู้ที่จะสร้างสถานการณ์ให้เกิดความไม่สงบ ควบคุมไม่ให้เกิดการฆ่าฟันกัน และทำให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้  ส่วนความกังวลว่าการใช้ ม.44 นายกฯจะมีอำนาจและใช้เกินขอบเขตจนอาจซ้ำรอย สมัยจอมพลสฤษดิ์ ที่ใช้ม.17 นั้น นายวิรัตน์ กล่าวว่า สถานการณ์ในวันนี้มีความแตกต่างจากยุคจอมพลสฤษดิ์ ตนจึงมองว่าคงเลยเถิดไปขนาดนั้นไม่ได้แล้ว เพราะการตรวจสอบในปัจจุบันสามารถทำได้มากขึ้น
 
               อย่างไรก็ตาม นายวิรัตน์ กล่าวว่า หากม.44 ถูกนำมาใช้จริง ผู้ที่ร่างกรอบการใช้อำนาจตามมาตรานี้ต้องคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ว่าจะไม่ถูกริดรอนจนเกินสมควร หรือให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด
 
 

'หมอนิรันดร์'แนะใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-มั่นคงแทนม.44   
 

               นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีระบุจะยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกโดยจะใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 แทนว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงที่นายกฯ ยกเลิกกฎอัยการศึกมาใช้อำนาจตามมาตรา 44 แทน เพราะตามกฎอัยการศึกนั้นยังมีแบบแผนการควบคุมตัว การดำเนินคดีอยู่ แต่มาตรา 44 กลับให้อำนาจนายกฯแบบครอบจักรวาลซึ่งนายกต้องระวังที่จะตกหลุมอำนาจ และจะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นได้ ทั้งนี้ก็อยู่ที่การประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลว่าสถานการณ์ขณะนี้มีความจำเป็นต้องใช้กฎอัยการศึกหรืออำนาจตามมาตรา 44 หรือไม่ แต่ตนมองว่ารัฐบาลสามารถยกเลิกกฎอัยการศึก และไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพราะหากอยู่ในช่วงที่จำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ รัฐบาลก็สามารถใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ความมั่นคงได้ เพราะรัฐบาลก็ควบคุมทุกเหล่าทัพ และตำรวจอยู่แล้ว และอยากให้คิดว่าในช่วงที่กำลังมีการปฏิรูปประเทศในหลายเรื่อง กำลังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำต่างๆนั้น เหมาะสมที่จะใช้กฎอัยการศึกหรืออำนาจตามมาตรา 44 หรือไม่