
จัดระเบียบชายหาดหัวหิน ชูแม่แบบบริหารพื้นที่
29 มี.ค. 2558
จัดระเบียบชายหาดหัวหิน ชูแม่แบบบริหารพื้นที่ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
การลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายคืนความสุขให้คนในชาติ ระหว่างเดินมาประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ถือเป็นการตอกย้ำถึงการที่รัฐบาล จะสร้างรูปแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกิดประโยชน์ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างแท้จริง
เพราะนับจากการเข้ามาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) จนมาถึงรัฐบาล สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับภาคท่องเที่ยวและมีท่าทีที่ชัดเจนคือ "รับไม่ได้" กับขบวนการหาผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจนมีผลมาถึงชื่อเสียงที่เป็นลบ อาทิ การเรียกรับเงินในรูปแบบกรรโชกทรัพย์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยกลุ่มผู้ประกอบการเจ็ตสกีตามแหล่งท่องเที่ยว โดยอ้างว่าเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินจากการเช่าใช้บริการ หรือการเอารัดเอาเปรียบพื้นที่สาธารณะจากกลุ่มบุคคลต่างๆ เป็นต้น
กรณีการจัดระเบียบชายหาด ที่มาของนโยบายนี้ มีพื้นฐานว่าตามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นชายหาดถูกยึดครองเข้าทำประโยชน์ จนกลายเป็นปัญหาขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย กลายเป็นจุดบ่มเพาะขบวนการหาผลประโยชน์ในท้องถิ่น จากการเรียกค่าคุ้มครอง หรือเกิดปัญหาในแง่ที่ผู้ประกอบการที่เข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ตามชายหาด เรียกเก็บค่าบริการจากนักท่องเที่ยวในอัตราที่สูงเกินความเป็นจริง ดังนั้น การเข้ามาจัดระเบียบ ด้วยการจัดแนวพื้นที่ใช้สอยอย่างชัดเจนจึงเกิดขึ้น โดยมีเครื่องมือที่สำคัญร่วมสนับสนุนภารกิจ ก็คือกำลังทหารซึ่งเข้ามาร่วมดูแล
สำหรับชายหาดหัวหินที่ พล.อ.ประยุทธ์ วางเป้าหมายให้เป็น "พื้นที่ต้นแบบต่อการจัดระเบียบ" จากนั้นจะเอาแนวทางนี้ขยายไปสู่ชายหาดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย
ชายหาดหัวหิน ซึ่งอยู่ในการดูแลโดยเทศบาลเมืองหัวหิน ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเข้าทำประโยชน์ในรูปแบบร้านค้า ร้านอาหาร ให้บริการเก้าอี้ ร่มขายหาด รวม 118 ราย แบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.บริเวณสะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม จำนวน 52 ราย 2.บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงทางลงทะเลโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ หัวหิน จำนวน 22 ราย และ 3.บริเวณชายหาดหัวหิน ตั้งแต่หน้าโรงแรมลักษสุภา ถึงชายหาดตะเกียบ หาดทรายน้อย เขาเต่า จำนวน 44 ราย ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่ผู้ประกอบการ ทำการบุกรุกจัดทำสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำไปบนชายหาด ปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวด้วยการจำหน่ายสินค้า/บริการ ในอัตราที่สูงเกินความเป็นจริง และเรื่องของความสะอาด ที่การจัดการของท้องถิ่นเข้าไปไม่ถึง
ในการเข้ามาจัดการ หน่วยงานรัฐที่ร่วมเป็นเจ้าภาพ ประกอบด้วย จ.ประจวบคีรีขันธ์, เทศบาลเมืองหัวหิน และมณฑลทหารบกที่ 15 ได้ออกข้อกำหนดคือ ขอให้ลดจำนวนพื้นที่ประกอบการ เช่น ลดจำนวนโต๊ะ ร่ม และเก้าอี้ เพื่อลดความหนาแน่น ห้ามปลูกสร้างอาคารถาวรบนพื้นที่ชายหาด การกำหนดให้ทุกวันพุธ ต้องหยุดประกอบกิจการ เพื่อคืนธรรมชาติให้แก่ชายหาด และให้ผู้เข้าทำประโยชน์พื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในการทำความสะอาดชายหาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี การจัดหาพื้นที่ให้ใหม่เพื่อยุติข้อพิพาทในเรื่องของการบุกรุกจากกลุ่มผู้ค้า แนวทางข้างต้นนี้ ถือเป็นกติกา ที่ผู้เข้าไปทำประโยชน์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า นับจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดทำนโยบายจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะและชายหาดทั่วประเทศ ถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐให้เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ก็คือ การทำงานที่ขาดการบูรณาการความร่วมมือ ในการจัดระเบียบชายหาดหัวหิน จากเดิมที่มีสิ่งปลูกสร้างถาวร ปัจจุบันได้มีการรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออก มีการนำเต็นท์ขนาด 3 x 6 เมตร เข้ามาติดตั้งรวม 24 หลัง รองรับร้านค้าได้เต็นท์ละ 2 ร้านค้า มีการจัดแบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ออกเป็นพื้นที่ประกอบอาหาร พื้นที่ช่องทางเดิน และพื้นที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้ ซึ่งแต่ละร้านจะมีพื้นที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้ได้ไม่เกิน 6 ชุด มีเก้าอี้ได้ไม่เกิน 48 ตัว การจัดระเบียบแบบนี้ทำให้ใช้พื้นที่ชายหาดจากกำแพงลึกลงไปในพื้นที่หาดแค่ 14 เมตร ซึ่งจากเดิมก่อนหน้าจัดระเบียบ 27 เมตร ทำให้มีพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนไปใช้ประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น
“เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดขึ้นอีก ทางเทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน กรมเจ้าท่า และทหาร ได้จัดชุดออกตรวจร่วมกัน สัปดาห์ละครั้ง โดยการสุ่มตรวจในวันใดวันหนึ่ง เพื่อติดตามว่าร้านค้าทำผิดข้อตกลงหรือไม่ หากพบว่าทำผิดก็จะลงโทษตั้งแต่ตักเตือน พักร้าน จนถึงขั้นริบกิจการ" นพพร กล่าว
วสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก กล่าวว่า การจัดระเบียบชายหาดหัวหินเป็นสิ่งที่ดี เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างร้องเรียนถึงราคาสินค้าบริการ ที่อยู่ในลักษณะของการเอาเปรียบผู้ใช้บริการ
อรสา อาวุธคม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ผลจากการจัดระเบียบชายหาดที่เห็นได้ชัดคือ ชายหาดสวยงาม มีความเป็นระเบียบที่นักท่องเที่ยวรู้สึกได้ "โครงการนี้นอกจากจะคืนความสุขให้ชาวหัวหินแล้วยังเป็นการคืนความสุขให้นักท่องเที่ยวทั่วไปด้วย" อรสา กล่าว
รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ กล่าวว่า หากปล่อยไว้ไม่มีการจัดระเบียบ ชายหาดหัวหินจะถูกผู้ค้ารุกชายหาดเข้าไปทำประโยชน์และจะไม่เหลือพื้นที่สาธารณะไว้ให้ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์ และสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐ เข้ามาดูแลการใช้ประโยชน์พื้นที่ เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงเพราะหากละเลยที่จะดูแล ก็เชื่อได้ว่าปัญหาเดิมจะกลับมาเกิดขึ้นอีก
รณกิจ เอกสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กล่าวว่า หลังจากเมืองพัทยาได้จัดระเบียบร่มเตียงชายหาดพัทยาไปแล้ว สามารถคืนพื้นที่มาเป็นของส่วนรวม (Public area) ทั้งชายหาดพัทยาและจอมเทียนได้ถึง 60% ของชายหาดที่มีอยู่ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างอิสระ และทุกวันพุธ ทางเมืองพัทยาได้เปิดฟรีชายหาด ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการร่มเตียงชายหาดทั้งพัทยาและจอมเทียน เข้ามาใช้พื้นที่ เพราะต้องการคืนพื้นที่ชายหาดทั้งหมดให้แก่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ในการพักผ่อน ส่วนของมาตรการควบคุมราคาอาหารและเครื่องดื่ม ในขณะนี้เมืองพัทยากำลังหารือกับผู้ประกอบการร่มเตียงทั้งหมด ในการกำหนดเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้เป็นราคามาตรฐานเดียวกันทั้งชายหาดพัทยาและชายหาดจอมเทียน เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวถูกเรียกเก็บค่าอาหารแพงเกินจริง
สินชัย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กล่าวว่า การจัดระเบียบพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยว ได้รับการตอบรับที่ดีจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีสำนักงานในต่างประเทศ เพราะนักท่องเที่ยวต่างสะท้อนถึงความชื่นชม ต่อการสร้างความเป็นระเบียบให้เกิดขึ้นกับพื้นที่ชายหาด
"จากนี้ไปหากชายหาดพัทยา มีการพัฒนาได้เสร็จสมบูรณ์ ชายหาดมีหน้ากว้างขึ้น นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้น ก็เชื่อว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของพื้นที่ดีขึ้น" สินชัย กล่าว
ถือเป็นปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นจากแนวคิดจัดระเบียบชายหาดของ คสช. และรัฐบาล
----------------------
(จัดระเบียบชายหาดหัวหิน ชูแม่แบบบริหารพื้นที่ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค)



