
'ชาวบ่อแฮ้ว' ผวา 'โรงไฟฟ้าขยะ' เติมเชื้อไฟความขัดแย้ง
29 มี.ค. 2558
'ชาวบ่อแฮ้ว' ผวา 'โรงไฟฟ้าขยะ' เติมเชื้อไฟความขัดแย้ง : โดย...ประทีป นันทะผาบ
“สัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์หรือมนุษย์ เมื่อพิษภัยมาถึงตัวย่อมต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด ย่อมรักตัวกลัวตาย ด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อโรงงานไฟฟ้าขยะกำลังจะมาทำลายชีวิตความเป็นอยู่พี่น้อง ชาวตำบลบ่อแฮ้ว ผู้บริสุทธิ์ ที่รักชีวิต รักครอบครัว รักพี่น้อง รักลูกหลาน เราจะอยู่อย่างไร” นี่คือเสียงสะท้อนของประชาชนชาว ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ที่ไม่เห็นด้วยในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ที่พวกเขาถือว่าเป็นมหาภัยร้ายที่กำลังจะมาเยือน ทำให้ต้องพากันลุกขึ้นมาต่อสู้คัดค้านการก่อสร้าง
จุดเริ่มต้นของการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังไอน้ำจากเศษของเหลือใช้(ขยะ) ขนาด 6.5 เมกะวัตต์ มูลค่าการก่อสร้าง 1,600 ล้านบาท สามารถรองรับขยะได้วันละ 350 ตัน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะที่กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับผู้นำหมู่บ้านในเขต ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง และกำลังสร้างความแตกแยก ความสามัคคี มาจากการไปศึกษาดูงานของผู้นำหมู่บ้านในเขต ต.บ่อแฮ้ว กว่า 200 คน ที่โรงงานกำจัดขยะ จ.ภูเก็ต โดยการนำของเอกชนแห่งหนึ่ง โดยไปศึกษาดูงานถึง 2 ครั้ง เพื่อให้ผู้นำได้ดูการกำจัดขยะของ จ.ภูเก็ต ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร
แต่หลังจากกลับจากศึกษาดูงาน ผู้นำหมู่บ้านโดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นของบ้านป่าเหียง ต.บ่อแฮ้ว ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ กลับไม่มีการชี้แจงให้ชาวบ้านทราบถึงที่มาที่ไป จนกระทั่งข่าวถึงหูชาวบ้านว่าจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะจริง และจะสร้างในพื้นที่ห่างจากหมู่บ้านเพียง 300 เมตร ทำให้ชาวบ้านพากันลุกฮือต่อต้าน โดยต้องการเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่มีการชี้แจงและนำเรื่องมาหารือเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน แต่กลับมีการสนับสนุนให้มีการก่อสร้าง
พร้อมกันนี้มีกระแสข่าวเล็ดลอดออกมา มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำประชาพิจารณ์ อันถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ใช้ประกอบในการขออนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ เสมือนการเติมเชื้อไฟความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้าน พากันออกมาต่อต้านและกดดันให้เคลียร์ปมปัญหา กลายเป็นสาเหตุให้เกิดความแตกแยก ความสามัคคีในหมู่บ้านอย่างชัดเจน จนการต่อต้านลุกลามแผ่ขยายวงกว้างไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในเขต ต.บ่อแฮ้ว ที่มีทั้งไม่เห็นด้วยและเห็นด้วยกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะแห่งนี้
ดังนั้น ทางจังหวัดลำปาง นำโดย นายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พ.อ.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า รอง ผบ.มทบ.32 จึงยื่นมือเข้ามาเป็นคนกลางในการชี้แจงและลดความขัดแย้ง พร้อมสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับกระแสการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ โดยเชิญทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าหารือ ไม่ว่าจะเป็น นายอำเภอเมืองลำปาง พลังงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำปาง ผู้นำชุมชน และตัวแทนบริษัทเอกชน ตัวแทนชาวบ้านใน ต.บ่อแฮ้ว โดยจัดให้พบหารือกันที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง เพื่อทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย ซึ่งถือว่ายังไม่มีข้อสรุป แต่ก็ได้สร้างความเข้าใจในระดับหนึ่งถึงที่มาที่ไปของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ
นายออน จันทร์พรหมมินทร์ ประธานกลุ่มรักษ์ป่าเหียง กล่าวถึงความกังวลของกลุ่มคัดค้านว่า ชาวบ้านหวาดกลัวต่อผลกระทบจากโรงไฟฟ้าและจากขยะ ที่จะนำเข้ามาสู่กระบวนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าอย่างมาก ว่าจะส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน จนจะไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะหวั่นการเกิดโรคมะเร็งจากฝุ่น ที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าที่จะต้องนำขยะมาเผา ทำให้ชาวบ้านออกมาร่วมคัดค้าน เพื่อไม่ให้โรงไฟฟ้าก่อสร้างในพื้นที่
ด้าน นายสวาท เปี้ยปลูก อายุ 68 ปี อดีตอาจารย์โรงเรียนลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี กล่าวว่า การสร้างโรงเผาขยะ ล้วนมาจากปัญหาเรื่องขยะล้นเมือง แต่ลำปางไม่มีปัญหาและแนะนำให้ไปสร้างโรงเผาขยะในบ่อขยะของ อบจ.ลำปาง ซึ่งกำลังจะเปิดใช้งานในอีก 4-5 เดือนที่จะถึงนี้แทน ซึ่งระยะอันใกล้กรมชลประทานกำลังอยู่ระหว่างเวนคืนที่เพื่อทำคลองส่งน้ำชลประทานพาดผ่านพื้นที่ จะทำให้พื้นที่บ้านป่าเหียงกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง แต่หากมีการตั้งโรงไฟฟ้าขยะทุกอย่างก็จะล่มสลายถูกทำลายไปหมด
“ผมเป็นชาวบ้านป่าเหียง เกิดที่นี่ และจะขอตายที่นี่ หากต้องการพลังงานไฟฟ้า จ.ลำปาง มี กฟผ.ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อยู่แล้ว ปัจจุบันยังส่งจำหน่ายไปยังภาคอื่นๆ ด้วย ดังนั้น จ.ลำปางจึงไม่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก ชาวบ้านไม่ได้ต่อต้านและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการตั้งโรงไฟฟ้าขยะ แต่ขอให้ไปสร้างที่อื่น และหากเป็นไปได้ขอให้สร้างในบ่อขยะของ อบจ. ซึ่งก็รับกำจัดขยะอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายอีกและไม่เกิดผลกระทบด้านอื่นๆ” นายสวาท กล่าว
เช่นเดียวกับ นางหม้อก ปัญญาพี่ อายุ 63 ปี ชาวบ้านป่าเหียง หมู่ 1 ต.บ่อแฮ้ว มีบ้านอยู่ใกล้กับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ กล่าวว่า อัดอั้นตันใจอย่างมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับตั้งแต่ทราบข่าวว่าจะมีการก่อสร้าง หากก่อสร้างจริงครอบครัวลูกหลานและชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ต้องได้รับผลกระทบแน่นอนโดยเฉพาะเรื่องมลภาวะ ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายชาวบ้านป่าเหียงอยู่เย็นเป็นสุข ทำมาหากิน มีความสมานสามัคคีใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่พอมีเรื่องนี้เข้ามาชาวบ้านแตกความสามัคคีแล้วจะให้อยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร
“ตอนแรกจะใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิดอย่างสงบ เพราะว่าไม่มีอะไรห่วง ลูกๆ ก็แยกไปมีครอบครัวอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ แต่พอมีเรื่องแบบนี้จึงตัดสินใจประกาศขายบ้าน แล้วย้ายไปอยู่กับลูกที่ต่างจังหวัดดีกว่า ไม่ต้องมาทนกับมลภาวะของโรงไฟฟ้า ส่วนตัวก็ยังหนักใจว่าจะมีใครมาซื้อ เพราะใครๆ ก็กลัวกันทั้งนั้น” นางหม้อก กล่าว
นายประพัสต์ มณียศ ประธานชุมชนบ้านทุ่งกู่ด้าย ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งหมู่บ้านมีเขตติดกับบ้านป่าเหียง กล่าวว่า แปลกใจเเทนชาวตำบลบ่อแฮ้ว ว่าเพราะเหตุใด อบต.บ่อเเฮ้ว และเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว รวมถึงผู้นำหมู่บ้านไม่ออกมาพบหรือชี้แจงกับชาวตำบลบ่อแฮ้ว ที่ต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ จนชาวบ้านไม่พอใจและพากันออกมาต่อต้านรวมถึงบ้านทุ่งกู่ด้าย ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้และอยู่ในรัศมีในการก่อสร้าง เพียงแต่อยู่คนละตำบลเท่านั้น แต่อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน ในฐานะผู้นำหมู่บ้านพร้อมที่จะต่อสู้ร่วมกันชาวตำบลบ่อแฮ้ว คัดค้านไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้าขยะแน่นอน
นายทรงพล ศรีคำสุข ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์ป่าเหียง ตัวแทนชาวบ้านป่าเหียงและชาวตำบลบ่อแฮ้ว กล่าวว่า ในฐานะเป็นคนบ้านป่าเหียง พร้อมที่จะเดินหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กับพี่น้องตำบลบ่อแฮ้วและตำบลใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ พวกเราจะเดินหน้าไปด้วยกัน ปกป้องต่อต้านเพื่อไม่ให้โรงงานไฟฟ้าขยะเข้ามาสร้างที่บ้านของเรา จะไม่ยอมให้สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาทำร้ายชาวบ้าน ลูกหลานเด็ดขาด
ขณะที่ นายวาษ เรือนจำปา ผู้ใหญ่บ้านป่าเหียง หมู่ 1 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ชี้แจงว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะยังไม่ได้มีการก่อสร้างและยังไม่ได้รับอนุญาตใดๆ ทั้งสิ้น ยอมรับว่าได้ไปศึกษาดูงานที่โรงงานกำจัดขยะที่ จ.ภูเก็ต จริง แต่ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงกับชาวบ้าน แต่ก็ถูกออกมาคัดค้านก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ซึ่งการตัดสินใจก็อยู่ที่ประชาชน ตนในฐานะผู้นำก็รักบ้านป่าเหียงเหมือนกับทุกคน หากชาวบ้านไม่เอาตนก็ไม่เอาเช่นกัน
ส่วน พ.อ.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า รอง ผบ.มทบ.32 อธิบายว่า การเข้ามาของ มทบ.32 ลำปาง ที่ผ่านมา เป็นการเข้ามาสร้างความสงบและมาเป็นตัวกลางในการชี้แจงและลดความขัดแย้ง ต้องการสร้างความเข้าใจให้แก่ชาวบ้านเกี่ยวกับกระแสการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ จึงเชิญทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาหารือและเป็นการชี้แจงของบริษัทเอกชน อยากให้ชาวบ้านเปิดใจรับฟังข้อมูลเพื่อจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจในการทำประชาพิจารณ์ และขอย้ำว่าการเปิดเวทีเป็นเพียงขั้นตอนแรกในการให้ข้อมูล ไม่ใช่การทำประชาพิจารณ์ ซึ่งจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี การตัดสินใจอยู่ที่ประชาชนเท่านั้น
ดังนั้น ต้องจับตาว่าโรงไฟฟ้าขยะที่กำลังเป็นข้อพิพาท เดิมมีกำหนดทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 29 มีนาคม 2558 แต่ต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ภายหลังมีการต่อต้านอย่างกว้างขวางและขยายวงกว้างออกไปมาก โดยมีชาวบ้านจำนวนมากต่างรอดูท่าที เพื่อเตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างสุดโต่ง เพื่อไม่ให้สิ่งแปลกปลอมย่างกรายเข้ามาในพื้นที่ ศึกนี้คงต้องดูกันยาวๆ...
---------------------
('ชาวบ่อแฮ้ว' ผวา 'โรงไฟฟ้าขยะ' เติมเชื้อไฟความขัดแย้ง : โดย...ประทีป นันทะผาบ)



