
21ลูกเรือประมงไทยในอินโดฯกลับถึงไทยแล้ว
28 มี.ค. 2558
ลูกเรือประมงไทยในอินโดฯ 21 คน เดินทางกลับถึงไทยแล้ว คาดอีก 6 คนถึง 1 เม.ย.
เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 27 มี.ค.58 หลังจากที่มีการช่วยเหลือแรงงานประมงไทยในเกาะอัมบน สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ล่าสุด แรงงานประมงไทยทั้ง 21 คน ได้เดินทางถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เดินทางกลับด้วยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ QZ252 ซึ่งก็มีตัวแทนจาก กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมไปถึงมีญาติและครอบครัวของเรงงานประมงไทยมาร่วมตอนรับ
นายอนุสันต์ เทียนทอง ผู้ตรวจราชการและโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เปิดเผยว่า หลังจากนี้นำแรงงานประมงไทยทั้ง 21 คน ไปพักที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ (ชาย) ที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อทำการเก็บข้อมูลจากลูกเรือประมงไทยทั้งหมด เนื่องจากแรงงานที่ได้ทำการช่วยเหลือมาครั้งนี้มีทั้งกลุ่มที่ไม่สมัครใจไปทำงาน โดยถูกหลอกไป ส่วนอีกกลุ่มสมัครใจไปแต่อาจจะไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกัน จึงต้องมีการสอบประวัติ คัดแยกแรงงานที่เข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ยังมีแรงงานประมงไทยที่ถูกช่วยเหลือมาแล้วแต่ยังตกค้าอยู่ที่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย อีก 10 ซึ่ง อีก 6 คน จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 1 เม.ย.2558 ส่วนแรงงานประมงไทยอีก 4 คน อยู่ในช่วงการพิสูจน์สัญชาติ
นายอนุสันต์ ยังกล่าวต่อว่า ทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะมีการเข้าไปช่วยเหลือดูแลในเรื่องของการจัดหางานของตัวแรงงานประมง และครอบครัว หากคนในครอบครัวมีความพิการ เด็ก หรือคนแก่ ก็จะช่วยเหลือเยี่ยวยาให้ได้รับสิทธิ์ต่อไป ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้มีการส่งชุดเฉพาะกิจ เดินทางเข้าไปพบกับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียและตำรวจของอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งได้ตั้งศูนย์เพื่อวางแผนในการช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้างอยู่
แม่หนุ่มประมงเปิดใจ! ลูกลงเรือเพราะต้องการหาเงินช่วยครอบครัว
นางยุพารัตน์ โยธาศรี อายุ50 ปี พร้อมด้วย นางสาวกันต์สินี โยธาศรี อายุ 26 ปี สองแม่ลูกที่เดินทางมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อมารอรับนายวุฒิชัย โยธาศรี อายุ 30 ปี ลูกชายและพี่ชายของทั้งคู่ โดยนางยุพารัตน์ เปิดเผยว่า ลูกชายหรือนายวุฒิชัย ต้องการที่จะหาเงินเพื่อมาช่วยเหลือครอบครัว ดังนั้น จึงตัดสินใจไปทำงานเป็นลูกจ้างประมงที่ “มหาชัย” จ.สมุทรสาคร แต่ตนเองไม่ทราบชื่อบริษัท ซึ่งก่อนหน้าที่ลูกชายจะหายตัวไป ก็ได้ลงเรือไปทำงานมาสองครั้ง แต่ก็กลับมาทุกครั้ง แต่หลังจากที่ลูกชายลงเรือไปเมื่อปี 2554 ก็ไม่ได้หวนกลับมาบ้านอีกเลย จนเมื่อสองสามเดือนก่อนหน้านี้ จึงสามารถติดต่อกับลูกชายได้ โดยนางยุพาเล่าความเป็นอยู่ของลูกชายว่า ต้องกินหัวมัน ยอดมัน หรือบางครั้ง ก็ต้องกินน้ำประทังชีวิตติดต่อกันถึง 3 วัน เมื่อมาถึงวันนี้ ตัวเองรู้สึกดีใจมาก และหลังจากนี้ ก็ไม่อย่าให้ลูกชายต้องไปทำงานที่ไหนไกลอีก อยากให้ลูกชายทำงานอยู่ในเมืองไทย



