ข่าว

‘ประยุทธ์’เตรียมทูลเกล้าฯเลิกกฎอัยการศึก

‘ประยุทธ์’เตรียมทูลเกล้าฯเลิกกฎอัยการศึก

27 มี.ค. 2558

‘ประยุทธ์’เตรียมทูลเกล้าฯเลิกกฎอัยการศึก ใช้ประกาศคสช.แทนชี้ไม่ต่างจากม.44 ‘บิ๊กต๊อก’เผยเหตุสากลไม่ยอมรับ

              ความคืบหน้าการนำกฎหมายอื่นมาใช้แทนกฎอัยการศึกเพื่อลดแรงกดดันจากต่างประเทศ ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ที่ประชุมครม.ไม่มีการพูดคุยเรื่องการยกเลิกกฎอัยการศึกแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของตน ทั้งนี้ ตนเตรียมจะออกประกาศ คสช.ฉบับใหม่แทนการใช้กฎอัยการศึก ซึ่งไม่ต่างจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 โดยเรื่องนี้ได้มีการเตรียมการเอาไว้แล้ว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่วนขั้นตอนในการใช้ประกาศดังกล่าวรัฐบาลจะต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อขอยกเลิกการใช้กฎอัยการศึก อย่างไรก็ตามจะต้องดูสถานการณ์ก่อน และเมื่อมีการประกาศออกมาตนก็จะเป็นผู้รับผิดชอบเอง


เตรียมทูลเกล้าฯยกเลิกกฎอัยการศึก

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องกฎอัยการศึกออกเมื่อไหร่ก็จะรู้เอง ไม่ต้องถาม และการพิจารณาไม่จำเป็นต้องไปคุยใน ครม. เป็นอำนาจของตนทำไมจะต้องคุย เมื่อถามว่า จะใช้อะไรเป็นการตัดสินใจในการพิจารณาที่จะยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกจะต้องคำนึงถึงห้วงเวลาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้แล้ว ตนคิดดีอยู่แล้ว แต่ทำไมสื่อจะต้องรู้ทุกเรื่อง “เดี๋ยวพอออกมาก็จะมาด่าผมอีก ไม่ต้องรู้หรอก ผมออกของผมเอง ผมรับผิดชอบ ผมต้องคุมสถานการณ์ให้อยู่เท่านั้นแหละ อย่ามาต่อต้านอะไรผมอีก เพราะผมถือว่าผมลดให้แล้ว แต่การลด ในการใช้กฎหมายใหม่ ซึ่งคำว่ากฎหมายใหม่คือคำสั่ง คสช. ผมตามมาตรา 44 ไม่ใช่กฎหมาย ไม่ใช่ พรบ. เพราะคำสั่ง คสช.ถือว่าเหนือทุกอย่าง”

              ผู้สื่อข่าวถามว่า ขอให้พูดให้ชัดเจนได้หรือไม่ว่า จะไปใช้มาตรา 44 ตามคำสั่ง คสช. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เตรียมการจะใช้แทนกฎอัยการศึก ส่วนจะใช้เมื่อไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เนื่องจากเราต้องการลด โดยการทำให้เข้าใจว่า เราใช้กฎอัยการศึกแค่ไหน อยู่ในคำสั่ง คสช.ฉบับใหม่เท่านั้นแหละ ให้ทำงานได้เหมือนเดิม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไม่ละเมิดซึ่งกันและกัน ไม่ขยายจนทำให้เกิดความรุนแรง วุ่นวายในการบริหารประเทศ ผมก็จำเป็นต้องใช้ จะได้เข้าใจสักทีว่าเราใช้กฎอัยการศึกตรงไหน คำสั่งฉบับใหม่จะเขียนแค่ให้ทำงานได้”

              ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เป็นการคำสั่งใหม่เพิ่มเติมออกมาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ครับผม” เมื่อถามต่อว่า คำสั่งใหม่นี้จะสามารถประกาศใช้ได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อมีการลงพระปรมาภิไธยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เรื่องที่เราจะทูลเกล้าฯ ในการยกเลิกกฎอัยการศึก ถ้ามีโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่ คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ โดยคำสั่งนี้จะต้องออกมาล่วงหน้าก่อน และจะทำเรื่องทูลเกล้าฯ ขึ้นไปเพื่อรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ลงมา เนื่องจากการประกาศใช้กฎอัยการศึก ผมเป็นคนประกาศ แต่เวลายกเลิก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะต้องทรงลงพระปรมาภิไธยก่อน โดยผมจะเป็นผู้ถวายรายงานเข้าไป จากนั้นท่านก็จะทรงลงพระปรมาภิไธยลงมา”

              ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการทำเรื่องทูลเกล้าฯ ขึ้นไปหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ให้พระองค์ทรงพักพิ่งทรงลงพระปรมาภิไธยในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ตนต้องดูสถานการณ์ตราบใดที่ยังมีคนที่ออกมาพูด “วันนี้ต้องไปเตือนคนที่มีการแพร่ในเว็บไซต์ ในไลน์ว่าอย่าไปฟังหรือรับโทรศัพท์หรือติดต่อกับส่วนราชการเพราะว่าทางหน่วยราชการหรือ คสช.จะไปเอา ไอพีแอทเดรสและที่อยู่ต่างๆ มา แล้วจะมีปัญหาเรื่องความมั่นคง ผมจะไปบ้าจับคน 60 ล้านคนได้อย่างไร มีการทำกันอย่างนี้แล้วจะให้ผมทำอย่างไร เรื่องนี้สื่อมวลชนต้องไปช่วยทำความเข้าใจ ถ้าไม่มีความผิดหรืออยู่ในกระบวนการยุติธรรมอะไร ผมก็พูดหลายครั้งแล้ว คนพวกนี้พยายามล้มล้างสิ่งที่ผมทำไม่สร้างการรับรู้และไปปลุกปั่นประชาชนไม่ให้ฟังผม ว่าผมทำอะไรแล้วไปร้องเรียนบิดเบือน ในบางเรื่อง”

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในช่วงท้ายด้วยว่าการลงพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์มีสื่อบางคนไปเขียนว่าตนลงพื้นที่แล้วหิวข้าวจนปวดท้อง ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตนแต่เป็นห่วงประชาชนที่รอนานกลัวว่าเขาจะหิวข้าว บางคนก็ไปมโนเองว่า ตนขี้บ่นไม่อดทน ที่ตนปวดท้องนั้นเป็นเพราะเครียด พูดมาก

              พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการเรียกค่าเสียหายจากโครงการการรับจำนำข้าว 2 คณะว่า เรื่องยังมาไม่ถึงตน เนื่องจากช่วงนี้มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศและมีงานค่อนข้างมาก คาดว่าสัปดาห์หน้าคงจะมีการเสนอเรื่องมาถึงตน

 

“บิ๊กต๊อก”เผยเหตุสากลไม่ยอมรับ


              พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ในวันนี้(27 มี.ค.) ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุแล้วว่ามอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ไปศึกษาพิจารณาเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามตนได้เคยหารือกับนายวิษณุบ้างแล้ว ซึ่งส่วนตัวของตนเห็นว่าอยากให้มีการนำกฎหมายอื่นมาใช้แทนกฎอัยการศึก เพราะกฎอัยการศึกเป็นสิ่งที่สากลไม่ได้ให้การยอมรับ ส่วนกฎหมายอื่นที่จะถูกนำมาใช้แทนควรจะเป็นรูปแบบใดนัั้น ตนก็ยังไม่ทราบว่าจะออกมาเป็นลักษณะใด อย่างไร

 

"เลขาฯสมช.”โยนเป็นเรื่องนายกฯ-หัวหน้าคสช.


              นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชชาติ(สมช.)กล่าวภายการประชุมครม.นอกสถานที่ถึงแนวคิดในการพิจารณานำกฎหมายอื่นมาใช้แทนกฎอัยการศึก ว่า เรื่องดังกล่าวต้องถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ไม่ใช่เรื่องของตน เป็นเรื่องของคสช.

              เมื่อถามว่าสมช.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องดูแลความมั่นคงเช่นกัน เลขาฯสมช.กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมวงกลาโหม เป็นผู้ดูแลหากมีเรื่องใดจะสั่งการมาที่สมช.เรื่องนี้อย่าให้แสดงความเห็นและผู้สื่อข่าวอย่ามาเขี่ยแค่เรื่องนี้เพราะไม่มีประโยชน์

               นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบแผนนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ 2558-2564 ตามที่สมช.เสนอว่า เป็นแผนนโยบายในภาพใหญ่ ในการกำหนดกรอบและแนวทางให้กับกระทรวง ทบวง กรมต่างๆไปดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายดังกล่าวนี้มีทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ ผู้หลบหนีเข้าเมือง การก่อการร้าย พลังงานและสิ่งแวดล้อม รรวมทั้งการเตรียมความพร้อมของชาติสำหรับเตรียมเผชิญวิกฤติเรื่องภับพิบัติทางธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่

              ผู้สื่อข่าวว่าในแผนนโยบายความมั่นคงฯมีการระบุเรื่องของปรองดองไว้ด้วยหรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า การปรองดองเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทยแะลเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ส่วนการบริหารจัดการชายแดนมีแผนการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ โดยมีการเชื่อมโยงแผนของจังหวัดเข้ากับงานของว่าจะทำอย่างไรที่จะเอาความมั่นคงมาเสริมสร้างการพัฒนาให้ได้ เช่น การทำให้ประชาชนมีความเข้มแข็ง