ข่าว

รับได้!นายกฯคนนอกโหวต2ใน3วาระ1ปี

รับได้!นายกฯคนนอกโหวต2ใน3วาระ1ปี

27 มี.ค. 2558

รับได้!นายกฯคนนอกโหวต2ใน3วาระ1ปี กมธ.ปฎิรูปการเมืองปรับที่มาส.ว.เลือกตั้ง77จว.

               27มี.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของคณะกรรมาธิการปฎิรูปการเมืองสภาปฎิรูปแห่งชาติที่ได้หารือถึงสาาระของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า ในประเด็นที่ตั้งไว้จำนวน 6 ประเด็นว่าด้วยพรรคการเมือง ประเด็นที่ 1 พรรคการในส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในส่วนของกลุ่มการเมืองที่ประชุมให้ข้อสังเกตุว่า การให้กลุ่มการเมืองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จะทำให้เกิดปัญหา อาทิ เป็นการย้อนอดีตที่กลุ่มการเมืองที่ได้รับการพัฒนาเป็นพรรคการเมืองที่มีความเข้มแข็งแล้ว จึงไม่ควรย้อนไปสู่กลุ่มการเมืองเช่นเดิม

               ทั้งนี้ประเทศไทยมีพรรคการเมืองจำนวนมากสะท้อนให้เห็นว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองไม่ยุ่งยาก หากเทียบกับการจัดตั้งสมาคมให้เป็นกลุ่มการเมือง ขณะที่ความแตกต่างระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง จะทำให้มีกลุ่มการเมืองระกับจังหวัดจำนวนมาก และส่งผลให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ขณะที่การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมืองที่กำหนดให้มีการหยั่งเสียงประชาชนหรือสมาชิกพรรค ซึ่งไม่มีการกำหนดเป็นข้อบังคับให้ตั้งทำจึงอาจเกิดวิธีปฎิบัติที่สองมาตรฐาน และไม่มีหลักการป้องกันอิทธิพลของกลุ่มนายการเมืองในพรรคการเมือง ในกรณีที่ให้การกำหนดสัดส่วนเพศในผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออาจไม่สามารถทำได้ เพราะการหยั่งเสียงไม่สามารถที่กำหนดให้มีการกำหนดในเรื่องดังกล่าวได้

               ประเด็นที่ 2 ว่าด้วยการถอดถอนนัการเมืองโดยประชาชน ที่ประชุมให้ข้อสังเหตุว่าไม่สามารถทำได้ในทางปฎิบัติและกระบวนการมีความยุ่งยาก เนื่องจากประชาชนอาจจดจำการกระทำผิดของนัการเมืองผู้นั้นไม่ได้ ดังนั้นการถอดถอนจึงควรเป็นหน้าที่ของรัฐสภา ทั้งนี้ของให้เพิ่มเงื่อนไขว่าเพื่อสมัชชาคุณธรรมตรวจสอบพฤติกรรมของนักการเมือง และพบว่าเป็นความผิดควรให้บุคคลนั้นหยุดปฎิบัติหน้าที่

               ประเด็นที่ 3 ว่าด้วย การป้องกันและปราบปราบการทุจริตการเลือกตั้ง ที่ประชุมมีข้อสังเกตุ คือ ให้คงมาตรการแจกใบเหลืองและใบแดงโดยกกต. และในส่วนของคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง(กจต.) ควรพิจารณาที่มาให้เหมาะสม

               ประเด็นที่ 4 ที่มาและอำนาจของส.ว. ที่ประชุมมีข้อสังเกตุว่า ส.ว.ควรมีจำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัด จังหวัดละ 1 คน และที่เหลือ 123 คนให้มาจากการสรรหา แต่ต้องปรับวิธีและสึกาาเพิ่มเติมถึงวิธีการได้ให้มีความเหมาะสม

               ประเด็นที่ 5 ที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมให้ข้อสังเหตุว่า นายกฯควรเป็นส.ส.และได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่งของที่ประชุมสภา และในกรณีที่มีสถานการณ์วิกฤติซึ่งกระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ จนไม่อาจทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้ด้วยความเรียบร้อย โดยมีข้อสังเหตุเพิ่มเติมใน 3 ประเด็น คือ 1. หากในขณะนั้นยังมีสภาผู้แทนราษฎรให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมจากภายนอกมาเป็นนายกฯได้ โดยต้องใช้คพแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎร 2. ในกรณีที่ขณะนั้นอยู่ในระหว่างการยุบสภาให้วุฒิสภาพิจารณาเลือกบุคคลภายนอกมาดำรงตำแหน่งนายกฯ และ3. กรณีนายกฯมาจากบุคคลภายนอกควรกำหนดระยะเวลาในการปฎิบัติหน้าที่ในระยะเวลาไม่ 1 ปี หากมีความจำเป็นต้องบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ต้องผ่านความเห็นชอบ ของสภาในขณะนั้น

 


'บวรศักดิ์'เผยเล็งปรับร่างรธน.ปมนายกฯคนนอก


                 ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานเวทีประชาเสวนาหาทางออก เรื่อง สานพลังประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งจัดโดยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสถาบันพระปกเกล้า ตอนหนึ่งว่าประเด็นที่มีข้อเรียกร้องให้ทบทวนบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องต่างๆ ตนพร้อมที่จะทบทวน อาทิ การกำหนดให้นายกฯ ไม่ต้องเป็น ส.ส. และมีนักการเมืองนำไปขยายความว่า นายกฯ จะเป็นบุคคลภายนอก และยกเหตุการณ์ช่วงพฤษภาคม พ.ศ.3535 มาเทียบเคียง ซึ่งตนขอชี้แจงว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้เลือกนายกฯ จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยการลงคะแนนจาก ส.ส.แบบเปิดเผย ดังนั้นส.ส.เสียงข้างมากในสภาฯ จะยอมให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ ได้หรือ และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากพรรคการเมืองเสียงข้างมากในสภาฯ ฐานะประธานรัฐสภาเป็นผู้นำชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ

                 ดังนั้นเมื่อเขียนกำหนดไว้เช่นนั้นเหตุการณ์อย่างพฤษภาคม 2535 จะไม่เกิดแน่ เพราะเหตุการณ์ตอนนั้นประธานวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งในฐานะประธานรัฐสภาเป็นผู้นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และการเลือกนายกฯ ไม่ได้มาจากสภาฯ แต่มาจากการส่งจดหมายถึงหัวหน้าพรรคการเมืองและให้พรรคการเมืองเขียนชื่อบุคคลที่ต้องการให้เป็นนายกฯ ทั้งนี้มีข้อเสนอให้เขียนให้ชัดเจนว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ตนมองว่าหากเขียนระบุไว้ อาจเกิดกรณีฉีกรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ได้อีก ขณะที่ข้อเสนอว่าให้เขียนเงื่อนไขนายกฯ คนนอก สามารถมาได้ในสถานการณ์วิกฤต หากเขียนอาจก่อให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตได้ ว่าสถานการณ์อะไร คือความวิกฤต และอาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความโดยระหว่างที่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจมีการตีกันขึ้นได้ นอกจากนั้นมีข้อเรียกร้องให้กำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจนระหว่างนายกฯ ที่เป็น ส.ส. กับนายกฯที่ไม่เป็น ส.ส. จะเอาหรือไม่หากเขียนไว้ว่าหากนายกฯ มาจาก ส.ส. ต้องใช้เสียงเกินครึ่งของสมาชิกสภา และหากไม่ใช่ ส.ส. ต้องใช้เสียงเลือก 2 ใน 3 จะรับได้หรือไม่