
บิ๊กตู่เล็งตั้งม.พอเพียงหัวหินรถไฟเร็วสูงถึง
คิกออฟครม.สัญจรหัวหิน บิ๊กตู่เล็งตั้งม.พอเพียงหัวหินรถไฟเร็วสูงถึง ลั่นไม่ได้มาหาเสียงยันไม่ลงสมัครเลือกตั้งแน่ ชาวบ้านตะโกนเลือกประยุทธ์
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มี.ค.2558พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางจากตลาดฉัตรไชย มาตรวจบริเวณชายหาดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้กล่าวปราศรัยกับประชาชนที่มารอต้อนรับรวมทั้งผู้ประกอบการริมชายหาด โดยกล่าวตอนหนึ่งว่าวันนี้ดีใจที่มาเจอประชาชนที่นี่ ตนก็เป็นคนที่นี่เพราะพ่อเคยอยู่ที่นี่ ตอนนี้มีแนวคิดที่จะ ให้มีมหาวิทยาลัยแนวใหม่ เป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่หัวหิน และเตรียมหาอุตสาหกรรมเบาเพื่อสางอาชีพให้คนในพื้นที่ และจะมีการสร้างรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯถึงหัวหิน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนการจัดระเบียบชายหาด ขอให้อดทน และเข้าในรัฐบาล ยืนยัน นึกถึงคนยากจนและอนาคตของประชาชนตลอด ส่วนเศรษฐกิจ ไม่สามารถดีขึ้นได้ในเวลาอันสั้น เนื่องจาก ไม่ได้มีการสร้างความเชื่อมโยงทางธุรกิจมาก่อนหน้านี้
ส่วนเรื่องแรงงานประมงผิดกฏหมาย นายกฯ กล่าวว่า มีการสั่งการให้ติดจีพีเอสในเรือทุกลำ เพื่อเป็นการลงทะเบียนโดยเรือ 1 ลำจะต้องมีชื่อผู้ประกอบการเพียงรายเดียว ส่วนเรื่องแรงงานประมงที่ผิดกฎหมายหากไปจับสัตว์น้ำในประเทศอื่นจะมีการรายงานต่อสหประชาชาติทั้งสิ้น วันนี้ไอยูยู ได้เตือนให้ไทยแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวภายใน 180 วัน ถ้าทำไม่ได้ จะไม่ซื้อสัตว์ทะเลกับไทยอีก และจะทำให้เสียหายกว่า 2 แสนล้านบาท วันนี้เราต้องสร้างความเข้มแข็งโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความใกลัชิดกับประชาชนมากที่สุด เพื่ออนาคตจะได้มีการจัดสรรงบประมาณให้มากขึ้นและจะทำให้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลคิดถึงประชาชนที่มีรายได้น้อย รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาทั้งปัญหาเงินกู้นอกระบบ ที่มีการอออกพรบ.การทวงหนี้ รัฐบาลไม่ได้จะยกหนี้ให้ใคร เพียงแต่จะช่วยต่อรองประนอมหนี้เช่น การลดดอกเบี้ยเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีพรบ. อำนวยความสะดวกในการติดต่อธุรกิจ พรบข้อมูลข่าวสารของราชการ ส่วน รธน. วันนี้จะออกได้หรือป่าวยังไม่รู้ อยู่ที่พวกเรา วันนี้ชาติมีภัย เราหยุดให้มันนิ่งได้ด้วยคนไทยทุกคน ตอนนี้อยู่ในช่วงต้นของการปฏิรูป และการวางอนาคต เรากำลังทำทุกอย่าง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า นาย ลีกวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ใช้เวลา 30 ปี ในการพัฒนาประเทศ ห้ามทิ้งกระดาษ ห้ามเด็ดดอกไม้ ห้ามถุยน้ำลาย ตนห้ามอย่างนี้ตายไหม ทั้งนี้ก็ขอเวลาให้ตนหน่อย
จากนั้นพลเอกประยุทธ์ถามประชาชนว่า จะให้ตนอยู่ถึงเมื่อไหร่บอกมา ปรากฏว่าประชาชนตะโนว่า30 ปี ทำให้พลเอกประยุทธ์ ตอบว่า โห 30 ปี แก่ตาย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกษียณมายังไม่ได้พักเลย ยืนยันว่าไม่อยากเป็นนักการเมืองแต่เห็นแบบนี้มันไม่ได้ ต่างชาติเดี๋ยวเขาก็เข้าใจแต่เราต้องดูแลคนไทยก่อน จะอ้างแต่ประชาธิปไตย อ้างแต่การเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าพร้อมก็โอเค พวกคุณมั่นใจก็ไปเลือก"
จากนั้นนายกรัฐมนตรีถามว่า “แล้วจะเลือกใคร” จากนั้นประชาชนที่มาตอนรับก็บอกว่าจะเลือกพลเอกประยุทธ์ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ได้ยกมือปฏิเสธแล้วกล่าวว่า “ไม่เอาสิ ผมไม่ได้สมัครลงเลือกตั้งนะ และยืนยันว่า วันนี้ผมไม่ได้มาหาเสียง เพราะไม่ได้มีพรรคการเมือง”
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้สร้างความเข้มแข็งกับภาคธุรกิจไว้เลย ทำเกษตรทั้งๆที่ขาดทุนจนรัฐบาลต้องหาเงินไปช่วย ดังนั้นขอให้ร่วมมือช่วยกันให้มากที่สุดรัฐบาลมองอนาคตล่วงหน้า 5 ปีไว้แล้ว เราต้องเป็นประเทศที่มั่นคงไม่ทะเลาะไม่แตกแยก ทุกคนต้องมีอาชีพและรายได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องข้าวกำลังแก้ไขว่าจะลดต้นทุนอย่างไร ทุกวันนี้ต้นทุน 6,000 บาทขายได้ 7,000-8,000 บาทไม่พอกินก็เป็นหนี้จากการกู้เงินนอกระบบ และข้าวมีปัญหาหกแสนกว่าล้านบาท เยอะไหมละ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใคร แต่ไม่ขอก้าวก่ายเนื่องจากเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ตอนนี้ทุกเดือนเราต้องจ่ายค่าเช่าโกดังเก็บข้าวเดือนละ 2,600 ล้านบาท เปล่าเลยนะที่โรงสีเอาไป ต่อมาก็มีรถไฟฟรี รถเมล์ฟรีอีกอีก 2,500ล้านบาท/เดือน ที่ต้องเสียเปล่าๆอีก รวมแล้วก็ปีละ 60,000ล้านบาท ส่วนเรื่องข้าวก็ขายไม่ออก ราคาตก ข้าวมันเน่า มันเสีย เพราะฉะนั้นจะให้รัฐบาลสนับสนุนทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ และวันนี้ข้อตกลงการค้า WTO เขาห้ามแทรกแซงตลาด ดังนั้นผิดเยอะเลยนะ เพราะรัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในเรื่องกฎหมายบางรัฐบาลมีกฎหมายที่ไม่สามารถออกได้และยังมีที่ค้างอยู่ 400-500 ฉบับที่ต้องส่งต่อให้มีการปฏิรูป สำหรับเรื่องรัฐธรรมนูญจะออกได้หรือไม่ก็อยู่พวกเรา ช่วงเวลา 8 เดือนที่เข้ามาคือการรื้อปัญหาเก่า แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดและวางอนาคต อย่างไรก็ตามวันนี้ข้าราชการทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นต้องร่วมมือกันและอปท.ซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนต้องช่วยไม่ใช่ต่างคนต่างจะเอางบประมาณควรใช้เงินเท่าที่มีเมื่อขาดเหลือให้ผู้ว่าฯ เอามาเสริมหากทำแบบนี้ได้งบประมาณที่จะลงมาก็จะมากขึ้น ก็จะทำให้ปัญหาอื่นๆ ตามมาอีก ปัญหาต่างๆ รู้ทุกเรื่อง ทุกกระทรวงแต่การสั่งการต้องมีการวางแผนระยะสั่น ระยะกลางและระยะยาวที่บอกว่าราคา
ส่วนการแก้ไขปัญหายางพารา พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยางตกเพราะราคาน้ำมันตกซึ่งไม่เกี่ยวกัน แต่ตอนนี้ราคาซื้อยางถูกคนก็เอาน้ำมันไปทำยางทำให้เกิดการซื้อยางดิบน้อยปริมาณจึงเหลือมากก็ไปกดราคากันเพราะเอาน้ำมันไปทำยางเทียม ส่วนเรื่องการเก็บภาษีว่ายังไม่ได้บังคับใช้ตอนนี้และการเก็บ 1 เปอร์เซ็นต์ก็ต้องดูรายได้ของทุกคนเพื่อให้เกิดความทัดเทียมใครที่รายได้ไม่ถึงก็ไม่ต้องเสีย
"ยืนยันว่าผมไม่ใช่นักการเมืองไม่ได้มาหาเสียง ไม่ใช่ทำเพื่อกลุ่มของใครเหมือนอย่างที่มีการอ้างที่ว่าทำเพื่อประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง ซึ่งมันไม่ได้แต่หากประชาชนมั่นใจว่าเลือกไปแล้วโปร่งใสก็ว่ากันไป และอย่ามาเลือกผมเพราะไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากนายกฯ กล่าวกับประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ได้มีการสะท้อนปัญหาเรื่องของค่าแรงการจ้างงานของบางหน่วยงานที่ยังไม่สอดคล้องกับค่าแรงขั้นต่ำซึ่งนายกฯ ได้รับทราบปัญหาพร้อมระบุจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดูแลและแก้ไขซึ่งเรียกเสียงปรบมือแสดงความพอใจจากหน่วยงานต่างๆ จากนั้นได้เดินทักทายกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ขอถ่ายรูปโดยระบุว่าขณะนี้ประเทศไทยปลอดภัยเราจะดูแลให้ขอให้เดินทางมาท่องเที่ยว และนายกฯ กล่าวกับนักท่องเที่ยวชาวเนเธอแลนด์รายหนึ่งว่า “ชอบชายหาดหัวหินหรือไม่ ถ้าชอบก็ขอให้กลับมาเที่ยวอีกและเราก็จะไปเที่ยวประเทศของท่านเหมืนอกัน” จะนั้นนายกฯ ได้แวะทักทายพ่อแม่ค้าบริเวณนั้นพร้อมรับของที่ระลักทั้งน้ำมะพร้าว มะขามหวาน ช่อดอกไม้และเสื้อที่ตัดเย็บจากผ้าโขมพัฒน์จากน.ส.จงกลณีพร้อมระบุว่าขอให้อดทนเพราะเจ้าหน้าที่กำลังดูแลและช่วยจัดระเบียบเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยน่าเดินทางมาท่องเที่ยวโดยนายกฯ ได้มอบเงินขวัญถุงให้แก่น.ส.จงกลณีในการค้าขาย โดยน.ส.จงกลนี ได้ขอบคุณที่มีการจัดระเบียบและทำให้ดีขึ้น พร้อมกับขอให้มีการอำนวยความสะดวกเรื่องน้ำกับไฟฟ้า ซึ่งนายกฯได้สั่งการให้ผู้ว่าประจวบคีรีขันธ์ดำเนิน และก่อนที่นายกฯ เดินทางกลับมีแม่ค่ารายหนึ่งต้องการมอบน้ำดื่มให้นายกฯ นายกฯ จึงสั่งการให้เจ้าหน้ามอบเงินขวัญถุงในการทำการค้าขายเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่จัดงานเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจความเรียบร้อยบริเวณชายหาดและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเข้มงวด และขอความร่วมมือในการตรวจความปลอดภัยผู้ที่มาร่วมงานและเจ้าหน้าหน้าที่อีโอดีได้นำสุนัขทหารมาตรวจความเรียบร้อยและสิ่งผิดปกติตลอดแนวขายหาด ขณะที่บริเวณจุดตั้งเต็นท์เปิดงานได้มีเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารกระจายเฝ้าระวังตามจุด อย่างไรก็ตามก่อนที่นายกฯ จะเดินทางมาถึงได้มีหญิงวัยกลางคนที่ค้าขายบริเวณชายหาดพยายามจะขอพบนายกฯ โดยแสดงท่าทีโวยวายเจ้าหน้าจึงนำตัวออกจากงานเพื่อพูดคุยให้สงบสติอารมณ์ก่อนจะนำตัวไปยังสภ.หัวหิน
เผยนำเรื่องที่ดินสร้างมหาลัยใหม่เข้าครม.ให้แล้ว
เมื่อ17.30น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ตนดีใจที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเก่าอีกครั้ง และขอบคุณชาวหัวหินและชาวประจวบคีรีขันธ์ที่ให้การต้อนรับและให้กำลังใจอย่างดี และหลายเรื่องที่ผู้ว่าราชการจังหหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เสนอไปตนได้นำเข้าที่ประชุมครม.ไปแล้ว ทั้งเรื่องการดูแลที่ทำกินก็นำเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายที่ดินไปด้วย และมีแนวคิดว่าอาจจะมีการสร้างมหาวิทยาลัยสักแห่งในที่ที่ว่างเปล่า 700-800 ไร่ที่มีอยู่แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการจัดระเบียบชายหาดก็ขอบคุณผู้ประกอบการหลายร้านที่เข้าใจ และยอมรับในกติกา และตนได้ก็ได้อธิบายขอความร่วมมือโดยใช้หลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ แต่ต้องใช้นิติศาสตร์ก่อนเพราะมันผิดมันถูกอย่างไร ก็ต้องมีการปรับแก้กันต่อไป เพราะเราไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ถามว่าคนจะแน่นกว่านี้หรือไม่ก็คงแน่นแน่นอน ก็จะแก้ไขให้และพิจารณาผ่อนผันให้ อย่างไรก็ตามทุกพื้นที่มีความแตกต่าง เมื่อเทียบกับภูเก็ต พังงา ก็คนละแบบ ก็ได้ให้แนวทางกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว
“ฝรั่งมาเที่ยวเขาพอใจมากเขาบอกว่าสวยงาม ทรายสีขาวละเอียด อากาศร้อนหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะบ้านเขาหนาวมาจึงมา ทุกคนชื่นชมประเทศไทยดังนั้นเราต้องรักกัน ทำยังไงเขาถึงจะมาเที่ยวบ้านเรามากขึ้น ถ้าเราขัดแย้งไม่ได้ เราต้องเดินหน้าปฏิรูปให้ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
คิกออฟครม.สัญจรหัวหิน
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ในวันที่ 27 มีนาคม ณ สวนสนประดิพัทธ์ แห่งที่ 2 อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นแม่งานจัดนิทรรศการแสดงผลงานนวัตกรรมฝีมือคนไทย 14 กระทรวง รวมทั้งสิ้น 332 ชิ้นงาน โดยแบ่งการจัดนิทรรศการออกเป็น 7 โซน ซึ่งแต่ละโซนมีไฮไลต์สำคัญอาทิ
โซนที่ 1 เกษตรและชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำนวัตกรรมเครื่องฆ่ามอดข้าวด้วยคลื่นวิทยุระดับอุตสาหกรรม โดยใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุซึ่งสามารถกำจัดมอดและแมลงโดยไม่สร้างความเสียหายต่อเมล็ดข้าว ถัดมาเป็นนวัตกรรมหุ่นยนต์หยอดข้าวอัจฉริยะ ทำให้ต้นข้าวเรียงตัวเป็นแถวอีกทั้งยังกำหนดจำนวนเมล็ดต่อหลุมหยอดได้ โดยใช้เมล็ดพันธุ์เพียง 1.5 กิโลกรัมต่อไร่ และรวมนวัตกรรมอื่นๆอีกมากมาย เช่น ฝนหลวง ข้าว 12 สายพันธุ์ พันธุ์ปาล์มน้ำมัน ชีวภัณฑ์ไส้เดือนฝอย ถนนและบล็อกปูพื้นจากยางพารา ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้นำอากาศยานไร้คนขับเพื่อการทำแผนที่ทางการเกษตรรายละเอียดสูงและแผนที่แบบ 3 มิติ มาแสดง
โซนที่ 2 น้ำ มีการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ตั้งแต่ การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค การสร้างความมั่นคงน้ำภาคการผลิต การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและการพังทลายของดิน ตลอดจนการบริหารจัดการ ด้านกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและเกษตร (สสนก.) ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พัฒนาเรือนอัตโนมัติสำหรับงานสำรวจและเก็บข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้พัฒนารูปแบบและกลไกของเรือขนาดเล็กให้สามารถบรรทุกเครื่องมือสำรวจตรวจวัดคุณภาพน้ำ
โซนที่ 3 ระบบราง โดยกระทรวงคมนาคม นำเทคโนโลยีการใช้ยางพารามาผสมกับแอสฟัสต์ซีเมนต์ สำหรับก่อสร้างเป็นผิวทางและผสมกับแอสฟัสต์อิมัลชันสำหรับยารอยแตกเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวทางและเพิ่มความฝืดให้ผิวทาง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับกลุ่มผู้ออกแบบพัฒนาระบบเครื่องกั้นรถไฟอัตโนมัติ โดยใช้เซนเซอร์นับล้อตรวจจับขบวนรถไฟและส่งสัญญาณไปเปิดปิดเครื่องกั้นรถไฟฟ้าอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีสำหรับรถไฟฟ้าคือ ปุ่มหยุดรถไฟฉุกเฉิน EMP สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กดเพื่อหยุดไม่ให้รถไฟฟ้าเข้ามาที่สถานีในกรณีเกิดเหตุการณ์ผู้โดยสารตกจากชานชาลาลงในไปรางวิ่งรถไฟฟ้า
โซนที่ 4 การแพทย์และสมุนไพร มีการนำเก้าอี้ทำฟันสำหรับผู้พิการ พัฒนาโดยบริษัทไทยเด็นทอล อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด จากการสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยนวัตกรรมดังกล่าวเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการและผู้สูงอายุสามารถนำรถเข็นของผู้พิการเข้าไปในเครื่องมือได้ทั้งเครื่องโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้พิการ จึงทำให้ทันตแพทย์สามารถทำการรักษาผู้ป่วยได้ทันที อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้นอกสถานที่ได้โดยสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ได้ ขณะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ กระทรวงสาธารณสุข นำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง บัว ไผ่ ข้าว มานำเสนอ โดยเป็นการไขรหัสลับจากธรรมชาติ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ได้ผลดีไม่แพ้ครีมต่างประเทศในราคาย่อมเยา
โซนที่ 5 ความมั่นคง พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงกลาโหมได้นำนวัตกรรมการอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งสามารถบินได้ด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้นักบินประจำการ สามารถใช้ปฏิบัติภารกิจด้านข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ การค้นหาเป้าหมาย และการลาดตระเวนได้ อีกนวัตกรรมที่น่าสนใจคือ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่ใช้ป้องกันการจุดชนวนระเบิดในระยะไกล และได้นำไปใช้แล้วในการรักษาความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมคือ ระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ โดยนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาย่อยสลายสารอินทรีย์มาเปลี่ยนรูปเป็นก๊าซชีวภาพซึ่งได้ประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง อาหาร และโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มแล้ว
โซนที่ 6 ท่องเที่ยววิถีไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดนิทรรศการท่องเที่ยววิถีไทยที่รวมเทศกาลสงกรานต์ นิทรรศการ 12 เมืองต้อง...ห้ามพลาด ได้แก่ ลำปาง น่าน เพชรบูรณ์ เลย บุรีรัมย์ จันทบุรี ตราด ราชบุรี สมุทรสงคราม ชุมพร นครศรีธรรมราช และตรัง โดยมีการประยุกต์ใช้คิวอาร์โค้ดในการให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกด้วย รวมถึงนิทรรศการว่าวไทย 4 ภูมิภาค ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทย และนวัตกรรมว่าวที่ผลิตโดยคนไทย นิทรรศการ Google Map Street View โดยนำเทคโนโลยีการถ่ายภาพ 360 องศา มาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว
โซนที่ 7 SMEs และการส่งเสริมการส่งออก มีการนำเครื่องเกี่ยวนวดข้าวที่มีประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวในพื้นที่นาหล่ม ลดการสูญเสียข้าวรวมไม่เกิน 3% ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนในการผลิต ถุงมือผ้าเคลือบยางพาราเอนกประสงค์ โดยใช้น้ำยางพาราเคลือบเพื่อเพิ่มความหนึบ กันลื่น และป้องกันการบาดของขอบถุงมือ นวัตกรรมแผ่นยางรองเท้าเพื่อสุขภาพ ผลิตจากยางธรรมชาติที่พัฒนาคุณสมบัติได้ใกล้เคียงกับเนื้อเยื่อส้นเท้าของคน ซึ่งช่วยในการกระจายแรงกด ลดแรงกระแทกและลดความดันส้นเท้าได้ เหมาะสำหรับนักกีฬา หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีน้ำหนักมาก ผู้ที่มีปัญหาเจ็บส้นเท้าและคนรักสุขภาพ หมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ เป็นหมอนหนุนศีรษะที่มีปุ่มนวดทั่วทั้งใบ ซึ่งช่วยกระจายแรงกดทับ และช่วยการไหลเวียนของโลหิต ผลิตจากน้ำยางพาราธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ มีความนุ่มและยืดหยุ่นสูง มีการระบายอากาศที่ดีทำให้ไม่อับชื้น ทำให้ศีรษะเย็นสบายตลอดเวลาที่นอนหลับพักผ่อน
นอกจากนี้ ยังจัดให้มีหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) และธนาคารออมสิน ที่เป็นกลไกส่งเสริม SMEs เพื่อรับขึ้นทะเบียน รวมไปถึงการบริการต่างๆ เช่น สินเชื่อเพื่อนวัตกรรมด้วย
กมธ.ปฏิรูปสื่อหวั่นกม.ศก.ดิจิทัลกระทบ
นายจุมพล รอดคำดี ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงว่าที่ประชุม กมธ.ปฏิรูปสื่อสารมวลชนฯได้หารือเรื่องกฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 10 ฉบับ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้มีกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบ ยื่นหนังสือร้องเรียนมายัง กมธ.ปฏิรูปสื่อสารมวลชนฯโดยอ้างว่า กฎหมายดังกล่าวนี้อาจมีแนวทางไม่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปสื่อ อย่างที่คณะกมธ.ปฏิรูปสื่อสารมวลชนฯ กำลังดำเนินการอยู่
นายจุมพล กล่าวว่า คณะกมธ.ปฏิรูปสื่อสารมวลชนฯได้ ศึกษา ข้อดี ข้อเสีย ร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ โดย 1.พิจารณาถึงผลกระทบของเสรีภาพของประชาชน ต่อการสื่อสารและรับรู้ข้อมูลข่าวสาร 2. ผลกระทบต่อโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการสื่อสารมวลชน ซึ่งผลการศึกษาพบสรุปได้ว่า นโยบายพัฒนาประเทศไทยไปสู่ เศรษฐกิจและดิจิทัลของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ดี
นายจุมพล กล่าวว่า แต่เมื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลทั้ง 10 ฉบับ พบว่ามีแนวทางไปทางที่มุ่งเน้นปกป้องความมั่นคงของประเทศมากกว่าความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่งผลเสียเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมมากกว่าผลดี และอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง แต่ขาดการมีส่วนร่วมของจากภาคส่วนต่างๆของสังคม ดังนั้นตัวกฎหมายนี้อาจจะไม่สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้บรรลุตามจุดประสงค์และหลักการที่รัฐบาลวางนโยบายไว้
นายจุมพล กล่าวว่า ส่วนเรื่องโครงสร้าง สถานะและบทบาท อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน องค์กร หรือหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามร่างกฎหมายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ยังไม่ครอบคลุมประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญและระมัดระวัง สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ กสทช. และกองทุน ทาง กมธ.เห็นว่า กสทช.จะถูกลดบทบาทลง จนเป็นองค์กรที่ขาดความเป็นอิสระ โดยคณะกรรมการดิจิทัล เศรษฐกิจและสังคมจะเป็นผู้เข้ามามีบทบาทแทน อำนาจในการจัดสรรและกำกับดูแลคลื่นความถี่จะถูกแทรกแซง ทั้งจากกลุ่มอำนาจทางการเมือง และอำนาจทุนได้โดยง่าย มีความไม่ชัดเจนในภารกิจของรัฐ ในฐานะผู้ประกอบการและผู้กำกับดูแล ส่งผลให้การพัฒนา ตามแนวทางปฏิรูปสื่อ ย้อนกลับไปสู่ อดีตที่รัฐถือครอง คลื่นความถี่จำนวนมาก นอกจากนี้ภาครวมกฎหมายทั้ง 10 ฉบับไม่มีมาตรการรองรับ กลไกการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ตามทาง กมธ.ปฏิรูปสื่อสารมวลชนฯ ได้จัดตั้งอนุ กมธ. ขึ้นมา 1 ชุดเพื่อศึกษากฎหมายทั้ง 10 ฉบับเป็นการเฉพาะ โดยมีนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ทำหน้าที่เป็นประธาน
ด้าน นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กล่าวว่า อนุกมธ.ชุดนี้จะศึกษาว่าสอดคล้องกับการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศตามที่ กมธ.ได้พูดคุยกันไว้หรือไม่ มีประเด็นหลักใน 2 ประเด็นคือ เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และ 2. คือเรื่องการปฏิรูปสื่อ ซึ่งยังคงยืนยันให้มีองค์กรอิสระจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม กิจการวิทยุ โทรทัศน์และเพิ่มบทบาทในการกำกับดูแลกิจการสารสนเทศ จากการศึกษาพบว่าโดยหลักการ ทางคณะ กมธ. ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีแนวนโยบายที่จะสร้างประเทศไทย ให้ก้าวสู่สังคมเศรษฐกิจและดิจิทัล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีแต่ร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ ดูจะตรงข้ามกับหลักการที่ควรจะเป็น แทนที่จะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล แต่กลับจะเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล
นายวสันต์ กล่าวว่า เนื่องจากว่ากิจการทางด้านนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยของระบบไซเบอร์ ซึ่งผู้ประกอบการจะสามารถรักษาความปลอดภัยความลับของลูกค้าในเชิงส่วนตัวและธุรกิจได้ แต่กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจกับคณะกรรมการดิจิทัลแห่งชาติค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันก็ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่มากในเรื่องของการตรวจค้น เข้าไปแทรกแซง ในระบบหรือดูรายละเอียดต่างๆด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการไม่มั่นใจในการทำธุรกิจ และอาจทำให้ต้องถอนตัว ถอนการลงทุนออกไปได้ ซึ่งทางอนุกมธ.ฯ พบว่าแทนที่จะเป็นการส่งเสริม กลับเป็นการบ่อนทำลาย
นายวสันต์ กล่าวว่า การที่มีคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ควรจะเป็นคณะกรรมการที่จะมาดูเรื่องนโยบาย แต่เมื่อนำไปสู่การปฏิบัติควรจะต้องมีการเสนอนายกรัฐมนตรี โดยผ่านความเห็นชอบของสภา ก่อนที่จะขับเคลื่อนหรือผลักดัน มิฉะนั้นทางคณะกรรมการที่ว่านี้จะมีอำนาจเท่ากับคณะรัฐมนตรี ซึ่ง กสทช.จะต้องฟังทั้ง 2 ส่วน ซึ่งทางคณะกรรมการอาจจะเข้าไปแทรกแซงหรืออาจเข้าไปกำกับดูแล กสทช.และทำให้การจัดสรรคลื่น่ความถี่ที่ควรจะเสรี ก็อาจจะได้รับผลกระทบตรงนี้ได้ ขณะเดียวกันคลื่นความถี่ที่ควรเป็น ทรัพย์ยากรของชาติ เพื่อประโยชน์โดยรวม ก็อาจจะถูกกันออกไปบางส่วน
นายวสันต์ กล่าวว่า แต่เดิม กสทช.จะเป็นคนทำแม่บทและจัดสรรคลื่นความถี่ แต่ในอนาคตคณะกรรมการดิจิทัลแห่งชาติ จะกลายเป็นคนดูแผนความถี่ ความถี่ การจัดสรรคลื่นความถี่ ก่อนจะให้ กสทช.ไปดูอีกครั้งในเรื่องของการจัดสรรคลื่น ซึ่งการออกฎหมายดังกล่าวออกมานั้นอาจจะกระทบต่อประชาชนได้



