
'ดีเอสไอ'ยัน'ธัมมชโย'ต้องให้ปากคำ
27 มี.ค. 2558
'ดีเอสไอ' ยัน 'ธัมมชโย' ต้องให้ปากคำด้วยตัวเอง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ขณะที่ ปปง.บุกอายัดทรัพย์บ้าน 2 สาวคนสนิท 'ศุภชัย'
27 มี.ค. 58 พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินคดียักยอกฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสอบสวน ว่า ดีเอสไอได้สอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 30 ปาก โดยในการเข้าให้ปากคำของพระมหาบุญชัย ผอ.ฝ่ายการเงินและบัญชี วัดพระธรรมกาย ได้ชี้แจงถึงการรับเช็คบริจาคของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 13 ฉบับ ซึ่งแยกบริจาคให้วัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยพระมหาสมชาย ยืนยันว่า ไม่ได้รับเช็คอีก 2 ฉบับ วงเงิน 130 ล้านบาท ทำให้ข้อเท็จจริงระหว่างดีเอสไอกับวัด แตกต่างกัน ดังนั้น พระธัมมชโย จึงจำเป็นต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำด้วยตัวเอง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และทำความจริงให้กระจ่าง โดยพนักงานสอบสวนจะประชุมร่วมกัน เพื่อกำหนดวันเข้าให้ปากคำอีกครั้ง นอกจากนี้จะเรียกพระวิรัตน์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเกี่ยวกับเช็ค 4 - 5 ฉบับ เข้าให้ปากคำด้วย
ปปง.บุกอายัดทรัพย์บ้าน 2 สาวคนสนิท 'ศุภชัย'
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจสอบบ้านพักของนางปทุมพร (ขอสงวนนาม) ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เนื้อที่กว่า 3 ไร่ ซึ่งเปิดเป็นสำนักทรงเจ้า เนื่องจากมีข้อมูลว่า นายศุภชัย ผู้ต้องหาคดียักยอก และฉ้อโกงเงินสหกรณ์ฯ ได้นำทองรูปพรรณ รวมทั้งทรัพย์สินจำนวนมาก มาไว้ที่บ้านของนางปทุมพร ในช่วงระหว่างปี 2555 - 2556 โดยนางปทุมพรมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายศุภชัย ซึ่งจากการตรวจค้นพบ กระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ รถยนต์หรู 12 คัน และทองรูปพรรณ นอกจากนี้ยังพบอีกว่า นายศุภชัยได้นำเงินที่ยักยอกมาซื้อที่ดินจำนวน 45 ไร่ โดยใช้ชื่อของนางปทุมพรด้วย อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำนางปทุมพร เบื้องต้นระบุว่า นายศุภชัยเป็นลูกศิษย์ เคยมาพบและนำเงินมาร่วมทำบุญ 3 - 4 ครั้ง ส่วนทรัพย์สินที่ตรวจพบเป็นทรัพย์สินที่ลูกศิษย์มอบให้ ซึ่งมีหลายรายการ
"กรณีนางปทุมพร ปปง.จะต้องตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่อ้างว่าลูกศิษย์นำมามอบให้ มีอะไรบ้าง โดยต้องเรียกลูกศิษย์มาสอบปากคำ ซึ่งทรัพย์สินที่พบส่วนใหญ่เป็นเครื่องทองขนาดใหญ่ น้ำหนักทองคำชิ้นละ 5 - 10 บาท รวมทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมหลายยี่ห้ออีกกว่า 40 ใบ"
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของนางผกามาศ (ขอสงวนนาม) หญิงสาวใกล้ชิดนายศุภชัย อีก 1 ราย ซึ่งมีบ้านตั้งอยู่ห่างออกไปจากบ้านของนางปทุมพร ประมาณ 8 กิโลเมตร และได้อายัดเงินสด 200,000 บาท รถยนต์ และทองคำน้ำหนัก 5 บาท โดยในวันนี้ ปปง.ได้เข้าตรวจค้นทั้งหมด 4 จุด อยู่ระหว่างการทำรายการทรัพย์สิน และประเมินราคาทรัพย์ ซึ่งหลังจากนี้ ปปง.จะเปิดโอกาสให้เจ้าของทรัพย์ชี้แจงที่มาของทรัพย์ภายใน 90 วัน หากชี้แจงได้ ปปง.ก็จะเพิกถอนการอายัด
ตรวจสอบที่ดิน 50 ไร่ ย่านปทุมฯ
พ.ต.อ.ดุษฏี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลอาชญากรรมพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจสอบโฉนดที่ดินที่นายศุภชัย ใช้เงินที่ยักยอกจากสหกรณ์ฯ ซื้อและโอนขายต่อ
ข้อมูลเบื้องต้นพบที่ดิน 8 แปลง ที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้่อที่ 50 ไร่ ที่อยู่ในข่าย โดยนายศุภชัย ได้ทำการโอนขายต่อ มีการทำสัญญาซื้อขายรวม 300 ล้านบาท โดยไม่พบการโอนเงินที่ขายที่ดินได้เข้าสหกรณ์ฯ การโอนที่ดิน 8 แปลงนี้ ทำเมื่อ 7 มิ.ย. 2556 หลังจากนายศุภชัย ตกเป็นผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ ตั้งแต่ 19 เม.ย. 56 จึงประจักษ์ชัดว่า เข้าองค์ประกอบการฟอกเงิน โดยนำเงินจากการกระทำผิดไปซื้อและขายที่ดินเพื่อฟอกเงิน
นอกจากนี้ ในการตรวจสอบโฉนด ยังพบข้อพิรุธที่การโอนที่ดิน 8 แปลง โอนลักษณะฟันหลอ หรือเว้นบางแปลง เมื่อเรียกตรวจโฉนดที่ฟันหลอ จึงพบว่ามีชื่อนายศุภชัย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ ซึ่งต้องเรียกตรวจสอบผู้มีชื่อร่วมกับนายศุภชัยในแปลงอื่นทั้งหมด ว่าเป็นตัวแทนหรือไม่ โดยดีเอสไอกับ ปปง.จะร่วมกันตรวจสอบการโอนขายที่ดินทุกแปลงของนายศุภชัย ตั้งแต่ปี 2552 - 2556 โดยจะรื้อตรวจในสารบบ แบบวันต่อวัน ว่านายศุภชัย มีการครอบครอง และโอนขายไปให้กับใครบ้าง และมีการซื้อขายกันจริงหรือไม่ เพื่อยึดทรัพย์จากการกระทำผิดเพิ่มเติม
สำหรับพิกัดที่ดินทั้ง 8 แปลง ที่นายศุภชัย ใช้เงินยักยอกสหกรณ์ฯ ซื้อและขาย ที่ดินจริงอยู่ติดรั้ววัดพระธรรมกาย มองเห็นวิหารแม่ชีจันทร์ขนนกยูง อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังพบเส้นทางการถ่ายโอนโฉนดที่ดินจากนายศุภชัย ไปยังบุคคลอื่นๆ ก่อนหน้า ปปง.จะเข้าตรวจค้นสหกรณ์ฯ เมื่อปี 2556



