ข่าว

สืบจากปิกอัพสีขาว....จับมือปืนยิงพระหมอ

สืบจากปิกอัพสีขาว....จับมือปืนยิงพระหมอ

27 มี.ค. 2558

สืบจากปิกอัพสีขาว....จับมือปืนยิงพระหมอ : ทีมข่าวอาชญากรรม

               หลังจากใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานนานเกือบ 1 เดือน ในที่สุดตำรวจก็สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาร่วมขบวนการยิงพระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือพระหมอ เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด บ้านโนนเดื่อ อ.เมือง จ.อุดรธานี มรณภาพขณะกลับจากบิณฑบาต เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา

               คนแรกคือ ปัญจ๋า หรือโบ้ ชารีแสน ซึ่งสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ตำรวจช่วยราชการงานปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองอุดรธานี ให้ยิงพระอาจารย์บัณฑิต โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 5 หมื่นบาท โดย ด.ต.ชาญชัยเป็นผู้ชี้เป้าและขับรถให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ขณะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว

               การจับกุมมือปืนและคนชี้เป้าที่เป็นคนในเครื่องแบบครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ฝึกพิเศษ บช.ตชด. ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สาเหตุที่คดีไม่มีความคืบหน้าก่อนหน้านี้เพราะมีคนมีสีระดับบิ๊กในพื้นที่ เข้าไปยุ่งเหยิงทางคดี ทำให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีทำงานด้วยความยากลำบากจนเกิดความล่าช้าในการสางคดี

               แต่อุปสรรคในการคลี่คลายคดีนี้เกิดขึ้นด้วยหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานที่เกิดเหตุซึ่งไม่ใช่เขตเมือง ทำให้การรวบรวมหลักฐานที่นำไปสู่เบาะแสของคนร้ายทำได้ยาก โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่ไม่มีติดตั้งในละแวกที่เกิดเหตุ อีกทั้งการสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร จึงยิ่งทำให้ตำรวจทำงานได้ยากขึ้น

               กระทั่งชุดคลี่คลายคดีจากกองบังคับการปราบปรามลงพื้นที่เข้าไปประสานงานกับชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ปูพรมค้นหาหลักฐานและพยานแวดล้อม กระทั่งได้เบาะแสสำคัญจากพยานปากเอกรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเห็นเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือ

               “คนร้ายเป็นชาย 2 คนใช้รถกระบะสีขาวเป็นพาหนะในการลงมือ” เบาะแสสำคัญที่ตำรวจได้จากพยานรายนี้

               ขณะที่แนวทางการสืบสวนของตำรวจเชื่อว่าคดีจ้างวานฆ่าในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนส่วนใหญ่มักจะมีกลุ่มคนมีสีเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ชุดสืบสวนมีความเชื่อว่าคดีนี้ก็เช่นกัน จึงพยายามตรวจสอบย้อนหลังกระทั่งพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปยุ่งเหยิงกับการตรวจสอบประวัติของผู้เสียชีวิตจากทะเบียนราษฎร จึงได้เชิญมาสอบถามกระทั่งพบสิ่งผิดปกติเชื่อมโยงไปยัง ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ตำรวจช่วยราชการงานปราบปรามยาเสพติด บก.ภ.จว.อุดรธานี ซึ่งมีความใกล้ชิดกับคนมีสีระดับบิ๊ก ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

               แนวทางการสืบสวนพบว่า ด.ต.ชาญชัยใช้รถกระบะมาสด้า สีขาว เป็นพาหนะอยู่เป็นประจำ ซึ่งรถกระบะคันนี้ สีและยี่ห้อรวมถึงเป็นรุ่นเดียวกับที่พยานปากสำคัญยืนยันว่าในวันเกิดเหตุทีมสังหารใช้ รถกระบะยี่ห้อมาสด้า สีขาว เป็นพาหนะในการลงมือ...!!!

               ชุดสืบสวนจึงขยายผลตรวจสอบหาผู้ครอบครองรถกระบะมาสด้าสีขาวคันนี้ และเชิญผู้ครอบครองมาสอบถามทราบว่า ได้นำรถกระบะมาสด้าสีขาว มาจำนำไว้กับ ด.ต.ชาญชัย ได้ประมาณ 3 เดือน ซึ่งในห้วงเวลาเกิดคดีสังหารพระบัณฑิต รถกระบะคันนี้ ด.ต.ชาญชัยนำไปใช้งาน

               นอกจากการตรวจสอบหารถกระบะมาสด้าสีขาวแล้ว ชุดสืบสวนยังพยายามสอบสวนหามูลเหตุการลอบสังหาร ซึ่งไม่พบประเด็นอื่นใดที่จะนำไปสู่การสังหารพระบัณฑิตได้ นอกจากประเด็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวกับแพทย์หญิงในพื้นที่รายหนึ่ง โดยแพทย์หญิงรายนี้มีสามีเป็นผู้กว้างขวางรายหนึ่งใน จ.อุดรธานี และมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับคนมีสีระดับบิ๊ก ซึ่งเป็นที่เคารพของ ด.ต.ชาญชัย ...???

               “ผู้หญิงเป็นภรรยาของผู้กว้างขวางซึ่งมีบ้านเล็กบ้านน้อยหลายบ้าน ผู้หญิงเกิดความไม่สบายใจระยะหลังจึงไปปฏิบัติธรรมที่วัดบ่อยครั้ง จนคุ้นเคยกับผู้ตาย ประเด็นนี้นำมาสู่ความเข้าใจผิด ซึ่งผู้กว้างขวางเข้าใจว่าผู้หญิงไปติดพันพระ จนนำมาสู่การสังหาร” แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ให้ข้อมูล

               หลังจากพบเบาะแสดังกล่าว ตำรวจได้ขยายผลจนกระทั่งแน่ชัดว่า ด.ต.ชาญชัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพระบัณฑิต จึงตรวจสอบพฤติการณ์กระทั่งพบว่าในห้วงเวลาเกิดคดีสังหารพระบัณฑิต ด.ต.ชาญชัย มีการติดต่อกับ ปัญจ๋า บ่อยครั้ง จึงตรวจสอบพบว่า ปัญจ๋า พักอาศัยอยู่ใน จ.กาฬสินธุ์ จึงไปเชิญตัวมาสอบสวน กระทั่่งสารภาพจนหมดเปลือกว่า ได้รับการว่าจ้างจาก ด.ต.ชาญชัย ให้ยิงพระบัณฑิต ในราคา 5 หมื่นบาท โดยในวันเกิดเหตุ ด.ต.ชาญชัยเป็นผู้ชี้เป้าและทำหน้าที่ขับรถกระบะมาสด้าสีขาว ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุให้

               ระหว่างตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ด.ต.ชาญชัยยังคงทำงานอยู่ตามปกติ และหายตัวไปก่อนมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ชัยญัติ และ พล.ต.ต.บุญลือ ไปช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่นาน ซึ่งจากการติดตามของชุดสืบสวนพบว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พบความเคลื่อนไหวของ ด.ต.ชาญชัย อยู่ที่ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ก่อนจะข้ามแม่น้ำโขง ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

               ก่อนถูกจับกุมทราบว่าอยู่ในความดูแลของกลุ่มพ่อค้าไม้กลุ่มหนึ่งซึ่งมีความสนิทสนมกับคนมีสีระดับบิ๊กในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ซึ่งนอกจากจะติดตามจับกุม ด.ต.ชาญชัย ได้แล้ว ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบด้วยว่า คดีสังหารพระบัณฑิต ครั้งนี้ คนมีสีระดับบิ๊ก รายนี้จะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่...???

               สอดคล้องกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่ยืนยันว่า เมื่อสามารถติดตามจับกุม ด.ต.ชาญชัย มาดำเนินคดีได้แล้ว คำสารภาพที่ได้รับจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้บงการหรือจ้างวานอีกระดับหนึ่งได้ โดยชุดสืบสวนจะขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้ทั้งหมด...!!!