
ฝันกลางวัน-ฝันร้าย
ฝันกลางวัน-ฝันร้าย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
มีคำกล่าวว่า “วิสัยทัศน์ที่ขาดการลงมือทำ คือ การฝันกลางวัน (Vision without Action is Daydream) แต่การทำโดยไม่มีวิสัยทัศน์ คือการฝันร้าย (Action without Vision is Nightmare)”
คำว่า “วิสัยทัศน์” นั้น หากแปลไทยเป็นไทยก็คือ การมองการณ์ไกล สามารถคาดหมายถึงสิ่งที่จะเป็นไปในภายหน้าได้ ซึ่งความสามารถพิเศษนี้มาจากการศึกษาเล่าเรียน ความสนใจในเรื่องนั้น การรวบรวมข้อมูลข่าวสาร การประมวลองค์ความรู้ การวิเคราะห์วิจัย และกระบวนการทางความคิดที่สลับซับซ้อน ดังนั้นวิสัยทัศน์จึงมิได้เกิดขึ้นโดยง่าย โดยเฉพาะในสังคมที่ไม่ได้สอนให้คนคิด หรือมีเหตุมีผล แต่วิสัยทัศน์ก็เป็นสิ่งที่สร้างหรือฝึกฝนได้
อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีวิสัยทัศน์ดีเพียงไร แต่ถ้าดีแต่คิด ดีแต่พูด แต่ไม่ลงมือทำให้เป็นเรื่องเป็นราวก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ดังคำเปรียบเปรยว่าเหมือนกับการฝันกลางวัน - ในทางกลับกัน บางคนอาจจะมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ทำแบบหนูถีบจักร คือไม่มีเป้าหมายในการทำที่ชัดเจน ทำตามแบบที่ทำต่อๆ กันมา หรือทำด้วยความเคยชิน ไม่เคยมองไปข้างหน้า หรือคิดอ่านพัฒนารูปแบบการทำให้ดีขึ้น คนเช่นนี้นับเป็นอันตรายมากกว่าพวกนักฝันกลางวันด้วยซ้ำ เพราะการทำโดยขาดวิสัยทัศน์ อาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อตนเองและองค์กรได้
ดังนั้นวิสัยทัศน์กับการลงมือทำจริงๆ จึงเป็นเรื่องที่ต้องอยู่ด้วยกัน และดำเนินไปพร้อมกัน งานจึงจะเกิดประสิทธิภาพโดยสมบูรณ์ ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คงจะต้องอ้างถึงประเทศสิงคโปร์ ที่อดีตนายกรัฐมนตรีลี กวน ยู สามารถ “เนรมิต” เกาะเล็กๆ ที่มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ ประชากร เงินทุน และไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใดๆ ให้กลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจและฐานะการเงินอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก
สิงคโปร์ก่อร่างสร้างตัวจากความว่างเปล่า สถานการณ์ในเวลานั้นมีสภาพเหมือนถูกมาเลเซียลอยแพ ขับออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย เนื่องจากเหตุผลทางด้านการเมืองภายในประเทศและปัญหาด้านเชื้อชาติระหว่างคนมาเลย์กับคนจีน ซึ่งในตอนนั้นสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ที่ยากจน มีทุนรอนจำกัด สิ่งเดียวที่สิงคโปร์มีอยู่ก็คือคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแรงงานจีนที่เดินทางเข้ามาจากมาเลเซีย ขาดความรู้ และประสบการณ์ แต่ ลี กวน ยู มองการณ์ไกลว่า เขาจะต้องใช้คนสิงคโปร์
เป็นต้นทุนในการสร้างชาติ โดยใช้การศึกษาและการสร้างวินัยในชาติ - ในช่วงแรก ลี กวน ยู ใช้ความเข้มงวดกวดขัน เพื่อให้คนสิงคโปร์อยู่ในกรอบเกณฑ์ แม้ว่าจะถูกโจมตีว่าเป็นเผด็จการ แต่ผลที่ได้รับในเวลาต่อมา คือคนที่มีคุณภาพ และสังคมที่มีความปลอดภัยและความสุข
ลี กวน ยู มีความตั้งใจที่จะทำให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการค้า การเงิน เศรษฐกิจ การเดินเรือ และการคมนาคมทางอากาศในภูมิภาคนี้ ทำนองเดียวกับฮ่องกง และเขาไม่รีรอที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง โดยระดมคนดีมีฝีมือเข้าร่วมงาน โดยไม่เกี่ยงงอนในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา หรือข้อจำกัดอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ละลายความแตกต่างของคนในชาติที่ประกอบด้วยคนมาเลย์ คนจีน คนอินเดีย ให้เป็นคนสิงคโปร์เท่าเทียมกัน
วิสัยทัศน์เมื่อรวมกับการลงมือทำจริง จึงย่อมมิใช่ “ฝันกลางวัน” หรือ “ฝันร้าย” อย่างแน่นอน



