ข่าว

นักบินฆาตกรรม!ผลสอบ‘เยอรมันวิงส์’ร่วง

นักบินฆาตกรรม!ผลสอบ‘เยอรมันวิงส์’ร่วง

26 มี.ค. 2558

นักบินผู้ช่วยจงใจทำลาย‘เยอรมันวิงส์’ กล่องดำชี้มีนักบินอยู่คนเดียวในค็อกพิท

                 26มี.ค.2558 อัยการเมืองมาร์กเซย์ แห่งฝรั่งเศสเปิดเผยผลล่าสุดในการสอบสวนหาสาเหตุเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 สายการบินเยอรมันวิงส์ เที่ยวบิน4ยู 9525 ตกบริเวณเทือกเขาแอลป์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ว่า นักบินผู้ช่วยจงใจทำลายเครื่องบิน ขณะที่ตนเองอยู่ในห้องนักบินเพียงคนเดียว โดยปิดล็อคประตูห้องนักบินไม่ให้กัปตันเข้ามา
    
                 นายไบรซ์ โรบิน อัยการเมืองมาร์กเซย์ เปิดเผยว่านักบินผู้ช่วยชื่อ นายอันเดรส ลูบิทซ์ ชาวเยอรมันเป็นผู้บังคับเครื่องบินจนมีความเร็วสูงระหว่างลดระดับเพดานบิน ระหว่างที่ตนเองบังคับเครื่องบินโดยลำพัง และเป็นการกระทำที่เกิดจากความตั้งใจ ทั้งยังระบุด้วยว่านักบินผู้ช่วยยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงจุดที่เครื่องกระแทกพื้นดิน โดยพบว่ามีเสียงหายใจของนักบินผู้ช่วยปรากฏอยุ่ในบันทึกเสียงจากห้องนักบินที่ได้รับการบันทึกไว้ในกล่องดำ
    
                 อัยการเมืองมาร์กเซยืเปิดเผยว่านักบินผู้ช่วยใช้วิธีการปรับระดับความสูงของเครื่องบินด้วยการปรับปุ่มปรับระดับเพดานบินของระบบออโตไพลอท หรือนักบินกล ซึ่งการปรับระดับความสูงนั้นสามารถทำได้ด้วยการใช้ปุ่มบังคับของระบบออโตไพลอทและการใช้คันโยกบังคับแพนหางของเครื่องบิน
    
                 ขณะที่บันทึกเสียงในห้องนักบินชี้ชัดว่ากัปตันเครื่องบินถูกล็อคอยู่นอกห้องนักบิน ขณะที่เกิดเหตุ โดยก่อนหน้านั้นได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ และ กลายเป็นเสียงทุบประตู ซึ่งแสดงถึงความพยายามของกัปตันที่จะกลับเข้าไปในห้องนักบิน
    
                 นอกจากนั้นยังเปิดเผยดวยว่านายลูบิทซ์ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ก่อการร้าย  แต่ไม่เปิดเผยว่านักบินผู้ช่วยรายนี้นับถือศาสนาใด
    
                 หลักฐานล่าสุดของอัยการฝรั่งเศสสอดคล้องกับการเปิดเผยก่อนหน้านี้ที่ว่านักบินไม่ได้ส่งสัญญาณแจ้งเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินในช่วง 8 นาทีที่เครื่องบินลดระดับจากความสูง 38,000 ฟุตลงมากระแทกพื้น และหอบังคับการบินต้องประกาศว่าเครื่่องบินประสบเหตุร้ายเนื่องจากติดต่อกับนักบินไม่ได้
    
                 ก่อนหน้านี้มีการตั้งทฤษฎีในห้องสนทนาทางออนไลน์ของนักบิน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคน ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เครื่องบินอาจตกเพราะกระจกหน้าแตก ทำให้ระดับอ็อกซิเจนในห้องนักบินลดลงอย่างรวดเร็วจนนักบินหมดสติ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถส่งสัญญาณแจ้งเหตุร้ายได้ และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้นักบินติดต่อหอบังคับการบินครั้งสุดท้ายในช่วง 1 นาที ก่อนที่เครื่องบินจะลดเพดานบินลงและขาดการติดต่อไป และชนเข้ากับด้านข้างของเทือกเขาจนแตกเป็นเสี่ยงๆในอีก 8 นาทีต่อมา
    
                 ขณะที่เจ้าหน้าที่ของลุฟท์ฮันซา ระบุว่า เครื่องบินของเยอรมันวิงส์ อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และนักบินทั้งสองคนมีประสบการณ์มาก และเยอรมันวิงส์ชี้แจงว่า เครื่องบินลำนี้จอดให้ซ่อมแลนดิ้งเกียร์ หรือ ฐานล้อ ซึ่งช่วยรับแรงกระแทกขณะที่เครื่องบินร่อนลงจอด แต่เป็นการซ่อมเพื่อแก้ปัญหาเสียงรบกวน และไม่เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย และเครื่องบินกลับมาบินได้ในเช้าวันจันทร์ (23 มีค.) หรือ 1 วันก่อนเครื่องบินตก
    
                 ด้านประธานาธิบดีของฝรั่งเศสนำนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีและสเปนไปตรวจดูพื้นที่ที่บริเวณตีนเขาใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อวันพุธ (25 มีค.) และร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาทีแก่ผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 150 คน จากนั้นผู้นำทั้งสามขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจจุดที่มีเศษชิ้นส่วนกระจายเกลื่อนบนเขา และเยอรมันวิงส์แจ้งยืนยันว่ามีชาวต่างชาติ 18 ชาติบนเที่ยวบินนี้ โดยมีผู้โดยสารชาวเยอรมัน 72 คนและชาวสเปน 51 คน