
ยิ่งโลกร้อนอาหารยิ่งกร่อย
28 มี.ค. 2558
เวิลด์วาไรตี้ : ยิ่งโลกร้อน...อาหารยิ่งกร่อย
ถ้าพูดถึงคำว่าโลกร้อน หลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเสียเหลือเกิน เป็นเรื่องของรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ เอกชนรายใหญ่ที่จะจัดตั้งมาตรฐานและทำตามมาตรฐานที่กำหนดขึ้นมา เพื่อให้การค้าขายระหว่างประเทศนั้นเป็นไปได้
แต่จริงๆ แล้วเรื่องโลกร้อนนั้นใกล้ตัวกว่าที่เราคิดไว้มาก ทั้งจากการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น อันเกิดจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเนื่องจากภาวะเรือนกระจก ที่มีสาเหตุมาจากการก่อตัวของก๊าซมลภาวะที่สะสมอยู่บนชั้นบรรยากาศ เป็นตัวกักกันแสงอาทิตย์ไม่ให้สะท้อนกลับจากพื้นโลกไปยังอวกาศได้เต็มที่ ทำให้รังสีต่างๆ จากดวงอาทิตย์แผ่กระจายและสะสมอยู่ใต้แผ่นผิวก๊าซที่ก่อตัวเป็นชั้นหนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน
การที่อุณหภูมิพื้นผิวโลกเพิ่มสูงขึ้นนั้น ยังทำให้ปัจจัย 4 ที่สำคัญยิ่งยวดต่อการดำรงชีวิตมนุษย์นั้นเปลี่ยนแปลงไปด้วย รวมทั้ง "รสชาติอาหาร"
รายงานฉบับล่าสุดของมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น มีการระบุรายชื่อของอาหารที่กำลังถูกกัดกร่อนรสชาติด้วยการรุกคืบของภาวะโลกร้อน โดยเป็นผลการศึกษาจากการลงพื้นที่ในออสเตรเลีย ทวีปที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และออสเตรเลียเป็นประเทศที่พึ่งพาผลผลิตอาหารมากถึง 93% จากผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ ดังนั้นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีต่ออาหารในออสเตรเลียจึงสามารถตรวจวัดได้อย่างชัดเจน
ในรายชื่ออาหารที่ถูกกร่อนรสชาติจากภาวะโลกร้อน ที่สำคัญ มีชื่อของ เนื้อสัตว์ แครอท และ บีท ปรากฏขึ้นในระดับต้นๆ เนื่องจากพืชกินหัวทั้งสองชนิด ทนความร้อน-แล้งได้ไม่ดี และมีความเป็นไปได้สูงมากที่รสชาติ และสัมผัส รวมทั้งสี ของพืชกินหัวทั้งสองแบบนี้จะเปลี่ยนไป
เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ ที่เกิดจากปศุสัตว์ และสัตว์ปีกทั้งหลาย ที่จะมีรสชาติเปลี่ยนไปเนื่องจากสัตว์เกิดความเครียด ที่ต้องทนอยู่ท่ามกลางความร้อน ความแล้ง นอกจากนั้นอากาศร้อนยังทำให้สัตว์มีความต้องการอาหารน้อยลง และทำให้สัตว์อาหารของมนุษย์นั้นโตช้าลง กล้ามเนื้อที่นำมาเป็นอาหารก็มีขนาดเล็กลง เนื้อเยื่อก็มีความเหนียว และแข็งมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น พืชที่เป็นอาหารก็ต้องเผชิญกับภาวะโลกร้อนเช่นกัน เพราะความร้อน ความแล้ง ก็ทำให้ปริมาณผลผลิตธัญพืช อย่างเช่นข้าวสาลี ที่เป็นอาหารหลักของชาวตะวันตกลดลงและมีแนวโน้มราคาแพงขึ้นจากปริมาณผลผลิตที่ลดลง
แต่อาหารที่จะได้รับผลกระทบที่สุดอยู่ในกลุ่มอาหารประเภทนม และ อาหารแปรรูปจากนม ที่นักวิจัยพบว่าสัตว์ที่ให้นมมีแนวโน้มที่จะลดปริมาณการผลิตนมลง 10-25% ในอนาคตอันใกล้ และหากถาวะโลกร้อนมีความรุนแรงขึ้น ก็อาจจะลดลงมากถึง 40%
อย่างนี้ คนรัก "ชีส" เดือดร้อนแน่



