ข่าว

วัดธรรมกายแจงดีเอสไอยันรับเช็ค‘ศุภชัย’

วัดธรรมกายแจงดีเอสไอยันรับเช็ค‘ศุภชัย’

26 มี.ค. 2558

ผอ.ฝ่ายการเงินวัดธรรมกายแจงดีเอสไอ ยันรับเช็คบริจาค‘ศุภชัย’13ฉบับอีก2ไม่รู้ ใครนำไปขึ้นเงินต้องรับผิดชอบเอง

               26มี.ค. 2558 พระมหาบุญชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยนายสัมพันธ์เสริมชีพ ทนายความ ชี้แจงภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  เกี่ยวกับการรับบริจาคเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน 15 ฉบับ 875 ล้านบาทว่า เช็คจำนวนดังกล่าว มีเพียง 7 ฉบับที่สั่งจ่ายในนามของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ อีก 6 ฉบับสั่งจ่ายในนามวัดพระธรรมกาย ส่วนอีก 2 ฉบับแม้จะเป็นชื่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์รวมถึงมีการนำไปขึ้นเงินแต่ยืนยันว่าพระราชภาวนาวิสุทธิ์และวัดพระธรรมกายไม่เคยได้รับเงิน ส่วนใครนำเช็คสั่งจ่ายชื่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์ไปขึ้นเงินนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง โดยระบุว่าลูกศิษย์วัดมีเป็นล้านคน ไม่สามารถจำบุคคลที่ชื่อนำเช็คไปขึ้นเงินว่าเป็นใครและจำไม่ได้ว่าเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหรือไม่.เพราะเช็คบริจาคไม่มีการสลักหลัง ไม่ได้ขีดคร่อม ใครจะนำเช็คไปขึ้นเงินก็ได้

               พระมหาบุญชัย กล่าวอีกว่า เช็คบริจาคของนายศุภชัยที่เข้าบัญชีพระธัมมชโยมีเพียง 120 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งได้นำเข้าบัญชีมูลนิธิเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างศาสนสถานหมดแล้วจึงไม่สามารถนำเงินมาคืนให้สหกรณ์ได้ พร้อมย้ำว่าพระธัมมชโยไม่ทราบจำนวนเงินที่มีผู้มาบริจาคและไม่เคยตรวจสอบการใช้จ่ายเงินเพราะมอบหมายอาตมาให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแล เมื่อต้องการถอนเงินอาตมาจะนำใบถอนเงินให้พระธัมมชโยลงชื่อและนำเข้าบัญชีตามระบบมูลนิธิ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเข้าให้ปากคำพระมหาบุญชัยได้นำเอกสารการเงินมามอบให้พนักงานสอบสวน และนำชาร์ตการเงินมาประกอบการให้ปากคำด้วย

              นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระธัมมชโย กล่าวว่า มีการสั่งจ่ายเช็คบริจาคเข้าบัญชีพระธัมมชโยโดยตรงจริง แต่เจ้าอาวาส ไม่เคยรับเงินหรือจับเช็คเอง เพียงแต่สอบถามว่า ยอดเงินบริจาคมีจำนวนเท่าใด เช็คที่สั่งจ่าย ในชื่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือผู้ถือทั้ง 15 ฉบับ จึงไม่ต้องมีการเซ็นสลักหลังเช็ค พระมหาบุญชัยจึงเป็นผู้จัดการนำเช็คที่สั่งจ่ายชื่อพระธัมมชโย ไปขึ้นเงินเข้าบัญชีเจ้าอาวาสทุกฉบับ ดังนั้นพระมหาบุญชัยจึงเป็นผู้รู้เรื่องทั้งหมด โดยที่พระธัมมชโยไม่รู้เรื่องเลย ถึงมาพบพนักงานสอบสวนก็ตอบคำถามไม่ได้ เพราะไม่เคยจับเช็ค เพียงแต่ถามยอดบริจาค ทั้งนี้ การรับบริจาค มีทั้งบัญชีของวัด และบัญชีของเจ้าอาวาส แต่ไม่ขอตอบว่า มีการนำเงินแต่ละบัญชีไปใช้อย่างไร และปัจจุบันมียอดเงินเท่าใด

              นายสัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า หลังการให้ปากคำของพระมหาบุญชัยจะหารือกับพนักงานสอบสวนว่า หากสอบปากคำพระมหาบุญชัยได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วก็จะขอไม่พาพระธัมมชโยมาให้พบพนักงานสอบสวนได้หรือไม่ เนื่องจากพระมหาบุญชัย ได้ทำชาร์ตอธิบายรายละเอียดเงินบริจาคเข้าวัดชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนอย่างละเอียดแล้ว

              ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในการประชุมคณะพนักงานสอบสวนประจำสัปดาห์ในวันที่ 27 มี.ค.นี้. จะมีอัยการเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งดีเอสไอจะนำเสนอประเด็นที่พระธัมมชโยไม่เดินทางเข้าให้ปากคำตามหมายเรียกแต่ส่งพระที่ทำหน้าที่ฝ่ายการเงินเข้าให้ปากคำก่อน โดยอ้างว่าพระธัมมชโยยังมีอาการป่วยและไม่รู้เห็นเรื่องการรับเช็คแต่ยอมรับว่าเงินบริจาคที่ระบุชื่อพระธัมมชโยถูกนำเข้าบัญชีพระโดยตรงทั้งหมด ทั้งนี้คณะพนักงานสอบสวนจะพิจารณาข้อมูลการให้ปากคำว่าเพียงพอหรือไม่ ยังจำเป็นต้องเรียกพระธัมมชโยเข้าชี้แจงด้วยตัวเองอีกหรือไม่ ส่วนจะมีการออกหมายจับกรณีที่พระธัมมชโยขัดหมายเรียกถึง 2 ครั้งหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนพิจารณาว่ายังได้รับความร่วมมือในการส่งเจ้าหน้าที่การเงินเข้าชี้แจงและยังสามารถติดต่อได้ หากยังต้องการข้อมูลจากพระโดยตรงก็คงต้องออกหมายเรียกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะขอหารือในที่ประชุมก่อนแถลงความชัดเจนอีกครั้ง