
ไพบูลย์รับปมส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนติดข้อก.ม.
26 มี.ค. 2558
พล.อ.ไพบูลย์ ยอมรับเป็นเรื่องยาก ปมส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เหตุติดข้อกฎหมาย
26 มี.ค.58 เมื่อเวลา 11.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการเร่งรัดติดตามตัวผู้หลบหนีคดีความมั่นคงไปในต่างประเทศ รวมทั้งคดีที่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง ว่า หากพูดถึงคดีทางการเมืองกับการนำผู้ร้ายกลับมาดำเนินคดีในประเทศ ไม่สามารถปฎิบัติได้ในเรื่องสิทธิและกฎหมาย ยกตัวอย่าง หากต้องการยื่นขอลี้ภัยทางการเมืองในประเทศญี่ปุ่น กฎหมายเขาให้รับได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบ แล้ว 1 เดือนจากนั้นจึงมาดู เป็นต้น ฉะนั้นหากนำกฎหมายความมั่นคงและการเมืองไปโยงกัน ก็ตอบได้เลยว่าไม่มีทางเอาตัวคืนมาได้ วันนี้มีสองอย่างคือเรื่องนั้นๆมีความเกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองหรือไม่ ต้องแยกให้ออกก่อน และหากเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต้องระบุว่าไม่ใช่คดีทางการเมือง เราต้องทำให้ชัดเจนเมื่อแยกแล้วพบว่าไม่เกี่ยวกับคดีทางการเมือง แต่เป็นคดีอื่นที่ไม่ใช่การเมือง เช่น ก่อการร้าย การประสานจะไม่ใช่เรื่องยากเพราะทุกประเทศมีกฎหมายและมีการเชื่อมโยงทางกฎหมายกันอยู่แล้ว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ยอมรับว่าการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนยังมีปัญหาอยู่ที่ประเทศเรามีสนธิสัญญาแต่บางประเทศเขาไม่มี หากประเทศใดไม่มีเราเพียงแต่รับทราบ และเป็นเรื่องยากที่จะนำตัวกลับคืนมาและชี้แจงให้เขารู้ว่าทำไมประเทศไทยต้องมีกฎหมายอาญา มาตรา 112 และคนที่เรากล่าวถึงว่าผิดมาตรา 112 ไม่ใช่ผิดทางการเมืองตามที่เขาไปแอบอ้างเพื่อจะอยู่ในประเทศนั้นๆโดยกระทรวงการต่างประเทศต้องสรุปหลักฐานส่งไปให้ต่างประเทศนั้นๆ ซึ่งตรงนี้ที่ยังมีข้อบกพร่องเพราะกระทรวงต่างประเทศไม่มีข้อมูลตรงนี้ ซึ่งเราดำเนินการแก้ไขอยู่
เมื่อถามว่า หลังจากที่ไทยชี้แจงเหตุผลให้ประเทศที่มีผู้หลบหนีคดีไปพำนัก เช่น นิวซีแลนด์ ประเทศดังกล่าวมีท่าทีตอบกลับมาอย่างไร พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เขารับทราบว่ากฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเรื่องของจิตวิญญาณและเรื่องของสถาบัน เป็นเรื่องของความรู้สึกและจิตใจของความเป็นคนไทย ซึ่งมิตรประเทศต้องเข้าใจเราว่าทำไมต้องทำ หากเขาไม่มีเราต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและไม่ไปละเมิดกฎหมายเขา แต่ต่างประเทศต้องเข้าใจด้วยว่าคนไทยรับไม่ได้กับเรื่องหมิ่น
เมื่อถามว่า หากต้องการให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ ควรมีการผ่อนปรนความเข้มงวดการบังคับใช้มาตรา 112 บ้างหรือไม่ เหมือนประเทศอังกฤษ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้เราถึงตรงนั้นหรือยัง ต้องดูว่าบริบทของประเทศไทยด้วยเพราะเป็นเรื่องใหญ่ เราเป็นผู้บริหารต้องเข้าใจว่ามาตรา 112 หากพูดให้เข้าใจง่ายก็คือกฎหมายหมิ่นประมาทหรือกระทำการต่อสถาบันของเราที่ไม่อยู่ในฐานะจะออกมาต่อสู้ได้ในทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายนี้เพื่อให้ฝ่ายบริหารมาทำหน้าที่แทน และฝ่ายบริหารจะถูกอ้างอยู่เสมอว่านำเรื่องการเมืองมากล่าวร้ายโจมตี
“ วันนี้เราจำเป็นที่จะไม่ต้องมีกฎหมายฉบับนี้ได้ใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นสถาบันต้องลงมาดูแลเองเพราะกฎหมายหมิ่นประมาทต้องฟ้องร้องด้วยตัวเองอย่างนั้นใช่หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องคิด หากเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่สถาบันจะต้องลงมา ประชาชนคนไทยต้องคิดเองว่าเราต้องมีแบบนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น หรืออังกฤษ หรือยัง ถ้าถึงตรงนั้นก็หมายความว่าสถาบันต้องดูแลตัวเองแล้วถามว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ ” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว



