ข่าว

ไฟเขียว!ถ่ายทอดสดชำแหละร่างรธน.

ไฟเขียว!ถ่ายทอดสดชำแหละร่างรธน.

26 มี.ค. 2558

'เทียนฉาย' ไฟเขียวถ่ายทอดสดชำแหละร่างรัฐธรรมนูญ ลั่นไม่ปล่อยให้ รธน.มีตำหนิผ่านไปได้ ชี้เมืองไทยป่วย เพราะขาดคุณธรรม

 
                         26 มี.ค. 58  นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงการเตรียมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. ระหว่างวันที่ 20 - 26 เม.ย. ว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 26 มี.ค. ที่ประชุมวิป สปช.จะประชุมกำหนดกรอบการพิจารณารัฐธรรมนูญ ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดไว้ 70 ชั่วโมง ซึ่งการพิจารณาจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาฯ แต่สิ่งที่ห่วง คือ หากไม่มีการกำหนดกรอบแนวคิดในการพิจารณาอาจขาดความต่อเนื่องในการอภิปรายในประเด็นเดียวกัน ส่วนกรณีที่สมาชิก สปช.ยังมีความเห็นไม่สอดคล้องกับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น การมีความเห็นแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา เชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯ จะรับฟังความเห็นของสมาชิก เมื่อผู้เสนอด้วยเหตุผล ผู้รับฟังก็จะรับฟังด้วยเหตุผล กมธ.ยกร่างฯ ไม่เคยหักด้ามพร้าด้วยเข่า พยายามอธิบายด้วยเหตุผล ส่วนตัวยังเชื่อว่า ร่างที่ทำอยู่ยังไม่ใช่ร่างที่สรุปสุดท้าย ยังมีโอกาสปรุงแต่งแก้ไขได้จนกว่าจะถึงวันที่ 17 เม.ย.
 
                         เมื่อถามว่า ท่าทีของประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดูเหมือนมีความแข็งกร้าว โดยเฉพาะประเด็น ระบบการเลือกตั้งและที่มาของนายกฯ นายเทียนฉาย กล่าวว่า คิดว่าประธานแข็ง แต่ไม่ได้กร้าว เชื่อว่าสุดท้ายความเห็นของประธานและกรรมาธิการที่ออกมาเป็นร่างรัฐธรรมนูญ จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ
 
                         เมื่อถามอีกว่า ที่ผ่านมาเคยพูดว่าจะยอมตาย ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย นายเทียนฉาย กล่าวว่า สิ่งใดที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีตำหนิที่ประชาชนรับไม่ได้เลย ถึงเวลานั้น สปช.คงจะจบหน้าที่ตัวเอง สปช.คงไม่สามารถปล่อยรัฐธรรมนูญที่มีตำหนิออกไปได้
 
                         เมื่อถามย้ำว่า สิ่งใดเรียกว่ามีตำหนิ นายเทียนฉาย กล่าวว่า การจะบอกว่ามีตำหนิหรือไม่ อยู่ที่ผู้เป็นเจ้าของประเทศมองอย่างไร
 
                         ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่ทำประชามติ ถือว่ามีตำหนิหรือไม่ นายเทียนฉาย กล่าวว่า อาจจะไม่ ต้องพิจารณาว่าควรมีประชามติหรือไม่ ถ้ามีควรมีตอนไหน เรื่องนี้จะพิจารณาในที่ประชุม ขณะนี้ยังมีเวลาพิจารณาอีก 3 - 4 เดือน เมื่อถึงเวลานั้น อาจจะตกผลึกแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำประชามติก็ได้ ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า บทบัญญัติภาค 4 ในร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการสร้างความปรองดอง เหมือนซ่อนอำนาจรัฐฏาธิปัตย์ไว้ให้คณะกรรมการปรองดองนั้น ที่มาของคณะกรรมการปรองดองฯ มีโครงสร้างชัดเจน คงไปซ่อนอะไรไม่ได้ ความเป็นห่วงน่าจะอยู่ที่การปฏิรูป เพราะบางเรื่องต้องใช้เวลา แต่ถ้าวางแผนการปฏิรูปให้ชัดเจน ทุกฝ่ายน่าจะพอใจ
 
 
 
ชี้เมืองไทยป่วย เพราะขาดคุณธรรม
 
 
                         เมื่อเวลา 09.30 น. นายเทียนฉาย กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง คุณธรรมสร้างคนสร้างชาติ ในระหว่างการสัมมนาสมัชชาคุณธรรมประเทศไทย รวมพลังขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม สู่การปฏิรูปประเทศไทย ว่า ปัญหาใหญ่สุดขณะนี้ คือ การทุจริต ประพฤติมิชอบ สังคมไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหามากมาย จนกล่าวได้ว่าเมืองไทยป่วย ซึ่งก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 อาการป่วยรุนแรงมาก คนไทยหงุดหงิด ขาดเหตุผล ปากไวมือไวทำร้ายใครก็ได้ ป่วยจนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี บ่อยครั้งวิกลจริตทำอะไรที่คนไม่คิดว่าจะทำได้ เหมือนคนติดเชื้อที่มาจากโรคระบาด อาการเหล่านี้หนักหนารุนแรงมาก
 
                         "บางกรณีก็หูตึง ไม่ได้ยินคำเตือนของคนอื่น บางคนตามัว มองไม่เห็นว่าคนในครอบครัวไปทำอะไรเลวๆ ไว้บ้าง บางคนเป็นใบ้พูดไม่ออก พูดไม่ได้เตือนลูกเมียตัวเองก็ไม่ได้ ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ทั้งแผ่นดิน การป่วยรุนแรงมากขึ้น ตอนนี้เชื้อหลบรอที่จะระบาด มันรอเมื่อไร ยาสิ้นฤทธิ์ มันจะแสดงอาการ การเจ็บป่วยคราวนี้อาจมีแผลเป็นบ้าง แต่ต้องยอมที่จะรักษาโรคนี้ให้หมดไป ไม่งั้นไม่จบ"
 
                         นายเทียนฉาย กล่าวว่า อาการเจ็บป่วยของสังคมไทย มีพื้นฐานมาจากการขาดคุณธรรม วิธีแก้ต้องเริ่มจากการหันกลับมาดูตัวเอง เพื่อตรวจสอบอาการเจ็บป่วย สมัชชาคุณธรรม เชื่อในยา 3 ตัว ว่า จะช่วยแก้อาการป่วยของแผ่นดินได้ คือ ความดี ซื่อตรงซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ แต่ความยากของการรักษาอยู่ที่การเอาคุณธรรมไปทำความเข้าใจกับคนให้ปฏิบัติ การแก้ปัญหาคนขาดคุณธรรมด้วยการออกกฎหมายไม่ได้ผล ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง หันกลับมาดูตัวเอง เรียนรู้ปัญหาแล้วหาทางแก้ร่วมกัน ขอให้ความสำคัญกับคำว่า พลเมือง ซึ่งหมายถึงทุกคนที่มีหน้าที่ร่วมกัน ทั้งนี้การมีสมัชชาคุณธรรมประเทศไทย เป็นแนวทางรูปธรรมที่จะทำให้กระบวนการใช้มาตรการของสังคมสร้างเครือข่ายและมาตรฐานคุณธรรมขึ้นมาด้วยแรงผลักดันทางสังคม การใช้พลังทางสังคม การทักท้วงทางสังคม คุณธรรมจะสร้างคนไทยและชาติไทยให้กลับมาได้ แล้วโรคจะหาย โดยไม่ต้องพูดเรื่องปรองดองเลย เพราะปรองดองจะเกิดเอง
 
 
 
'สุรชัย' แนะ 'ยุวชนประชาธิปไตย' เผยแพร่ความรู้ ป้องไม่ให้เกิดวิกฤตขัดแย้ง
 
 
                         ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เป็นประธานกล่าวต้อนรับเยาวชน ในโครงการยุวชนประชาธิปไตย รุ่นที่ 1/2558 ที่เข้ารับการอบรมและดูงานที่รัฐสภา ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศผ่านวิกฤตความขัดแย้งสูง เด็กๆ คงไม่อยากเห็นความขัดแย้งอีก จึงควรนำความรู้ที่ได้อบรมมาในโครงการนี้ไปช่วยกันเผยแพร่ ทำหน้าที่เป็นทูตประชาธิปไตยให้กับประเทศ ทั้งในชุมชนและโรงเรียน ประทับใจกับคำขวัญของยุวชนประชาธิปไตยที่มีว่า "ชีวิตที่มีค่า คือชีวิตที่มีคุณธรรม" เป็นประโยคสำคัญที่ควรเข้าใจและเข้าถึง แสดงให้สังคมตระหนักและรับรู้ว่าชีวิตที่มีคุณค่าไม่ได้หมายถึงการมีทรัพย์สินเงินทอง หรือมีตำแหน่งใหญ่โตมาก มีอำนาจบารมีไว้อวดไว้แข่งกัน ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการอบรม เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เป็นกำลังสำคัญของบ้านเมือง
 
                         ขณะที่นายเทียนฉาย กล่าวกับคณะยุวชนประชาธิปไตย ว่า ยุวชนที่อยู่ในโครงการนี้ถือว่าโชคดี ซึ่งไม่เพียงแค่ได้เข้าร่วมกิจกรรม แต่มีโอกาสได้พบกับประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้พบกับประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และได้พบประธาน สปช.ทั้ง 3 กรณีเช่นนี้ มีครั้งเดียว และจะไม่มีอีกแล้ว เพราะน่าจะมีการปฏิรูปครั้งเดียว นี่เป็นครั้งแรกในเมืองไทย และการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะน่าจะเป็นฉบับสุดท้าย ซึ่งการเข้ามาปฏิรูปเป็นเหตุผลและความจำเป็นเฉพาะ ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ แต่ต้องแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นที่เรียกกันว่าปฏิรูป สปช.จึงทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ต้องมีการฟื้นฟูภารกิจของประเทศหลายเรื่อง เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาของบ้านเมือง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม บางปัญหาเกิดขึ้นแล้วไม่ได้รับการแก้ไข บางกรณีมีการแก้ไขแต่แก้ไขไม่เสร็จสิ้น เกิดปัญหาใหม่มาพอกพูนอีก อย่างไรก็ตามเยาวชนถือเป็นกลุ่มสำคัญ สปช.อยู่ไม่นาน มาทำภารกิจปฏิรูป เป็นเครื่องมือ เป็นสื่อให้เกิดปฏิรูปเท่านั้น แต่พวกคุณเป็นเจ้าของประเทศ