ข่าว

สุดยอด‘สนาม’สนองคนกีฬาฝันสร้างได้‘อรรถวัติ’

สุดยอด‘สนาม’สนองคนกีฬาฝันสร้างได้‘อรรถวัติ’

26 มี.ค. 2558

สุดยอด‘สนาม’สนองคนกีฬาฝันสร้างได้‘อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย’ : คมคิดธุรกิจนิวเจน เรื่อง - ธานี กุลแพทย์ ภาพ - วัชรชัย คล้ายพงษ์

                ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกปฏิเสธบ่อยครั้งจากเพื่อนๆ พี่ๆ ไม่ให้ลงสนามร่วมสนุกบู๊แข้ง เพราะมุมคิดเป็นเด็กเกินไป เกรงเกิดอันตราย เป็นแรงผลักให้ “บอย” อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย ชายหนุ่มผู้ซึ่งวันนี้ประสบผลสำเร็จจากธุรกิจพระเครื่องระดับแถวหน้าของประเทศ เติมฝันตนเองด้วยการทุ่มเม็ดเงินเกือบ 100 ล้านบาท ผุดสนามฟุตบอลครบวงจรมาตรฐานฟีฟ่า ก้าวใหม่ธุรกิจ พร้อมเปิดให้เยาวชนได้ใช้ฟรี หวังเป็นเสี้ยวเล็กๆ ร่วมพัฒนานักเตะไทยให้ก้าวไกลในอนาคต

                เทรนด์ธุรกิจกีฬาในเมืองไทยที่ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว เพราะแต่ละวันจะมีผู้คนหันมาเล่นกีฬากันมากขึ้น เป้าหมายเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งของตัวเองและครอบครัว ที่สำคัญยุคนี้คนไทยมีความพร้อมที่จะเล่นกีฬามากขึ้น ทั้งในเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย สอดคล้องกับข้อมูลผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2554 ที่บ่งชี้ว่า คนไทยในสัดส่วนมากที่สุดถึง 34.7 เปอร์เซ็นต์ (สำรวจจากประชากรอายุ 11 ปีขึ้นไป) เลือกออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ถึง 2 เท่า จึงมีนักลงทุนหลายรายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตัดสินใจจับธุรกิจกีฬามากขึ้น

                โดยธุรกิจที่น่าสนใจขยายตัวต่อเนื่อง มีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง เห็นจะหนีไม่พ้น "สนามฟุตบอลหญ้าเทียม" ที่ตอนนี้นับคร่าวๆ ในย่านตัวเมืองและปริมณฑลมีเกือบ 300 แห่ง ทั้งได้มาตรฐานและไม่ได้มาตรฐาน

                หนึ่งในนั้นปฏิเสธไม่ได้ คือ "สนามฟุตบอลบอยท่าพระจันทร์ เอฟซี" ของ "บอย" อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย ชายหนุ่มวัย 30 ปี ที่ทุ่มเม็ดเงินจากน้ำพักน้ำแรง เกือบ 100 ล้านบาท เนรมิตขึ้นบนพื้นที่เกือบ 11 ไร่ ณ ถนนอุทยาน (อักษะ) แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ สนามฟุตบอลหญ้าเทียมจากประเทศฮอลแลนด์ มาตรฐานฟีฟ่า ที่นับว่าทันสมัยและได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้ หลังเปิดให้บริการ ปี 2553 หรือเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา

                "ผมได้ทำสิ่งที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก คือการเป็นเจ้าของสนามฟุตบอล แม้จะไม่ใช่ธุรกิจที่ทำกำไรได้รวดเร็ว แต่การเติมเต็มความฝันเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า โดยเฉพาะเมื่อผมมีโอกาส ก็จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้น้องๆ เยาวชนรักกีฬา และห่างไกลจากยาเสพติด"  "บอย" อรรถวัติ บอกถึงแรงบันดาลใจ

                พร้อมย้อนให้ฟังว่า เกิดจากความชื่นชอบและรักในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กราว 6-7 ขวบ ทว่า เพราะความเป็นเด็กมากกว่าคนอื่น ทั้งรูปร่าง และอายุ เมื่อไปขอเพื่อนเล่นก็จะถูกปฏิเสธบ่อยครั้ง จึงทำให้ บอย และเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันบางครั้งต้องย้ายสถานที่เล่นใหม่ ซึ่งหนีไม่พ้นพื้นที่ใต้สะพาน พื้นที่รกร้างว่างเปล่า หรือแม้กระทั่งลานวัด

                เหล่านี้จึงกลายเป็นความทรงจำที่ว่า วันหนึ่งเมื่อมีโอกาส มีความพร้อมเขาจะมีสนามฟุตบอลเป็นของตนเองและต้องเป็นสุดยอดของสนามที่ครบวงจร ที่สำคัญได้มาตรฐานฟีฟ่า (FIFA) เพื่อสนองตอบความต้องการของคนกีฬาที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ตราบที่ฟุตบอลยังคงเป็นกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งของคนไทย

                ความครบวงจรของสนามแห่งนี้ หมายรวมถึง ภายในพื้นที่ 11 ไร่ ประกอบไปด้วย 5 สนาม เป็นสนามหญ้าเทียมในร่ม 3 สนาม และสนามกลางแจ้ง 2 สนาม ที่ทุกสนามพื้นปูด้วยเม็ดยางสีเบจป้องกันความร้อน มีคลับเฮ้าส์ที่จุคนได้กว่า 200 คน สถานที่จอดรถ 200 คัน ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องทั่วทุกพื้นที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ไว้รองรับการจัดกิจกรรมทุกรูปแบบ รวมทั้งร้านอาหาร เครื่องดื่ม นวดเพื่อสุขภาพ มินิมาร์ท ฯลฯ

                ทว่า นอกเหนือและสำคัญกว่าความอลังการครบวงจรของสนามเพื่อไว้บริการลูกค้าที่มาใช้สนามชนิดคิวแน่นเอี้ยดในทุกวันช่วงเวลา 09.00-24.00 น.แล้ว บอยกล่าวด้วยความภูมิใจว่า ได้เปิดพื้นที่ของสนามกว่าครึ่งเป็นโรงเรียนฝึกสอนฟุตบอลฟรีให้แก่เยาวชนจากทั่วประเทศที่มีอายุระหว่าง 5-15 ปี โดยทีมผู้ฝึกสอนอดีตทีมชาติ มาตั้งแต่เปิดสนามให้บริการในปี 2553

                “เป็นสิ่งที่ผมทำมาตั้งแต่เปิดสนาม ใช้ชื่อโครงการเยาวชนรักกีฬาห่างไกลยาเสพติด จัดกิจกรรมสอนบอลให้น้องที่มีอายุระหว่าง 5-15 ปี เพิ่มทักษะมุ่งเน้นให้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ด้วยการหันมาเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ทั้งหมดนี้ฟรีครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น”

                โดยสนามเปิดสอนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-10.00 น. และ 15.00-17.00 น. วันจันทร์/พุธ/ศุกร์ เวลา 17.00-19.00 น. ภายใต้การดูแลการฝึกสอนโดยอดีตนักเตะทีมชาติไทย ที่จัดเตรียมไว้ 6-7 ท่าน ดังนั้น จึงทำให้ช่วงเวลาที่ผ่านมามีน้องๆ เยาวชนทั้งหญิงชายทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมหลักหลายพันคน โดยจะเห็นได้จากแต่ละวันที่มีโปรแกรมฝึกซ้อม จะมีน้องๆ เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 100-200 คน และจนถึงวันนี้มีน้องๆ จากสนามแห่งนี้ ติดทีมนักเตะฝึกหัดสโมสรดัง โรงเรียนกีฬา โรงเรียนสังกัดต่างๆ มากมาย

                อย่างไรก็ตาม การเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้ร่วมกิจกรรมฝึกอบรมฟรีตลอดมานั้น บอยย้ำยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนจะเฉลี่ยร่วม 1 ล้านบาท นั่นไม่ใช่ปัญหา พร้อมฝากถึงน้องๆ ที่สนใจจะเข้าร่วมกิจกรรมให้ติดต่อไปได้ เขายินดีอย่างยิ่งที่จะมีส่วนร่วมพัฒนา สร้างฝันของน้องๆ ให้ประสบผลสำเร็จ แม้เป็นเพียงเศษเสี้ยวก็ตาม


JENใหม่"บอยร้อยล้าน"

                เอ่ยชื่อ “อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย” แล้ว น้อยคนนักที่รู้จัก แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “บอย ท่าพระจันทร์” จะเป็นที่รู้จักดี เพราะชื่อนี้จัดเป็น “เซียนเหรียญ” ที่ความเฉียบคมถูกจัดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ บวกความสำเร็จในอาชีพจนได้รับฉายา “บอยร้อยล้าน” ในวัยเพียง 30 ปี เขายังเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ในฐานะยาชูกำลังของผู้ที่ท้อต่อชีวิต

                "บอย" อรรถวัติ เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด มี่พี่น้อง 3 คน จากเด็กบ้านแตก พ่อแม่เลิกกัน จึงต้องไปอาศัยอยู่บ้านป้า ติดเกม ติดเพื่อน จนได้ยินคำด่าของป้าว่า "เลี้ยงหมายังดีกว่าเลี้ยงเรา" จึงเก็บมาคิดแล้วเริ่มเปลี่ยนตัวเอง หันกลับไปช่วยแม่เย็บผ้าเล็กๆ น้อยๆ พร้อมเรียนหนังสือไปด้วย

                กระทั่งอายุ 13 ปี ช่วงปิดเทอมมีโอกาสบวชเณรที่วัดแถวพุทธมณฑล ที่นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่ทำให้เขาก้าวสู่วงการนี้หลังสึกออกมาและได้ทำงานในร้านจำหน่ายพระเครื่อง ทำให้ได้สั่งสมภูมิ โดยเฉพาะภูมิในฐานะ "เซียนเหรียญ"

                ในวัย 16 ปี เขาไม่ต้องขอเงินทางบ้านใช้ ขณะเดียวกันก็ช่วยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของแม่และพี่น้องให้ได้รับความสะดวกสบาย กระทั่งประสบผลสำเร็จในชีวิต มีบ้านราคานับสิบล้านบาท มีกิจการร้านพระเครื่อง ทำนิตยสารพระเครื่อง ด้วยวัยขณะนั้นเพียง 22 ปี

                “ผมมาไกลเกินความฝัน บางวันต้องหยิกตัวเองว่า กำลังฝันไปรึเปล่า แต่เมื่อมันเป็นความจริงก็ขอยึดหลักทำวันนี้เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ลืมวันที่ผ่านมา เพราะเป็นสิ่งจดจำที่ดีที่ทำให้ตัวเองมีแรงจะทำงานต่อไป”
 

ก้าวโอกาส...ของผลิตผล

                ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีผลิตผลจากโครงการฝึกอบรมเยาวชน ก้าวสู่นักเตะฝึกหัดในหลายสังกัด อาทิ

                "เทน" วิศิษฐ์ สุขสมบูรณ์ อายุ 12 ปี สังกัดยุวชนทีมชาติไทย ยู-13 ปี และโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี, "นนท์" สุภาพงษ์ จันคำ อายุ 13 ปี ยุวชน ยู-14 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส, "เมท" เมธาส์ท ศักดิ์วรเดช อายุ 12 ปี ยุวชนทีมชาติไทย ยู-13 ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน

                "ออฟ" ธนภัทร์ โนมะยา อายุ 13 ปี สังกัด ยู-13 สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด, "บาส" ธีรดนย์ เปลี่ยนสี อายุ 12 ปี สังกัด ยู-13 สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด, "ป้อง" ปกป้อง ทวีสุข อายุ 12 ปี สังกัดยุวชนทีมชาติไทย ยู-13, "เต้" ณัฐภัทร จิรบัญชา อายุ 13 ปี สังกัด ร.ร.เทพศิรินทร์

                "คอปเตอร์" สีรภูมิ พิมพ์เข้าธรรม อายุ 16 ปี สังกัด ร.ร.พณิชยการราชดำเนิน ธนบุรี, "แนน" กัณญานี ถวิลวงษ์ อายุ 13 ปี สังกัดยุวชนทีมชาติไทย ยู-14 และ "ฝ้าย" กุสุมา พุทธอินทร์ อายุ 12 ปี สังกัด ร.ร.กีฬากรุงเทพฯ

                น้องๆ เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลิตผลกำลังมีก้าวโอกาสที่สดใส อันเป็นความภาคภูมิใจของ "บอย" อรรถวัติ ...แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว