ข่าว

‘อานันท์’แนะร่างรัฐธรรมนูญยึดธรรมภิบาล

‘อานันท์’แนะร่างรัฐธรรมนูญยึดธรรมภิบาล

25 มี.ค. 2558

‘อานันท์’แนะร่างรัฐธรรมนูญยึดธรรมภิบาล มองสังคมไทยใช้‘ขันติ’รับฟังคนเสียงต่าง

               25มี.ค.2558 ที่รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน นายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยบนเวทีความคิดหัวข้อ "ธุรกิจวิถีใหม่ กรณีศึกษาการสร้างกำไรบนความยั่งยืนร่วมกัน"ว่า ความเคลื่อนไหวของประเทศส่วนใหญ่ในโลกไม่มีใครปฏิเสธการปกครองระบบประชาธิปไตย แต่ต้องตระหนักว่าประชาธิปไตยเป็นเพียงเป้าหมาย การนำไปสู่เป้าหมายแต่ละประเทศจะมีวิธีการที่แตกต่างกัน ไม่มีบรรทัดฐานว่าใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตความรู้ประชาชน

               ทั้งนี้ มีการพูดถึงกันมาก เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แน่นอนว่า ไม่มีใครปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด การเลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการหนึ่ง ที่นำประเทศทางไปสู่ประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งไม่ใช้ประชาธิปไตยอย่างเดียวเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่น ทั้งรัฐธรรมนูญ และการมีส่วนร่วมของประชาชน

               สำหรับในประเทศไทย เวลาไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่างจังหวัดเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ มักจะมีการตั้งคำถามแบบง่ายๆ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อเขียนเสร็จกินได้หรือไม่ หรือให้ประโยชน์กับประชาชนอย่างใดบ้าง และจะช่วยให้ประชาชน มีความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือไม่

               "ส่วนตัวผมคิดว่า รัฐธรรมนูญต่อให้เขียนดีเท่าไหร่ก็กินไม่ได้ และอาจไม่พอเพียงกับสิ่งที่ชาวบ้านต้องการ แต่ประเทศที่กำลังพัฒนาสู่ประชาธิปไตย ในสายตาของผมสิ่งที่สำคัญคือร่างรัฐธรรรมนูญต้องมีระบบธรรมภิบาล ต้องนำไปสู่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่ควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การเปิดเผยข้อมูลที่ทันท่วงที การเข้าถึงข้อมูลที่ต้องทันต่อเหตุการณ์ มีระบบยุติธรรมทั้งศาล อัยการ ตำรวจ ที่โปร่งใสเป็นอิสระยึดถือธรรมะในการทำหน้าที่"นานอานันท์ กล่าว

               นายอานันท์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งมีสถาบันสื่อสารมวลชนที่เป็นอิสระเป็นนายของตัวเอง มีความคิดอ่านของตัวเอง ไม่หวังพึ่งผลกำไรการค้าอย่างเดียว เปิดพื้นที่ทุกฝ่ายออกความเห็น และไม่รับใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองการค้าและธุรกิจ การมีธรรมภิบาลที่ดี จะแก้การผูกขาดอำนาจด้านการเมือง การค้า การมีธรรมภิบาลผลที่ออกมาประชาชนจะจับต้องได้

               "ในสังคมทุกสังคมมีข้อบกพร่อง แต่เราต้องไม่ท้อแท้ ขอให้เรามุ่งไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในเชิงอำนาจ รายได้ โอกาสนำไปสู่การแก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศ การที่ทะเลาะกันแบ่งพรรคแบ่งพวกที่ผ่านมา เพราะเราไม่สามารถทนความคิดต่างได้ ซึ่งเป็นสิทธิเบื้องต้นของระบอบประชาธิปไตย และการมีธรรมภิบาล ทุกคนในประเทศต้องมีสิทธิในการรวมตัว การสนทนาต้องเปิดกว้าง ให้ทุกความคิดแสดงออกได้ เสียงข้างมากต้องมีประโยชน์บนพื้นฐานส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัวหรือกลุ่มการค้า"นายอานันท์ กล่าว

               ดังนั้นเมื่อความเห็นของคนหมู่มากนำมาสู่การกำหนดนโยบายที่มาบังคับใช้ ต้องแน่ใจว่า จะมีประโยชน์ต่อคนข้างมาก และคนข้างน้อยด้วย คนไทยต้องมีขันติกับความเห็นต่างมากกว่าในอดีต รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพมีความเป็นเอกภาพพอสมควรมีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลจากประชาชน ภาคเอกชนและภาคธุรกิจ ไม่ใช้หวังแต่องค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่

               สำหรับภาคเอกชนที่ผ่านมาการตอบรับเรื่องการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมในระยะหลัง เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้น โดยบริษัทที่มีกำไรจากการค้าขายแลกเปลี่ยน บริษัทที่ดูแลผลประโยชน์เข้าของผู้ถือหุ้นพนักงานบริษัท จะต้องไปคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้รับผลประโยชน์บริษัทด้วยที่ผ่านมามีหลายบริษัทเริ่มหันมาให้ความสำคัญ ที่หันมาทำภาระกิจที่เก็นประโยชน์ต่อสังคม บริษัทขนาดเล็กเริ่มให้ความสำคัญ ซึ่งการรับผิดชอบต่อสังคมเป็นคนละเรื่องกับการดำเนินการกิจการ

               10 ปีที่ผ่านมา ผมพยายามผลักดันการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ผมดีใจที่ได้เห็นองค์กรต่างๆให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น และได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และองค์กรอื่นๆให้ความร่วมมือ ทิศทางดังกล่าวกระจายไปยังทั่วประเทศบริษัทขนาดเล็กเอสเอ็มอี หาแนวคิดทำประโยชน์ให้สังคมจากกำไรของบริษัท และมีการตั้งเครือข่ายเพื่อข่วยเหลือสังคม มีกว่า50บริษัทเข้าร่วมสิ่งเหล่านี้ยังไม่สิ้นสุดและต้องดำเนินต่อไป

               อย่างไรก็ตาม มีควาตั้งคำถามว่าทำไมถึงเราต้องรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเราต้องตระหนักว่า ในโลกปัจจุบันภาระรัฐบาลมากมายเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะดูแลประเทศได้ทั่วถึง รัฐบาลไม่มีขีดความสามาถทั้งงบประมาณและบุคลากรรวมถึงความตั้งใจการทำประโยชน์ต่อสังคม100% และไม่ยุติธรรมที่ทุกเรื่องรัฐบาลต้องทำแต่เอกชนนิ่งเฉย สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถึงความพอเพียงกับการใช้เหตุผลรวมถึงการศึกษาเพื่อสร้างภูมิป้องกันให้ตัวเอง และเมื่อหันดูปรเทศไทย ทั้งสังคมเศรษฐกิจและผลประโยชน์ขิงสังคม ต้องมีหน้าที่เ้านการเมืองด้วยเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน

               นส. สุฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด เปิดเผยว่า การไม่รับผิดชอบต่อสังคมจะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาคธุรกิจในอนาคต โดยที่ผ่านมามีความเชื่อมโยงของปัญหาสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ส่งผลกับแรงงานในขั้นต้นที่จะโดนกดขี่มากขึ้น โดยในประเทศไทยที่ผ่านมามีการทำลายสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก กรุงเทพมีการปล่อยก๊าซเลือนกระจกอยู่ในระดับสูง มีการใช้พลังงานอย่างสินเปลือง ไม่มีความมั่นคงด้านพลังงาน มีปัญหาเชิงโครงสร้างสูงมาก ภาคธุรกิจต้องมาช่วยแก้ ที่ผ่านมาบริษัทข้ามชาติให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก แต่ในประเทศไทยยังไม่มีมากนัก

               นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยแม้มีการเติบโตต่อเนื่อง แต่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมแม้จะทำให้คนจนลดลงแต่ความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวยยังคงห่างกันเท่าเดิม โดย 20ปีที่ผ่านมารายได้ของคนมั้ง2กลุ่มห่างกัน 12 เท่า ต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาเศรษฐกิจมีจำนวนมาก และปัญหายังไม่หมดสิ้น ภาคเอกชนและธุรกิจ ต้องมีบทบาทการแก้ไขปัญหา ต้องเชื่อมภาคการเงินและการรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบันแต่ในขณะเดียวกันไม่ทิ้งปัญาสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นถัดไป

               โดยภาคเอกชนพยายามเชื่อมการตอบแทนจากภาคการเงินการลงทุนไปยังการตอบแทนกับสิ่งแวดล้อม ต้องทำกำไรและมีธรรมภิบาลควบคู่กัน กระแสการลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้น ส่งผลดีต่อการสิ่งแวดล้อม ตลาดหลักทรัพย์จึงตั้งหลักเกณฑ์ความยั่งยืนของประเทศไทยเพื่อให้บริษัทจดทะเบียนมีโอกาสเข้ามาอยู่ในธรรมเนียบบริษัทที่มีความยั่งยืนได้

               นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย เปิดเผยว่า การมีธรรมภิบาลที่ดีนำไปสู่งความยั่งยืนของธุรกิจ หากเราอยากให้ธุรกิจยั่งยืน ต้องให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ยอมรับการทำธุรกิจของเราให้ต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาคือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมีความคาดหวังที่แตกต่างกัน

               แต่เริ่มเห็นสัญญานที่ดีที่ ภาคธุรกิจในโลกมีการเปลี่ยนแปลงคือมองในระยะยาวมากขึ้น และมีความต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่ร่วมกันไปในระยะยาว ประชากรโลกเริ่มเปลี่ยนแปลง คนหนุ่มสาว มีทัศนะคติอยากทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น และผู้บริโภคจะมีการคัดเลือกสินค้ามากขึ้น เริ่มหันให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกอจจึงปรับตัวเพื่อให้ตรงกับความต้องการของเขา ที่ผ่านมาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเริ่มเล็งเห็นการรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น กดดันไปผู้ผลิตที่ต้องปรับตัวถือว่าเป็นทิศทางที่ดี

               นายวิเชียร พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในภาคธุรกิจได้ให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคม ภาคธุรกิจมีทรัพยากรในหลายด้าน มีเครือข่ายในสินค้าและอุปโภคบริโภค นำทรัพยากรมาใช้ในการตอบแทนสังคมทำการลงทุนให้มีความยั่งยืน โดยตัวอย่างการลงทุนอย่างยั่งยืนที่ผ่านมาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนได้ตั้งกองทุนคนไทยใจดี เพื่อลงทุนในบริษัทต่อต้านทุจริตและคอรัปชั่น มีกฎเกณฑ์กติกาชัดเจนและแบ่งเงิน0.8%เข้าไปช่วยพัฒนาประเทศไทย มีการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน มีเม็ดเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง