ข่าว

เลือกแล้ว!องค์คณะคดี'บุญทรง'

เลือกแล้ว!องค์คณะคดี'บุญทรง'

25 มี.ค. 2558

'วีระพล ตั้งสุวรรณ' รอง ปธ.ศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดี 'ยิ่งลักษณ์' จำนำข้าว ร่วม 1 ใน 9 ผู้พิพากษาคดี 'บุญทรง-พวก' 21 ราย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ-ฮั้วประมูล จีทูจี

 
                         25 มี.ค. 58  เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลฎีกา ถ.แจ้งวัฒนะ  นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา ทั้งหมด 173 คน เพื่อลงคะแนนลับ เลือกผู้พิพากษา 9 คน เป็นองค์คณะ พิจารณาคดี หมายเลขดำ อม.25/2558 ที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1 นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 2 กับพวก รวม 21 ราย เป็นจำเลย ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในความผิดฐานร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริตและฮั้วประมูลโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่เกิดเหตุช่วงระหว่าง 8 ก.ย. 54 - 22 ก.พ. 56 ซึ่งคดีดังกล่าวอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 58 ที่ผ่านมา
 
                         โดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้คัดเลือกด้วยวิธีการลงคะแนนลับ จากจำนวนผู้พิพากษาที่วันนี้เข้าประชุมทั้งสิ้น 130 คน ผลคัดเลือกที่ได้เรียงตามลำดับคะแนน คือ
 
 
                         1. นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา
 
                         2. นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
 
                         3. นายวิรุฬห์ แสงเทียน ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา
 
                         4. นางทัศนีย์ จั่นสัญชัย ธรรมเกณฑ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา
 
                         5. นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา
 
                         6. นางพฤษภา พนมยันตร์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา
 
                         7. นายวีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกา
 
                         8. นางนวลน้อย ผลทวี ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
 
                         9. นายอภิรัตน์ ลัดพลี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
 
 
                         ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้เลือกผู้พิพากษาองค์คณะแล้ว ก็จะเสนอนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เพื่อลงนาม ก่อนจะติดประกาศรายชื่อองค์คณะทั้ง 9 คน ไว้ที่หน้าห้องพิจารณาคดี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาคารศาลฎีกา ถ.แจ้งวัฒนะ ภายใน 5 วัน นับจากที่วันเลือกองค์คณะตามขั้นตอน เพื่อให้คู่ความได้รับทราบและตรวจสอบ หากจะมีการคัดค้านผู้พิพากษาองค์คณะคนหนึ่งคนใด ซึ่งสามารถยื่นคัดค้านได้ตั้งแต่วันที่มีการติดประกาศรายชื่อเป็นต้นไป จนก่อนจะเริ่มมีการไต่สวนพยาน
 
                         สำหรับองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน หลังจากนี้ ก็จะนัดประชุมกันภายใน เพื่อลงคะแนนลับเลือกผู้พิพากษา 1 คน เป็นเจ้าของสำนวนต่อไป และร่วมกันพิจารณาคำฟ้องว่าครบองค์ประกอบและอยู่ในเขตอำนาจศาลฎีกาฯ ที่จะประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษาได้หรือไม่ โดยศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีนี้หรือไม่ ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.
 
                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้พิพากษาองค์คณะฯ ทั้ง 9 คน คดีระบายข้าว ที่ได้รับเลือกวันนี้ พบว่า นายธนฤกษ์ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง , นายไสลเกษ ประธานแผนกคดีภาษีอากร , นายวิรุฬห์ ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ , นายชีพ และนายวีระพล รองประธานศาลฎีกา ก่อนหน้านี้ก็ได้รับเลือกให้เป็นองค์คณะฯ ในคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ละเว้นปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ส่วนนายวีระพล เองก็เป็นเจ้าของสำนวนพิจารณาคดีจำนำข้าว ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.22/2558 จากกรณีที่ละเลยไม่ยับยั้งโครงการจำนำข้าว จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐบาลเป็นเงินกว่า 5 แสนล้านบาท อีกด้วย
 
                         ขณะที่นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา กล่าวว่า การเลือกองค์คณะผู้พิพากษาจำนวน 9 คน ของแต่ละคดีนั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาจะเป็นผู้เลือกด้วยวิธีการลงคะแนนลับ แม้ว่าองค์คณะผู้พิพากษาจะมีรายชื่อซ้ำกันใน 2 คดีดังกล่าว แต่ก็ไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีแต่อย่างใด โดยองค์คณะจะตัดสินไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน รวมทั้งระเบียบข้อกำหนดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ไม่ได้มีข้อห้ามแต่อย่างใด ส่วนจะนัดประชุมกันภายในเพื่อเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเมื่อใดนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวัน ขึ้นอยู่กับองค์คณะจะพร้อมพิจารณาเมื่อใด