ข่าว

‘สมยศ’เผย2ผู้การที่ถูกย้ายยังไม่เกี่ยข้องคดี

‘สมยศ’เผย2ผู้การที่ถูกย้ายยังไม่เกี่ยข้องคดี

25 มี.ค. 2558

"ผบ.ตร."ย้ำจับมือยิงพระหมอแต่ "ด.ต."ร่วมก่อเหตุยังเผ่น-ระบุ2ผู้การที่ถูกย้ายยังไม่เกี่ยวข้องคดี

          
          วันที่ 25 มี.ค.58 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคดีพระหมอที่จ.อุดรธานี ว่า ตอนนี้ทีมสืบสวนที่ส่งไปได้รายงานมาว่ามีการควบคุมตัวนายปัญจ๋า ชารีแสนอายุ 49 ปี มือปืนไว้เรียบร้อยแล้ว และจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมมือกับ ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถ หลังจากนี้เป็นเรื่องของพนักงานสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อ เบื้องต้นตามที่รับรายงานมีผู้ลงมือก่อเหตุ 2 คน ส่วนจะเกี่ยวข้องไปเชื่อมโยงกับใครต้องรอผลการสอบสวนอย่างละเอียดรอบคอบ 
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น ไม่ได้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งออก จะต้องรอผลการสอบสวนให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน โดยมือปืนหรือคนที่ก่อเหตุอาจจะไม่รู้ในต้นสายปลายเหตุ หรือที่มาหรือของเหตุผลในการลงมือในครั้งนี้ ต้องรอจนกว่าจะจับกุมตัว ด.ต.ชาญชัยได้ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างหลบหนี สำหรับกลุ่มคนที่ก่อเหตุจะเกี่ยวข้องกับคนมีสีหรือไม่นั้น ต้องรอผลการสอบสวน ยังไม่ได้ด่วนสรุปในตอนนี้ แต่ก็ยืนยันว่าถ้าการสอบสวนพาดพิงหรือเกี่ยวข้องกับใคร จะไม่มีการละเว้นปกป้องช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นใครระดับไหนก็ตาม เอากฎหมายเป็นที่ตั้ง ว่าไปตามตัวบทกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่กลั่นแกล้งหรือไปให้ร้ายป้ายสี 
          
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า สำหรับการย้าย พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.การฝึกพิเศษ บช.ตชด.นั้น ได้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทำงานเป็นเวลาพอสมควร ซึ่งได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า น่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ประชาชนก็เกิดความไม่สบายใจ เกรงว่าจะมีการปกป้องและช่วยเหลือ เพื่อให้มีความกระจ่างและสบายใจกับพี่น้องประชาชน หรรือความเคลือบแคลงสงสัยในการปกป้องผู้กระทำผิด ขณะเดียวกันจากการสืบสวนในหลายวันที่ผ่านมาทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ จึงได้มีการสั่งย้ายเปลี่ยนชุดทำงานเพื่อความโปร่งใส 
 
          "เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า ตำรวจในยุคผมไม่มีการปกป้องช่วยเหลือกัน ผมไม่อับอายที่จะยอมรับว่ามีตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะว่ามันเป็นความจริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตำรวจมีจำนวนมาก มีตำรวจเลวเพียง 2-3 คน เป็นปกติขององค์กรที่ใหญ่ ยอมรับว่าต้องมีคนที่ทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย ต้องกำจัดตำรวจเหล่านี้ออกไปให้หมดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ผบ.ตร. กล่าวยืนยัน
 
          ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนนายปัญจ๋า ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้วนั้น อาจจะไม่ทราบสาเหตุที่มาที่ไปหรือเหตุผลที่ทำให้เกิดมีการฆาตกรรมในครั้งนี้ แต่ได้รับสารภาพว่าได้รับเงินค่าจ้างให้ไปก่อเหตุ ซึ่งจะต้องรอผลการสืบสวนขยายผล ส่วนด.ต.ชาญชัย จะมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้การเรื่องนี้ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับใคร จะเป็นระดับผู้การ ผู้บัญชาการ หรือใคร ถ้ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง จะจัดการขั้นเด็ดขาด และได้สั่งโอนสำนวนจากตำรวจพื้นที่ไปให้กองบังคับการปราบปรามรับผิดชอบแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใส เชื่อว่าการสอบสวนของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่าไม่มีการช่วยเหลือปกป้องผู้กระทำความผิด
 
          ผบ.ตร. ยังกล่าวด้วยว่า ในเบื้องต้นผู้บังคับการทั้ง 2  คน ที่สั่งย้ายนั้น ยังไม่มีอะไรบอกเหตุว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่ได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า เมื่อเป็นความรับผิดชอบของ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ที่ปล่อยระยะเวลาให้เนิ่นนาน ไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวน หรือสอบสวน อีกทั้งต้องการให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า ถ้ามีหน่วยกลาง หรือ สตช. เข้าไปควบคุมกำกับดูแล ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนก็จะเกิดขึ้น ส่วน พล.ต.ต.บุญลือ เคยเป็น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ก็มองเห็นว่าถ้าท่านมาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. หากมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีก็อาจจะใช้ตัวท่านเป็นประโยชน์ได้ สามารถสอบถามได้ทันท่วงที 
 
          เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายในครั้งนี้เปรียบเสมือนว่าผู้การบุญลือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตรรมพระหมอในครั้งนี้ จะชี้แจงอะไรได้มากกว่าการให้เข้ามาช่วยราชการอย่างเดียว โดย พล.ต.อ.สมยศ ตอบว่า ยังไปไม่ถึงตรงนั้น ตอนนี้จะไปสรุปอย่างนั้นจะทำให้ท่านเสียหาย เพราะยังไม่มีอะไรบอกเหตุว่าท่านเกี่ยวข้อง เบื้องต้นตนก็มีเหตุผลส่วนตัวในการเอาท่านมาเพื่อซักถาม หรือใช้ท่านไปทำงานอะไร มันจะสะดวกกว่าการไปซักข้ามเขต ข้ามจังหวัด ซึ่งเมื่อตัวท่านมาอยู่ที่ศปก.ตร. จะบอกกล่าวหรือมอบหมายงานให้ท่านได้เลยทันที ตอนนี้ยังถือได้ว่าตัวท่านไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง 
 
          "เป็นเหตุผลส่วนตัวผมด้วยที่ผมคิดว่าควรจะทำอะไร อย่างไร แล้วสิ่งที่ผมคิดมันสัมฤทธิ์ผล มันจะประจักษ์ว่าเมื่อผมทำอย่างนี้แล้ว ทีมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาผมสามารถทำงานได้สำเร็จ ผมก็คิดว่าผมตัดสินใจถูก เป็นการแสดงให้เห็นว่า ต่อไปนี้ไม่ว่าเหตุจะเกิดท้องที่ใด ถ้าท้องที่ไม้ดำเนินการ ผมก็จะส่งทีมงานของผมลงไป ซึ่งหัวหน้าทีมงานก็คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนพิเศษที่ผมตั้งขึ้นมามีทั้งหมด 31 คน จะเห็นว่าทุกคดีที่มีความยากมีความสลับซับซ้อน ท้องที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นเกาะเต่า คดีที่วัยรุ่นยิงกันที่นครชัยศรี จนกระทั่งยิงพระหมอที่อุดรธานี เราก็สามารถแก้ไขได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าท้องที่ไม่มีความสามารถที่จะทำงานได้ หลายท้องที่ก็ทำงานเองได้ แต่ถ้าคดีที่มีความสำคัญสลับซับซ้อน หรือมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญหลายๆ ด้าน เป็นความสามารถพิเศษก็จะส่งไปช่วยเหลือ สนับสนุน หรือไปทำงานร่วมกันในหลายๆ ด้าน เช่น การตรวจสอบภาพจากกล้องซีซีทีวี ตำรวจในพื้นที่ไม่ได้มีคดีบ่อยๆ การดู หรือประสบการณ์ในการดูไม่ดีเท่าตำรวจจากส่วนกลางที่มีความเชี่ยวชาญในการดู เช่นที่เกาะเต่า ได้ใช้ตำรวจจากส่วนกลาง เป็นทีมงานของผมลงไปดู มีความชำนาญ เชี่ยวชาญการพิจารณา การแยกแยะพยานหลักฐาน ส่วนปมการฆาตกรรมในครั้งนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณาเรื่องการตั้งประเด็นแต่จะให้น้ำหนักเรื่องชู้สาวเป็นกรณีพิเศษ" พล.ต.อ.สมยศ กล่าวย้ำ