
อภิปราย'ร่างรธน.'สร้างสรรค์!
25 มี.ค. 2558
'บวรศักดิ์' ขอ 'สปช.' อภิปราย 'ร่างรธน.' อย่างสร้างสรรค์ - ให้ความรู้ ปชช. 'กมธ.ยกร่างฯ' หวั่นบรรยากาศเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจ เล็งกำหนดกติกา อภิปรายครั้งเดียว
25 มี.ค. 58 ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้มีการหารือถึงข้อเสนอที่เตรียมจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) ในวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งมีวาระพิจารณาเพื่อกำหนดกรอบการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. ในวันที่ 20 - 26 เม.ย.นี้ โดยนายบวรศักดิ์ เสนอว่า สำหรับวันแรกของการประชุม จะขอชี้แจงกระบวนการ และเจตนารมณ์หลักของร่างรัฐธรรมนูญใน 4 ประเด็น โดยไม่ลงรายละเอียด รวมถึงทำความเข้าใจต่อประเด็นการทำงานของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีความสัมพันธ์กับ สปช. แต่มีความอิสระต่อกัน โดย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีสิทธิ์พิจารณาประเด็นที่จะแก้ไขหรือไม่แก้ไข บนเหตุผลและหลักการ ประมาณ 15 นาที จากนั้นจะให้เป็นการชี้แจงรายละเอียดภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญในแต่หมวดของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าเวทีอภิปรายของ สปช.นั้น จะได้รับคำชมหรือไม่ แต่มองว่า การอภิปรายของ สปช.ควรต้องทำอย่างสร้างสรรค์ คือ อภิปรายในสิ่งที่ประชาชนได้รับประโยชน์ ในร่างรัฐธรรมนูญมีสิ่งที่ดีอะไรบ้าง และควรจะเติมประเด็นใด เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญมีสิ่งที่ดียิ่งขึ้น ส่วนตัวมองว่า หากจะชำแหละ ก็สามารถพูดชำแหละกันได้ คล้ายกับครูตรวจการบ้านนักเรียน เพียงแค่ลายมือไม่สวยก็เป็นเหตุที่นำมาพูดได้
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำการคำนวณเวลาอภิปรายเสนอต่อที่ประชุม ว่า การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 เม.ย. และจะมีเวลารวมทั้งสิ้น 79 ชั่วโมง แบ่งเป็นของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้แจงและอธิบาย จำนวน 15 ชั่วโมง , ให้ตัวแทน กมธ.ปฏิรูป ของ สปช.ทั้ง 18 คณะ เบื้องต้นคาดว่า จะมีตัวแทนคณะละ 3 - 4 คน อภิปรายคณะละ 2 ชั่วโมง รวมเป็น 36 ชั่วโมง ดังนั้นจะเหลือเวลาให้ สปช.ที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของ กมธ. อภิปรายจำนวน 28 ชั่วโมง หรือคิดเป็น 1,680 นาที หากคำนวณจำนวน สปช.ที่จะอภิปราย โดยตัด สปช.ที่อยู่ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ , ผู้ที่เป็นตัวแทนของ กมธ.ปฏิรูป 18 คณะ และไม่เป็นประธาน สปช. และรองประธาน สปช. จะเหลือ สปช.จำนวน 155 คน ซึ่งจะได้เวลาอภิปราย คนละ 10 นาที ทั้งนี้ควรกำหนดเงื่อนไข คือ การอภิปรายของ สปช. ทำได้เพียง 1 ครั้ง สำหรับ สปช.ที่เป็นตัวแทน กมธ.ปฏิรูป และใช้สิทธิ์อภิปรายในฐานะ กมธ.ปฏิรูป แล้วไม่ได้สิทธิ์อภิปรายอีก ขณะที่ลำดับการอภิปราย จะใช้วิธีการจับสลาก แต่หากมีสมาชิก สปช. ผู้ประสงค์อภิปรายมีจำนวนไม่ถึง 155 คน ให้จัดสรรเวลากันใหม่ โดยยึดจำนวนเวลา 1,680 นาที
ขณะที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ข้อเสนอเพิ่มเติม คือ การชี้แจงของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ควรเน้นการชี้แจงในประเด็นที่ สปช.ยังเข้าใจผิด หรือเป็นการบิดเบือนข้อมูล และหลีกเลี่ยงการชี้แจงในลักษณะตอบโต้ หรือโต้เถียงกันไปมา เพื่อให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาไม่มาก อย่างไรก็ตาม มีผู้เห็นว่าการให้เวลาอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญมากถึง 6 วันครึ่งนั้น นานเกินไป และอาจทำให้บรรยากาศการอภิปรายคล้ายกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พยายามชี้ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้มีผู้เสนอว่า ขอให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมตัวอภิปรายและชี้แจงให้ดี เพราะมีผู้ใหญ่ใน สปช. เช่น นายชัย ชิดชอบ สปช. ให้ความเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านในชั้น สปช.ได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรับหมัดของ สปช.เพียงฝ่ายเดียว ควรเตรียม สปช.ที่สนับสนุน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้ได้รับสิทธิ์อภิปรายด้วย นอกจากนั้นที่ประชุมยังไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพราะอาจทำให้เกิดภาพโต้เถียงเละเทะ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ได้หารือ นายบวรศักดิ์ จะนำเข้าสู่ที่ประชุม วิป สปช. อีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ
เตรียมถกก่อนแจง สปช.
เมื่อเวลา 09.30 น. นายคำนูณ กล่าวถึง การพิจารณาทบทวนร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และบันทึกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ คาดว่า จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้ ส่วนในวันที่ 26 - 27 มีนาคม จะเป็นการหารือภายใน 2 - 3 ประเด็น อาทิ กระบวนการทำงานในระหว่างวันที่ 20 - 26 เมษายนนี้ ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเปิดอภิปรายแสดงความเห็นในร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะให้ กมธ.ยกร่างฯ รายใด จะเป็นผู้ชี้แจงและตอบคำถามของ สปช. ขณะเดียวกันที่ประชุมยังจะหารือในประเด็นการออกไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ภายหลังจากร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นแรกๆ ได้เสร็จสิ้น โดยจะเริ่มจากเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 3 - 4 เมษายนนี้ และเวียนจนครบทั้ง 4 ภาค พร้อมทั้งจะได้แบ่งงานในการออกไปรับฟังความเห็นในเวทีของนายประชา เตรัตน์ กมธ.ยกร่างฯ
นอกจากนี้ นายคำนูณ กล่าวอีกว่า คณะ กมธ.ยกร่างฯ จะมีการหารือรายละเอียดบทบัญญัติบางประเด็น ที่ได้ไปรับฟังเสียงสะท้อนมา และพิจารณาบางมาตราที่ยังมีการแขวนไว้ ส่วนในเรื่องสัดส่วนสตรีที่มีปัญหา จะมีการพิจารณาในวันที่ 31 มีนาคม เวลา 13.00 น. ซึ่งต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นในวันดังกล่าว เพราะมีการพูดคุยเรื่องนี้มาแล้ว 2 - 3 ครั้ง



